สัปเหร่อชี้ สวดศพเหยื่อโควิดวันเดียวก็ไปสวรรค์ได้ เผยหลักเผาศพติดเชื้อไม่เปิดโลง (คลิป)

2,824
26 มี.ค. 63

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 25 มี.ค.63 ครอบครัวของ 1 ในผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่ นายนุ อายุ 45 ปี ได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยทางครอบครัวได้ย่นระยะเวลาในการประกอบพิธีทางศาสนาให้สั้นลง ด้วยการนำร่างของผู้เสียชีวิตที่บรรจุในโลง ขึ้นรถตู้และขับรถวนรอบเมรุจำนวน 3 รอบ ก่อนที่จะนำโลงศพยกขึ้นไปวางไว้ที่เมรุทันที และไม่มีการเปิดฝาโรง


769718


หลังจากนั้นทางครอบครัวได้เชิญพระมาสวดอภิธรรมศพ และให้ผู้ที่มาร่วมงาน นำดอกไม้จันทน์มาวางที่หน้าพระพุทธรูปแทนการวางที่หน้าเมรุ ก่อนที่จะเผาด้วยระบบไฟฟ้า มีการใช้ความร้อนสูงสุดในการเผาร่างของผู้เสียชีวิต และหลังเสร็จพิธี ทางเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพฯ ได้นำน้ำยาฆ่าเชื้อมาพ่นที่ศาลาตั้งศพ เมรุเผาศพ รวมถึงบริเวณพื้นที่รอบการจัดงาน


855931


โดยทีมข่าวได้พูดคุยกับคุณบี (นามสมมติ) ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เบื้องต้นการจัดงานศพของสามี ผ่านไปด้วยดี ถึงแม้จะมีอุปสรรคในเรื่องของการที่จะให้ลูกชายบวชหน้าไฟให้สามี แต่ทางเจ้าหน้าของกรมการแพทย์และทางวัดขอให้ยกเลิกการบวชหน้าไฟไปก่อน ทำให้ลูกชายไม่ได้ส่งพ่อของเขา จึงรู้สึกเสียใจ แต่ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ ส่วนเรื่องระยะเวลาในการจัดงาน ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามที่วางแผนในตอนแรกว่า จะทำการสวดพระอภิธรรม 3 คืน แต่ก็ยังโชคดีที่ทางวัดเมตตาสวดพระอภิธรรม และสวดหน้าศพให้ ซึ่งตนเองอยากขอบคุณทั้งทางท่านเจ้าอาวาส ทางวัด รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลที่รักษาสามีจนถึงนาทีสุดท้าย อีกทั้งยังช่วยเหลือดูแลครอบครัว ประสานงานกับทางวัด การจัดการศพให้อย่างเต็มที่


ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ เพราะเสียเสาหลักของบ้านไป ตนเองจึงต้องเป็นคนดูแลลูกอีก 2 คน และรับรู้ได้ว่าสามียังเป็นห่วงตนเองอยู่ เพราะพี่สาวที่สนิทกับตนและสามี โทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า วันที่สามีเสีย สามีมาเข้าฝันพี่สาวและบอกว่าเป็นห่วงตนเอง จึงอยากพูดบอกสามีว่า ไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลลูกให้ดีที่สุด


917186


โดยทางทีมข่าวได้พูดคุยกับคุณรัชนี ทรัพย์แสง เจ้าหน้าที่ดูแลศพของเสียชีวิต อธิบายขั้นตอนการจัดการศพว่า เบื้องต้นทางโรงพยาบาลจะเป็นผู้ที่ฆ่าเชื้อให้กับร่างของผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะนำถุงซิปล็อกที่ทำการพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อมาห่อศพถึง 3 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นก็จะต้องทำการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยเช่นกัน


cg1_13


ส่วนโลงศพนั้นก่อนนำมาบรรจุศพก็จะต้องเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่นำโลงศพของผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่วัด พระที่ทำพิธี และรถตู้ ก็ต้องพ้นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งทุกอย่างที่ใกล้ชิดกับศพล้วนแล้วแต่ต้องทำการฆ่าเชื้อทั้งก่อนและหลังการทำงาน


cg2_12


นอกจากนี้จะต้องมีการตอกฝาประตูโลงทั้ง 4 ด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาเปิดศพ โดยตนเองนั้นไม่ได้กังวลในเรื่องการแพร่เชื้อ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุมโรค ได้มาพูดคุยยืนยันว่า ศพไม่สามารถกระจายเชื้อได้แล้ว และมองว่าหากวันนี้ตนเองไม่มาช่วยครอบครัวของผู้เสียชีวิต ก็คงไม่มีใครมาช่วยเขาแล้ว ซึ่งในช่วงที่ลำบากและวิกฤติเช่นนี้ ก็อยากจะช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตในดีที่สุด


titled_3


ด้านนายหวัน เกตุแก้ว สัปเหร่ของวัดบอกกับทีมข่าวว่า ปัจจุบันมีการสวดอภิธรรมศพวันเดียวเป็นประจำ เนื่องจากความไม่พร้อมของครอบครัว บางศพที่มาเผามีโรคติดต่อร้ายแรง เช่น วัณโรค ทางครอบครัวก็จะแจ้งเจ้าหน้าที่ของทางวัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็จะไม่เปิดโรงศพ ไม่มีพิธีการล้างหน้าศพ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิด ถึงแม้สมัยก่อนจะมีความเชื่อเรื่องการต้องทำตามธรรมเนียมการสวดการเผาศพ แต่ปัจจุบันเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีคนเชื่อแล้ว เพราะส่วนใหญ่คนจะเน้นความสะดวก และความพร้อมของทางครอบครัวผู้เสียชีวิต


เมื่อทีมข่าวถามถึงความกังวลในเรื่องของการติดเชื้อ คุณหวันตอบกับทีมข่าวว่า ตนก็ต้องป้องกันและระวังตัว แต่ก็ไม่ได้กังวล เพราะทางการได้ออกมายืนยันแล้วว่าผู้เสียชีวิตไม่สามารถแพร่เชื้อได้ แต่ต้องมาระวังครอบครัวและคนที่มาร่วมงานมากกว่า


 


 

Now Playing

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นในหมวดหมู่