ปูดํา สรารัตน์ เคลียร์ชัด ! ไม่รับงานเพราะเบื่อคนในวงการบันเทิง

ปูดํา สรารัตน์ เคลียร์ชัด ! ไม่รับงานเพราะเบื่อคนในวงการบันเทิง

0
4 พ.ค. 64

หลายคนอาจคุ้นหน้า คุ้นตากันดี สำหรับนักแสดงสาวสวยรวยเสน่ห์คนนี้ที่มีดีกรีเป็นถึงรองนางสาวไทยปี 2529 รวมทั้งตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย ล่าสุด ปูดำ สรารัตน์ มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ เคลียร์ชัดเรื่องที่หยุดรับงานละคร ด้วยเหตุผลเรื่องเวลา ยอมรับว่าในชีวิตนี้มีตัวเองไม่มีเพื่อนเลย มีเพียงกัลยาณมิตรสายบุญเท่านั้น ในส่วนของชีวิตที่เหลืออยู่ ตั้งอธิษฐานจิตภาวนาว่าถ้าจะหลับหรือเป็นอะไรก็ขอให้ไปแบบดีๆ


s__71451808


ถาม เรียกว่าหายหน้าจากจอละครไปนานมาก ในช่วงหนึ่งเราจะเห็นหน้าพี่ปูดำบ่อยมาก ฝากฝีไม้ลายมือในละครหลากหลายเรื่องแล้วทำไมอยู่ดีๆ หายไป


ปูดำ : เมื่อปีที่แล้วทั้งปีไม่ได้รับละครเลย เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ รับละครปีละ 5 เรื่อง ช่วงที่คุณแม่ไม่สบาย ป่วย และโคม่า ทุกวันนี้ยังมานั่งเสียใจเลย แต่ว่าละครเขาก็ต้องถ่ายและอากาศ ซึ่งคุณแม่ป่วยโคม่า แล้วก็เสียในช่วงนั้น เราเลยรู้สึกว่าการที่เรารับงานแสดง เราทำเพื่อครอบครัว แต่เมื่อเราทำเยอะเกินไปจนเราไม่ได้กลับไปดูแลเขา เรารู้สึกว่าเราทำไปเพื่ออะไร เพราะตอนที่เขายังอยู่ เราก็มีงาน เราเลยไม่สามารถกลับไปดูแลเขาอย่างเดียวได้ พอเราจบทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมกับแม่ พร้อมกับละคร เราเลยมีความรู้สึกว่าเราไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว เราอยากจะพัก แล้วก็เหนื่อยมาก เพราะเราย้อนกลับไปมองแล้วว่ามันสูญเสียทุกอย่างกับสิ่งที่ได้มาคือได้เพื่อน ได้คนในวงการ ได้ความที่ทุกคนจดจำเรา แต่เราสูญเสียอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปในช่วงเวลาที่เราทำงานเยอะๆ ก็เลยพักไปปีหนึ่ง แล้วช่วงหนึ่งปีที่เราพักก็มีติดต่อมาค่ะ เป็นคนดี คอมเมดี้ ซึ่งมันไม่ใช่ตัวเราหรือบทที่เราจะเล่นได้ ซึ่งเรามองแล้วก็ไม่ใช่เราด้วย แล้วก็ข้อจำกัดในการเล่นละครของเราคือเราไม่ชอบรับเชิญ ซึ่งพอติดต่อมาแล้ว เราไม่รับ ผู้จัดบางคนก็งอนไปก็มีนะ


ถาม ซึ่งอีกส่วนหนึ่งที่เขาพูดกันคือที่พี่ปูดำไม่รับงานเพราะว่าเบื่อคนในวงการบันเทิง


ปูดำ : ใช่ค่ะ จริงๆ แล้วเรารู้สึกว่าสังคมของคนที่มากกว่า 2-3 คนขึ้นไป พอลับหลังกันก็จะมีการพูดกันโดยที่มีข้อมูลบ้าง ไม่มีข้อมูลบ้าง บางครั้งเวลามีคนไปพูดถึงเราแล้วเราไปได้ยินว่ามีคนพูดถึงเราแบบนี้ หรือบอกว่าเราไปพูดถึงเขาแบบนั้น เราก็จะมีความรู้สึกว่าเอาอีกแล้วเหรอ เราอยู่บ้าน เราอยู่วัด เราไม่ได้ไปไหนเลย แล้วเราไม่คบใคร จะมองว่าเราไม่มีคนคบหรือเปล่า ไม่ใช่นะ คนในวงการบันเทิงจะมีบ้างประปราย แต่จะเป็นลักษณะที่ไปเจอกันที่วัด ไม่ใช่แบบว่าไปช้อปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง สไตล์นี้เราไม่มึ แล้วเวลาที่คนพูดถึงเราว่าเราพูดอย่างนั้น พูดอย่างนี้ เราจะมีความรู้สึกว่าบางทีเราเคยเข้าใจ เพราะว่าบางครั้งเราอาจจะไม่ชัดเจน ไม่ออกมาอยู่ข้างนอกสื่อ คนเลยมีความรู้สึกว่าใช่หรือเปล่า


ถาม ทุกวันนี้เรียกได้เราอยู่ตัวคนเดียว


ปูดำ : พูดอย่างนั้นดีกว่าค่ะ เพราะว่าวัยนี้ให้มาพูดถึงเรื่องแฟนบอกตรงๆ ว่ารู้สึกล้าและรู้สึกเชย แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้น เดี๋ยวหาว่าวันนั้นคุณปฏิเสธเสียงแข็ง


ถาม เอาจริงๆ พี่ปูดำ มีคนเข้ามาไหม


ปูดำ : มีตลอดค่ะ ช่วงที่เปิดร้าน ช่วงที่คุณแม่ยังอยู่ มีตั้งแต่พ่อค้าวาณิชย์ถึงรัฐมนตรี เพียงแต่ว่าช่วงโมเมนท์นั้นเราจะแยกตัวเองว่าบทบาทเราเป็นเจ้าของร้าน ถ้าเกิดเรามีใจหรือคุยกับใครสักคนมันจะจบเลย เราก็จะต้อนรับทุกคน แต่ก็ไม่ได้โฟกัสใคร เพราะเราไม่อยากให้ใครมาคิดว่าเราเปิดร้านเพราะว่าเราหาผู้ชาย


ถาม ที่ผ่านมาไม่มีใครเข้าตาเข้าใจเลยเหรอ


ปูดำ : ก็มีนะคะ มีแล้วแบบดูแลเราไม่ได้บ้าง มีแล้วแบบมีคู่แล้วบ้าง เพราะจังหวะคนที่เข้ามา เขายังไม่เหมาะกับเรา ตอนนี้เลยยังโสดอยู่ แต่ถ้าถามว่าเหงาไหม เหงามากนะคะ เพราะว่าพอคุณพ่อคุณแม่ท่านเสียไป แล้วพี่ชายบวชตลอดชีวิต เราเลยเหมือนคนตัวคนเดียวเลย ตื่นขึ้นมาเรามีแค่แม่บ้าน แล้วก็หมู หมา กาไก่ที่เราเลี้ยงไว้ที่บ้าน เราเลยมีความรู้สึกว่าเราตัวคนเดียวแล้วเหรอ ถ้าเกิดเราล้มลงหรือมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา เราไม่มีใครแล้วเหรอ เลยทำให้เราคิดย้อนกลับไปช่วงที่เรารับละครเยอะ แล้วเราไม่ได้ดูแลแม่ พอเรามีเวลาว่างแล้วจะไปดูแลแม่ได้คือไอซียูไม่ให้เราเข้า


s__71451813

ถาม นอกเหนือจากไม่มีแฟนแล้ว เพื่อนที่คบจริงๆ จังๆ ก็ไม่มีด้วย


ปูดำ : ไม่มีค่ะ ก็จะมีแต่น้องอย่าง บุ๋ม และก็จะมีกัลยาณมิตรที่ดีทางด้านสายบุญที่จะไปวัดด้วยกัน แต่พอเราเสร็จเรียบร้อย ทำบุญเสร็จ เราก็ต่างคนต่างแยกย้าย ส่วนเพื่อนสนิทที่คิดอะไรไม่ออก เราจะโทรหาเขา คือไม่มีเลย ทุกวันนี้คิดอะไรไม่ออกคือโทรหาพระพี่ชาย ซึ่งทุกวันนี้เราคุยอยู่แค่สองคนคือพระพี่ชายกับหมอดู ที่คุยกับหมอดูก็เพราะว่าเราได้เล่าได้พูด ได้คุย ได้ถาม แล้วเราก็จบแค่ตรงนั้น ไม่ได้กระจายออกไปอีก


ถาม อนาคตมีคิดจะบวชไหม


ปูดำ : จริงๆ แล้วมีความตั้งใจที่อยากปฏิบัติธรรม แต่ก็ไม่อยากอยู่รวมหมู่กับคนเยอะๆ เราก็เลยรู้สึกว่าการปฏิบัติ เราก็สามารถทำที่บ้านได้ ถ้าเราจะไปปฏิบัติธรรม เราก็ไปในที่ที่คนไม่เยอะ จริงๆ สรุปคือเราแค่ไม่ชอบคนเยอะ


ถาม แล้วจากนี้ พี่ปูดำคิดไหมว่าเราจะเดินไปสู้อะไรอยู่ เพราะในเมื่อทุกวันนี้ เงินทองก็มี มีทุกอย่างพร้อมหมด 


ปูดำ : ตอบตรงๆ แบบไม่อายเลยนะ ทุกวันนี้ เราเข้านอนแล้วเราหลับลงไปพร้อมกับผ้าห่มที่ห่ม ทำให้เราอุ่นตัว เราจะพูดเสมอว่า หลับไปเลยนะ หลับได้ หลับไปเลย ถ้าไป ขอไปแบบสงบ หลับไปเลย เพราะว่าเราไม่มีอะไรให้ห่วงแล้ว เราไม่มีคุณพ่อคุณแม่ให้ห่วง พี่ชายก็บวชเป็นพระ เราขอไปแบบนี้นะ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้หรอก แต่เป็นสิ่งที่เราจินตนาการว่าถ้าเราเกิดไม่ตื่นขึ้นมา


s__71451812

ถาม ทุกวันนี้นั่งอธิษฐานจิตหรือว่าเข้าวัด อธิษฐานอะไร


ปูดำ : ก็ไม่ได้อธิษฐานอะไรค่ะ เพราะว่าเราเป็นคนไม่นิ่ง เราเลยอาศัยการสวดมนต์เป็นส่วนใหญ่ เวลาที่เราขอ เราก็ขอตามหลักพระพุทธศาสนา แต่เราไม่เคยขอเงินทอง เพราะว่าถ้าเราไม่ได้เคยสร้างมา ทำมา มันก็ไม่ได้ อย่างปูเคยฟังพระท่านเทศน์ว่า บางทีท่านกำหนดให้เรามีอยู่แค่นี้ ถ้าเรามีมากเกินไป สุดท้ายมันก็จะหายไป หายไปด้วยเรื่องใดๆ ก็ตาม เราถูกกำหนดมาแล้วว่าให้เรามีอยู่แค่นี้ และก็มีอยู่ครั้งมีพระอาจารย์มาที่บ้าน ท่านก็บอกว่า ปู ทุกอย่างที่มีอยู่ในบ้าน เอาใส่โลงไปหมดไหม เราก็มานั่งมอง เราก็บอกท่านว่าไม่หมดค่ะ ท่านก็บอกเราว่าไม่ต้องหาแล้วนะลูก ไม่ต้องสะสมแล้วนะ แล้วเราก็มองกลับไปที่ตู้จานชามที่สวยงาม ท่านก็ถามเราว่าจานเรานี้เคยเอาออกมาให้พระได้ใช้ชามพวกนี้ไหม เราก็คิดว่าไม่เคย ซึ่งก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นภาระทั้งสิ้น ทุกวันนี้ไม่ซื้อ ไม่หาอะไรที่ไม่จำเป็นต้องใช้เลย


ถาม แล้วตอนนี้พี่ปูจะกลับมารับละครยังเอ่ย


ปูดำ : ละครพี่จะรับอยู่แล้ว ถ้าคาแรคเตอร์นั้นมันตรงกับเรา แล้วก็ตามเงื่อนไขของเรา เพราะเราเองก็มีคอนเซ็ปต์ว่าไม่รับเชิญ เวลาเราเล่น เราอินทั้งตัวและหัวใจ เราเล่นบทนั้นๆ แล้วเรารับ เพราะเราไปเล่นแล้วพูด 3-4 ประโยค เราก็เลยมีมุมที่คิดว่าเขาคงไม่ต้องการเรา ถ้าเขาต้องการเราจริงๆ มันจะต้องมีบทที่เป็นเรา แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เราคงจะสร้างเงื่อนไขกับตัวเองไม่ได้มาก แต่พี่ก็คิดว่าอยากให้คนจำโมเมนท์ ที่คนจำได้ว่าปังละครเรื่องนี้ดีและเป็นเราจริงๆ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่

close sticky