ตำนาน พระพุทธเจ้าองค์ดำ หรือ หลวงพ่อองค์ดำ แห่งอินเดีย พระพุทธรูปเพียงองค์เดียวที่หลุดรอดจากการถูกทำลายและไม่ถูกอังกฤษยึดไป
ประวัติความเป็นมาของ “หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ” หรือ “หลวงพ่อองค์ดำ” สร้างขึ้นโดยท่านธรรมปาล ในสมัยพระเจ้าเทวาปาล คือระหว่างปี พ.ศ. 1353-1393
ครั้นเมื่อปี พ.ศ. 1766 กลุ่มมุสลิมเติร์ก (ตุรกี) ได้ใช้วิธีเผยแผ่พระศาสนาโดยใช้กำลังอาวุธ ถ้าใครไม่นับถือศาสนาของตนจะต้องถูกทำร้าย โดยเฉพาะผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นศัตรูสำคัญจะต้องถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือทรัพย์สมบัติในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งกลุ่มมุสลิมเติร์กสามารถเข้ายึดครองดินแดนชมพูทวีปฝ่ายเหนือและแคว้นมคธได้ทั้งหมด ก่อนพากันทุบทำลายเผาตำรับตำรา ถาวรวัตถุสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
หลวงพ่อองค์ดำ พระพุทธรูปองค์อื่นๆ และเอกสารตำรับตำราทางพระพุทธศาสนาทั้งหมด ได้ถูกเศษอิฐและหินทับถมจมลงใต้แผ่นดิน เป็นเวลานานเกือบ 7 ศตวรรษ หรือประมาณเกือบ 700 ปี คงเหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง
ในยุคที่อังกฤษปกครองอินเดีย มีนักโบราณคดีจำนวนมากได้เข้ามาสำรวจขุดค้นพุทธสถนต่างๆ ในอินเดีย โดยปี พ.ศ. 2403 มีนักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีชาวอังกฤษคนหนึ่งชื่อ นายพลโทเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม (Sir Alexander Cunningham) ได้ศึกษาและอ่านบันทึกลายแทงของพระถังซัมจั๋งดังกล่าวจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ จึงนำคณะเข้ามาสำรวจและขุดค้น ก็ปรากฏผลดังที่ตนปรารถนาไว้ทุกประการ คือได้ค้นพบพระเจดีย์องค์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทาพอดี ซึ่งในขณะนั้นเป็นเพียงกองดินสูงเท่านั้น
จากนั้นเซอร์คันนิ่งแฮมก็ได้ทำแผนที่ตามบันทึกลายแทงที่มีอยู่ เพื่อค้นหาพระเจดีย์องค์อื่นๆ จนปรากฏว่าเมื่อปี พ.ศ. 2458 ได้ค้นพบซากพระเจดีย์องค์อื่นๆ และตัวมหาวิทยาลัยสงฆ์ รวมทั้ง หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ และพระพุทธรูปองค์อื่นๆ อีกมากมายหลายองค์ซึ่งส่วนมากจะเสียหายหักบิ่นจากการถูกทำลาย ซึ่งการค้นพบครั้งนี้เท่ากับว่า “มหาวิทยาลัยนาลันทา” คือมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก ได้ปรากฏแก่สายตาชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับ “หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ” นั้น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงไม่ถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประเทศอังกฤษด้วย และเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวเท่านั้นที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุด จะมีหักบิ่นเล็กน้อยเฉพาะที่บางองคุลี (นิ้วมือ) ของพระหัตถ์ขวาและพระนาสิก (จมูก) เท่านั้น สรุปแล้วก็คือเป็นพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่เหลือรอดจากการถูกทำลายของกองทัพมุสลิมเติร์ก และไม่ถูกอังกฤษยึดไป
ชาวอินเดียนับถือศรัทธาความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำเป็นอย่างมาก เวลาลูกไม่สบายก็พากันเอาน้ำมันเนยมาทาที่องค์ท่านก่อน แล้วลูบเอาน้ำมันเนยนั้นกลับมาทาตัวลูก ทำให้ลูกหายเจ็บป่วย หายงอแง กินข้าวได้ อ้วนท้วนสมบูรณ์ จนหลายคนขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อน้ำมัน” หรือภาษาอินเดียว่า “เตลิยะบาบา” บางคนก็ขนานนามท่านว่า “หลวงพ่ออ้วน” หรือภาษาอินเดียว่า “โมต้าบาบา”
หลายคนเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำจึงพากันมาบนบาน และแก้บนโดยเอาน้ำมันเนยมาทาลูบไล้ เอาดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา เอาข้าวสารมาไหว้ถวาย ข่าวความศักดิ์สิทธิ์แพร่หลายไปทั่ว แม้กระทั่งชาวพุทธในเมืองไทย ถ้าได้มายังประเทศอินเดีย ก็มักจะแวะไปกราบไหว้นมัสการหลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ ณ มหาวิทยาลัยนาลันทา เมืองราชคฤห์ แห่งนี้
Advertisement