สะเทือนขวัญ! หญิงไทยฆ่าลูก 2 คนขณะหลับ เหตุกันผัวแย่งสิทธิ์เลี้ยงลูก ลั่น“อยากได้เอาศพไปแทน” (คลิป)

2,969
25 มี.ค. 63

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.63 "ไมนิจิ ชิมบุง" และ "อิซะ นิวส์" สองสื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นรายงานข่าวเกิดเหตุสลด หญิงไทยวัย 41 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมลูกของตัวเอง 2 ศพที่ญี่ปุ่น เหตุเพราะไม่ต้องการให้สามีชาวญี่ปุ่น ได้สิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูก หลังหย่าร้าง ก่อนจะเดินร้องไห้เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ


758138

รายงานข่าวดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วญี่ปุ่น โดยระบุว่า นาง ฤดีภรณ์ ฟุรุคาว่า หญิงไทยอายุ 41 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัท ได้เดินร้องไห้ไปมอบตัวกับตำรวจญี่ปุ่น ที่ป้อมตำรวจใกล้กับเขตคิจิโจจิตะวันออก โดยเธอเข้ามอบตัวทั้งน้ำตา พร้อมสารภาพว่า เพิ่งฆ่าลูกแท้ ๆ เสียชีวิต 2 คน ทำให้ตำรวจญี่ปุ่นที่รับแจ้งเหตุถึงกับตกตะลึง


516756

โดยคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่มีผู้หญิงชาวไทยเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 24 มี.ค.63 ที่ผ่านมา บริเวณแมนชั่นหลังหนึ่ง ในเขต อ.มุซาชิโนะ ชานกรุงโตเกียว


cg_14


ภายหลังจากที่นางฤดีภรณ์ เดินร้องไห้มามอบตัวที่ป้อมตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นได้รุดไปตรวจสอบยังแมนชั่นซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเธอ จึงได้พบศพของเด็กชาย อายุ 13 ขวบ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่ภายในห้องนอน โดยข้าง ๆ ศพมีมีดเปื้อนเลือดเล่มหนึ่งตกอยู่


ถัดไปในห้องนั่งเล่น ตำรวจญี่ปุ่นพบศพของเด็กหญิง อายุ 10 ขวบ นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น โดย ตำรวจญี่ปุ่นรีบนำตัวเด็กทั้งสองส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่ก็สายเกินไป เพราะแพทย์ยืนยันว่าทั้งคู่เสียชีวิตไปแล้ว


998371

อย่างไรก็ตาม ผลการสอบปากคำเบื้องต้น นางฤดีภรณ์ รับสารภาพว่า ใช้มีดแทงลูกทั้ง 2 คนเสียชีวิตจริง ขณะที่ลูก ๆ กำลังนอนหลับ โดยสาเหตุเกิดจากมีปัญหากับสามีชาวญี่ปุ่น อายุ 38 ปี ซึ่งในขณะนี้สามีได้แยกออกไปอยู่ลำพัง และทั้งคู่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหย่าขาดจากกัน แต่ทั้งคู่ไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร 

นางฤดีภรณ์ เปิดเผยว่า ฝ่ายสามีพยายามจะแย่งลูกทั้งสองไปจากตน ตนจึงเกิดความเครียดสูง และตัดสินใจก่อเหตุฆ่าลูกทั้งสองคนทิ้ง เพื่อไม่ให้สามีนำลูกไปได้

อย่างไรก็ตาม สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ตำรวจญี่ปุ่นถึงกับตกตะลึงเมื่อนางฤดีภรณ์ ระบุว่า "ถ้าฉันต้องเสียลูกไปให้มัน ก็ให้มันเอาไปแต่ศพลูกก็แล้วกัน" 


 



ขอบคุณข้อมูลจาก


https://mainichi.jp/articles/20200323/k00/00m/040/140000c?fbclid=IwAR2XRB_FW7uz-nZRqoBI1iP4AqXdqjczi9c2oxrJJtYASzZffF63z_Zsgz4 


https://www.iza.ne.jp/smp/kiji/events/news/200323/evt20032315340007-s1.html?fbclid=IwAR2Ymmzz1Qig86Bl5267ufUkkv3PbU9qQb-Ikdsfgm7gcfixBfEYm9P4728


 

Now Playing

ข่าวที่เกี่ยวข้อง