ป้าหัวร้อนเครียดโดน ตร.สอบ สารภาพกระชากหัวสาว ฉุนเอาของจองที่นั่งรถตู้

ป้าหัวร้อนเครียดโดน ตร.สอบ สารภาพกระชากหัวสาว ฉุนเอาของจองที่นั่งรถตู้

0
16 ก.ย. 63

ตำรวจคุมตัว "ป้าหัวร้อน" กระชากหัวสาวลงจากบันไดเลื่อนปมแย่งที่นั่งรถตู้โดยสาร สอบปากคำเบื้องต้นสารภาพทุกข้อหา เตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล เจ้าตัวเครียดหนักเผยโมโหที่สาวผู้เสียหายเอาของมาจองที่นั่ง


ปมร้อนในโลกโซเชียลกรณีหญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ที่ตัวเธอถูกผู้หญิงสูงอายุรายหนึ่งจิกหัวกระชากผมทำร้ายร่างกาย ลงจากบันไดเลื่อนที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา จากปมทะเลาะมีปากเสียงกันเรื่องแย่งที่นั่งรถตู้โดยสาร ก่อนที่เธอจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงสูงอายุคู่กรณี


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 


แจ้งจับแล้ว! มนุษย์ป้าจิกหัวตบสาว คาดแค้นอดนั่งรถตู้เบาะหน้า เหยื่องงยอมแต่ไม่จบ (คลิป)


ความคืบหน้าล่าสุด เช้าวันที่ 16 ก.ย. 63 ที่ สน.พญาไท พ.ต.ต.ทัศไนย อนันทิโย สวส. เปิดเผยว่า น.ส.อัมพิกา หนองอุดม ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท พร้อมนำหลักฐานกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอที่ผู้เสียหายบันทึกไว้ได้ ให้เป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน จากนั้นได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ และไล่ตรวจกล้องวงจรปิด จนพบว่า นางหนิง อายุ 50 ปี ผู้ก่อเหตุ ลงรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์ก่อนถึงแยกราชวัตร จึงนำภาพจากคลิปเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายบันทึกไว้ไปสอบถามชาวบ้านบริเวณแยกราชวัตร กระทั่งได้เบาะแสว่า นางหนิง พักอาศัยอยู่ละแวกนี้ และควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา ก่อนเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.พญาไท เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วานนี้ (15 ก.ย.)


เบื้องต้น นางหนิง ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.อัมพิกา จริง เนื่องจากเกิดอารมณ์โมโหไม่พอใจที่ผู้เสียหายนำของมาจองที่นั่งบนรถตู้ กระทั่งเกิดเหตุกระชากผมขึ้น ตามที่ปรากฏในคลิปวงจรปิด โดยทั้งคู่ไม่มีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ภายหลังสอบปากคำเบื้องต้นแล้วเสร็จ จึงปล่อยตัวกลับบ้านไป เนื่องจากคนก่อเหตุไม่มีพฤติกรรมหลบหนี


554361


ต่อมา พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เชิญตัว นางหนิงมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมงก็ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีความเครียดและกดดันจากกระแสข่าวโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่งในระหว่างสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุขอเวลานั่งพักที่โซฟาในห้องสอบสวน ด้วยอาการอ่อนล้าและมีอาการเครียด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฐานความผิด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น ภายหลังสอบปากคำแล้วเสร็จ จะดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุ ยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือเจรจาไกล่เกลี่ยกัน เนื่องจากพนักงานสอบสวนเกรงเรื่องความปลอดภัย หวั่นเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่