จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 64 เมื่อเวลาประมาณ 17.53 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภั ยอบต.ท่าธง ได้รับแจ้งจากญาติ โทรแจ้งว่ามีคุณลุงถูกไฟไหม้ตามตัว สาเหตุเนื่องจากไฟเช็กจุดบุหรี่ระเบิดใส่ตัวเอง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงจัดรถฉุกเฉินกู้ชีพ อบต.ท่าธงรุดไปบ้านผู้ประสบอุบัติเหตุดั่งกล่าว พบผู้บาดเจ็บชื่อนายฤทธิ์ นิลมณี อายุ 72 ปี สภาพถูกไฟไหม้ครึ่งตัว สียชีวิตในเวลาต่อมา ที่โรงพยาบาล
วันที่ 11 ต.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บ้านปูนชั้นเดียว โดยที่เกิดเหตุเป็นห้องนอนในบ้าน ม.4 บ้านสาเมาะ ต.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา บ้านปิดเงียบ ไม่มีคนอยู่
จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปยังวัดรังสิตาวาส ภายในศาลาวัดทางญาติ มีการเตรียมการจัดงานศพของนายฤทธิ์ นิลมณี อายุ 72 ปี ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
นางฉลวย นิลมณี อายุ 67 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนอาศัยอยู่กับนายฤทธิ์ ผู้เสียชีวิต โดยนายฤทธิ์ก็เป็นคนอธัยศัยดี ชอบสูบยาเส้น หลังปลดเกษียณก็รักษาตัวเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ได้ประมาณเกือบ 10 ปี แต่ยังแข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้อยู่
วันเกิดเหตุ 10 ต.ค. 64 ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. ตนไปซื้อกับข้าวที่ตลาด ส่วนนายฤทธิ์อยู่บ้านคนเดียว คาดว่าจะสูบยาสูบ แล้วได้มีการจุดไฟแช็ก แต่ด้วยความที่ป่วยอัลไซเมอร์ ก็ลืมเอามือออก ทำให้จุดไฟค้างนานเกิน แล้วเกิดความร้อน ทำให้เกิดการระเบิด ส่วนเชื้อเพลิงที่อยู่ในไฟแช็กก็กระเด็นติดเสื้อผ้า ทำให้ไฟลุกบริเวณช่วงตัวบนของร่างกาย
ทั้งนี้ ตนกลับมาถึงบ้านก็เห็นควันไหม้ออกมาจากห้องนอน พอเปิดประตูไปดูก็พบว่านายฤทธิ์ นอนหายใจเฮือก ๆ อยู่ที่เตียง จึงรีบประสานส่งโรงพยาบาล แต่นายฤทธิ์ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ส่วนสภาพจิตใจของตนในขณะนี้ก็ยังอยู่ในความเสียใจ เนื่องจากสงสารนายฤทธิ์ ไฟแช็กนั้นตนก็ซื้อตามร้านค้าปกติ ราคาประมาณ 10-15 บาท ซื้อทีละ 2-3 อัน ส่วนตัวอยากให้กรณีดังกล่าวเป็นการเตือนภัยสังคมว่าให้มีความระมัดระวัง เพราะมันจะทำให้เกิดอุบัติเหตุและนำไปสู่การสูญเสียเหมือนสามีของตนได้
ด้านนางสาวต่าย (นามสมมติ) เจ้าของร้านชำ บอกว่า ก่อนหน้านี้นายฤทธิ์ ผู้เสียชีวิต มาซื้อไฟแช็กกับยาเส้นที่ร้านเป็นประจำ เพราะชอบสูบยาเส้น แต่พอนายฤทธิ์ป่วย จะไม่ค่อยเห็นออกจากบ้านไปไหน ด้านภรรยาจะเป็นคนดูแลทั้งหมด ซึ่งก็มาซื้อไฟแช็กที่ร้านตน ตนก็ขายในราคา 10-15 บาท ซึ่งเป็นไฟแช็กที่มีมาตาฐาน มอก. นกับที่คนอื่นใช้ ซึ่งคนอื่นเขาก็ใช้กันปกติ ไม่เคยมีใครซื้อของจากร้านไปแล้วเกิดเหตุระเบิดแบบนี้ อีกอย่างตนก็ไม่แน่ใจว่าด้านภรรยาผู้เสียชีวิตไปซื้อมาจากร้านอื่นด้วยหรือไม่ เพราะนาน ๆ ทีมาซื้อที
พอตนทราบข่าวตนก็รู้สึกตกใจ เห็นรถกู้ภัยเข้าไปรับตัวส่งโรงพยาบาล ก็ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต ตนเห็นภาพที่มีการแชร์ในเฟซบุ๊ก ก็เห็นว่าไฟไหม้ช่วงบนของร่างกายเห็นเนื้อสด ๆ ก็รู้สึกสงสารมาก
Advertisement