ถึงทางตัน! ไม่เจอดีเอ็นเอคนร้ายคดีชมพู่ 2 มือปราบคาดนับหนึ่งใหม่ (คลิป)

ถึงทางตัน! ไม่เจอดีเอ็นเอคนร้ายคดีชมพู่ 2 มือปราบคาดนับหนึ่งใหม่ (คลิป)

0
1 ก.ค. 63

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางมาพบกับ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ “ผู้การแต้ม มือปราบหูดำ” เปิดเผยคดีน้องชมพู่ว่า หลังจากเวลาผ่านมาแล้วกว่า 50 วัน แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินดคีได้ ไม่สำคัญเท่ากับ 50 วัน แต่ยังไม่รู้ว่าใครคือคนร้าย ซึ่งตนก็ยอมรับว่าตนรู้สึกสงสารตำรวจ เพราะคดีนี้คนสนใจมาก ตำรวจต้องกดดันสังคม กดดันจากผู้เสียหาย และกดดันจากคนในชุมชนรอบข้าง เพราะเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ทุกคนเฝ้าติดตาม


คลิกอ่านข่าว "น้องชมพู่" ทั้งหมดที่นี่ 


649629


ส่วนผลดีเอ็นเอนั้น หากผลตรวจออกมาพบว่ามีดีเอ็นเอบุคคลอื่นมาปนเปื้อน ซึ่งตรงนี้แม้จะยังไม่สามารถระบุดีเอ็นเอคนร้ายได้ แต่วันหนึ่งตำรวจก็ต้องตามหาดีเอ็นเอของบุคคลดังกล่าวมาให้ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งหากไม่มีดีเอ็นเอของใครมาปนเปื้อน ตำรวจต้องสืบสวนหาคนร้ายต่อไป ซึ่งต้องวิเคราะห์อีกว่า น้องชมพู่หายไปได้อย่างไร


โดยภูเหล็กไฟสูงขนาดนั้น ตนเชื่อว่าน้องไม่เดินไปเองแน่นอน เมื่อไม่เดินไปเองก็แสดงว่ามีคนพาไป นอกจากนี้ตำรวจต้องไม่ตัดทิ้งคนใกล้ชิด เพราะน้องชมพู่อาจจะถูกกระทำเสียชีวิตโดยวิธีอื่น ก่อนที่จะถูกอำพราง ซึ่งต้องดูให้ละเอียด เพราะเป็นไปได้หมด แต่ตนก็เชื่อว่ามุมมองพวกนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงคิดมาหมดแล้ว


หลังจากนี้ ตนคาดว่าตำรวจจะทำงานต่อไป แต่ช่วงนี้อาจจะยังจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ และคิดว่าต้องใช้เวลานาน ซึ่งตนก็เป็นห่วงว่าจะไม่รู้ตัวคนร้าย ทำให้คดีจะยืดเยื้อไปมากกว่านี้ ส่วนคดีนี้ที่ตนมองว่าเป็นคดีที่ยาก สาเหตุมาจาก 3 ประการ


1.ขณะเกิดเหตุไม่เห็นใครเป็นคนร้าย
2.วัตถุพยานที่จะบ่งบอกตัวคนร้ายไม่มี
3.ดีเอ็นเอที่ได้เจอจากตัวน้องชมพู่อาจจะมีน้อย หรือไม่เจออะไรเลย


หากไม่มี 3 อย่างที่กล่าวมา จะหาตัวคนร้ายได้อย่างไร เพราะเป็นสิ่งสำคัญ หากทั้ง 3 อย่างยังมืดมน ตนก็เชื่อว่าคนร้ายหายาก และก็มีโอกาสสูงที่ช่วงนี้จะจับตัวคนร้ายไม่ได้ แต่ตนก็เชื่อว่าถ้าถึงวันที่ไม่เจอคนร้าย ตำรวจก็ต้องสืบสวนต่อไป อีกทั้งตนก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีคนที่สงสัย แต่ยังไม่มีหลักฐานที่จะเชื่อมโยงตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินคดีมันค่อนข้างยาก อาจจะต้องใช้เวลานาน และตนก็กลัวว่าจะจับคนร้ายไม่ได้


180261


พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายา “สารวัตรแรมโบ้” อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล มองว่า งานนี้เหนื่อย ส่วนเรื่อง DNA ไม่ขอแสดงความเห็น อยากให้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจชุดสืบสวน หรือทางนิติเวช เป็นคนตอบมากกว่า เพื่อรอผลอย่างเป็นทางการ


ขณะเดียวกัน ตำรวจต้องเก็บพยานหลักฐานให้มากที่สุด ต้องเริ่มต้นการสืบสวนใหม่ในที่เกิดเหตุ เริ่มเหตุการณ์ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ไปจนถึงเวลาหายตัวของน้องชมพู่ การกลับเข้าบ้านของคนในหมู่บ้าน ใครเข้ามาเร็วช้า มีพิรุธอะไรบ้าง และเรื่องการแต่งกาย เช่น ออกไปทำงานใส่เสื้อผ้าอะไร และกลับมามีเสื้อหรือไม่ อย่างกรณีที่เจอเศษเสื้อลางพรางทหาร ถูกเผาบนภูเหล็กไฟ มั่นใจว่าครอบครัวคนร้าย รู้อยู่แก่ใจว่าใครเป็นคนร้าย


ต้องแยกสอบสวนคนในหมู่บ้านอย่างละเอียด เน้นคนในครอบครัว ลูก ภรรยา ญาติพี่น้อง และหาพยานบุคคล หรือประจักษ์พยาน รวมทั้งคิดว่า ถ้ามีเงินรางวัลที่ตั้งอยู่ 1 แสนบาท คิดว่าเป็นจุดสร้างแรงจูงใจ ถ้าเพิ่มเป็น 5 แสนบาท คิดว่ามีโอกาสสูงที่จะมีชาวบ้าน มาให้เบาะแส จนออกหมายจับคนร้ายได้


เรื่องเสื้อของน้องชมพู่ ยังสำคัญ เพราะถ้าเจอก็สามารถหา DNA คนร้ายได้ สำหรับคดีนี้ เพื่อเรียกศักดิ์ศรีคนในหมู่บ้านกกกอก และคนใน จ.มุกดาหาร ถ้ารู้เบาะแสควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที


ขณะที่ปฏิบัติการตำรวจปูพรหมค้นบ้าน 12 หลัง 3 หมู่บ้าน เหมือนเราเหวี่ยงแห เหวี่ยง ใยแมงมุม เพื่อหาคนร้าย และนำตัวชาวบ้านไปสอบสวนเพิ่ม โดยเป้นผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่ติดยาเสพติด มองว่า ชุดสืบสวนทำถูกแล้ว ที่ได้เป้าหมาย เป็นคนที่มีประวัติเสพยาเสพติด 5 ราย โดยจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่า คนที่ทำอนาจารเด็ก บางคนที่มาจากอาการที่ติดยาเสพติด เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะวุฒิภาวะจิตจะเป็นอีกคนหนึ่ง และขอให้กำลังใจ คิดว่าเร็วๆ นี้ น่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดี แน่นอน


243248


ขณะที่ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ประธานสถาบันอาชญาวิทยา ม.รังสิต กล่าวว่า ถ้าหากคดีนี้ไม่มีดีเอ็นเอมาพิสูจน์จะทำให้การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นไปค่อนข้างยาก เพราะถ้าจับได้จริง ถ้าคดีถึงชั้นศาลแล้วก็อาจจะหลุดคดีได้  


432262


อย่างไรก็ตามทางออกเมื่อไม่พบ DNA ฆาตกร สามารถสรุปได้ดังนี้


1. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ บอกว่า สืบหาประจักษ์พยาน และหา DNA ต้องสงสัยจากหลักฐานอื่น


2. พ.ต.อ.สุรโชค เจษฏาเดช บอกว่า หาประจักษ์พยาน หาเสื้อชมพู่ให้เจอ และเริ่มต้นสืบสวนใหม่ 


3. รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล บอกว่า หาหลักฐานอย่างอื่นมาประกอบ เช่น พยานบุคคล วัตถุพยาน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นในหมวดหมู่