Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กัน จอมพลัง พาสาวใช้ลุย สภ.บางกรวย ตามคดี อ้างนายจ้างทารุณเยี่ยงทาส

กัน จอมพลัง พาสาวใช้ลุย สภ.บางกรวย ตามคดี อ้างนายจ้างทารุณเยี่ยงทาส

26 ก.พ. 68
14:52 น.
|
168
แชร์

กัน จอมพลัง พาสาวใช้ลุย สภ.บางกรวย ตามคดี อ้างนายจ้างทารุณเยี่ยงทาส หวายฟาด-สาดน้ำซุป-ทุบใบหน้า แถมค้างค่าจ้างเกือบ 3 แสน 

วันที่ 26 ก.พ. 68 นาย กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พา น.ส.ปลา (นามสมมติ) ผู้เสียหาย อายุ 22 ปี เป็นอดีตสาวรับใช้ของบ้านหลังหนึ่งย่านบางกรวย เดินทางไปที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้า คดีที่อ้างว่าถูกนายจ้างทำร้ายทารุณเหมือนทาสในเรือนเบี้ย ทั้งเอาหวายฟาด 98 ครั้ง สาดน้ำซุป และทุบใบหน้า กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายจ้างขู่ว่ารู้จักกับตำรวจ สภ.บางกรวย รวมถึงประสานตำรวจให้ช่วยติดต่อพยานที่ยังเป็นสาวรับใช้อยู่ในบ้านหลังดังกล่าว หลังขาดการติดต่อไป เกรงจะไม่ปลอดภัย 

โดยคดีนี้ น้องปลา ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้นายจ้างได้ไปหาคนทำงานที่หมู่บ้านตนเอง และได้หลานสาวของตนเองไปทำงานก่อน แต่ทำได้ปีเดียวก็กลับมา ไม่ได้ไปทำงานต่อ แต่หลานสาวก็ไม่ได้เล่าสาเหตุให้ฟัง จากนั้นตนเองจึงได้ติดต่อไปยังนายจ้างว่าต้องการรับสาวใช้คนใหม่หรือไม่ จนได้เข้าทำงานเมื่อ 5 ปีก่อน โดยตอนแรกตกลงเงินเดือนว่า 6 เดือนแรก จะได้เงินเดือนละ 6,000 บาท จากนั้นจะได้เดือนละ 9,000 บาท แต่นายจ้างกลับจ่ายเงินให้แค่ 6 เดือนแรก หลังจากนั้นก็ไม่จ่ายอีกเลย โดยอ้างว่าจะเก็บไว้ให้เป็นเงินก้อนใหญ่ และให้ทีเดียวตอนตนเองกลับบ้าน ซึ่งยอดล่าสุดที่ทวงถามไปเมื่อเดือน พ.ย. ปี 67 อยู่ที่ประมาณ 270,000 บาท ตนเองจึงเชื่อใจคิดว่าจะเก็บไว้ให้จริง แต่ก็ไม่เคยได้เงินจำนวนดังกล่าวเลย 

ต่อมาเดือน ต.ค. ปี 67  ตนเองก็เริ่มถูกนายจ้างทำร้ายร่างกาย ด้วยการทุบตีศีรษะ ให้ถอดเสื้อ และเอาไม้ฟาดกว่า 100 ครั้ง เพราะนายจ้างให้ตนเองไลฟ์สดขายของออนไลน์ เนื่องจากนายจ้างทำธุรกิจขายของแบรนด์เนม แต่ตนเองทำงานดังกล่าวไม่เสร็จ ส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมงาน เช่น ต้องแพ็กสินค้าส่งลูกค้า นอกจากนี้ยังเคยถูกน้ำแกงสาด เพราะตนเองทำกับข้าวน้อย ไม่พอให้คนในบ้านกิน ทำให้นายจ้างไม่พอใจ นอกจากนี้นายจ้างยังยึดโทรศัพท์และบัตรประชาชน ไม่ให้ติดต่อญาติพี่น้อง มีครั้งหนึ่งตนเองเคยแอบหยิบโทรศัพท์ของนายจ้างโทรหาญาติ แต่ถูกนายจ้างจับได้ และแจ้งความลงบันทึกประจำวันกล่าวหาว่าตนเองลักทรัพย์โทรศัพท์ไปโทรหาญาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 

ส่วนเหตุทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้นนั้น มีคลิปกล้องวงจรปิดภายในบ้านเป็นหลักฐาน เห็นจังหวะที่นายจ้างทุบตี แต่ตนเองไม่กล้าแจ้งความ เพราะนายจ้างขู่ว่ารู้จักกับตำรวจ สภ.บางกรวย และเคยเห็นนายจ้างนำของแบรนด์เนมมาให้ตำรวจด้วย แต่ตนเองไม่รู้ว่าตำรวจคนนั้นเป็นใคร และตอนแรกก็คิดว่าจะหนีออกมาดีหรือไม่ เพราะตนเองก็ไม่มีเงิน 

กระทั่งล่าสุดวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนเองทนไม่ไหว ตัดสินใจหนีออกมาจากบ้านนายจ้าง เพราะเกรงว่าจะไม่มีชีวิตรอด และได้แอบหยิบบัตรประชาชนของตนเองจากตู้ในบ้านออกมาด้วย แต่กลับถูกนายจ้างนำกล้องวงจรปิดขณะที่ตนเองหยิบบัตรประชาชน มาอ้างว่าภาพในกล้องเป็นจังหวะที่ตนเองกำลังหยิบทอง 1 บาท ออกมาด้วย แต่ตนเองยืนยันว่าไม่ได้ขโมยทรัพย์สินใดๆ ของนายจ้างออกมา ส่วนทอง 1 บาท นั้นนายจ้างเป็นคนให้ตนเองเอาไปขาย ได้เงินมา 30,000-40,000 บาท เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือคดีของเพื่อนนายจ้าง โดยตนเองก็ได้นำเงินเข้าบัญชีนายจ้างไปแล้ว 

ด้าน กัน จอมพลัง บอกว่า คดีนี้มีพิรุธหลายอย่าง ตั้งแต่ที่นายจ้างแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสียหาย เรื่องลักทรัพย์ทอง 1 บาท และตำรวจ สภ.บางกรวยทำงานเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 4 วัน ก็ออกหมายจับแล้ว และส่งหมายไปที่บ้านนายจ้าง เพราะผู้เสียหายอยากเรียนหนังสือ นายจ้างจึงให้นำชื่ออใส่ไว้ในทะเบียนบ้านนายจ้าง โชคดีที่มีเพื่อนสาวรับใช้เห็นหมายและส่งข่าวให้ผู้เสียหายทราบ ผู้เสียหายจึงประสานมาที่ตนเอง เพื่อให้พาเข้ามอบตัว ตนเองจึงได้ประสานทนายและตำรวจ สภ.บางกรวยมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจกลับไปจับกุมผู้เสียหายที่ย่านสายไหม โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าผู้เสียหายจะมอบตัว น่าจะเกิดการสื่อสารผิดพลาด จากนั้นตนเองก็ได้ประสานกระทรวงยุติธรรมให้มาประกันตัวผู้เสียหาย แต่กลับถูกนายจ้างชิงมาประกันตัวก่อน และตำรวจก็ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าผู้เสียหายยินยอม 

ส่วนทองที่นายจ้างบอกว่าผู้เสียหายเอาไป ตำรวจก็ไม่เจอของกลางที่ตัวผู้เสียหาย แต่เป็นนายจ้างที่ให้ผู้เสียหายเอาทองไปขาย และได้นำเงินเข้าบัญชีนายจ้างแล้ว ซึ่งก็สามารถตรวจสอบกับทางธนาคารได้ ดังนั้นถ้าผู้เสียหายไม่ได้เอาของไปจริง จะเป็นการยัดคดีให้ผู้เสียหายหรือไม่ 

ส่วนประเด็นทำร้ายร่างกายนั้น ก็ได้ให้ผู้เสียหายแจ้งความกลับนายจ้างฐานทำร้ายร่างกายไปแล้ว แต่เมื่อสอบถามทางตำรวจ สภ.บางกรวยว่าจะออกเป็นหมายเรียก หรือหมายจับ ก็ได้รับคำตอบว่าจะออกเป็นหมายเรียกก่อน เพราะนายจ้างมีอาชีพมั่นคง มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งตนเองเห็นว่าไม่เท่าเทียม เพราะผู้เสียหายเป็นสาวใช้ถูกออกหมายจับ แต่นายจ้างกลับออกหมายเรียก จึงได้ประสานไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก่อนที่ต่อมาตำรวจจะออกเป็นหมายจับ และไปจับนายจ้างที่บ้าน แต่สุดท้ายก็ให้ประกันตัวนายจ้างในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งที่คดีนายจ้างทารุณกรรมลูกจ้างอื่นๆ ที่ตนเองเคยช่วยเหลือ ตำรวจจะไม่ให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน 

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีคนโทรไปหาเพื่อนของผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายหนีไปอยู่ด้วยวันแรก บอกว่าตำรวจจะเข้าบุกค้น ทำให้เกิดความหวาดกลัว และรู้สึกเป็นห่วงพยานอีกคนที่เป็นเพื่อน และยังทำงานเป็นสาวรับใช้ในบ้านนายจ้าง ที่ปัจจุบันขาดการติดต่อไป เกรงจะไม่ปลอดภัย ซึ่งหากช่วยเหลือพยานคนนี้ออกมาได้ และไม่มีงานทำ ตนเองก็พร้อมจะช่วยเหลือ 

อย่างไรก็ตามวันนี้ผู้กำกับ และรองผู้กำกับการ สภ.บางกรวย ติดภารกิจ ไม่อยู่รับเรื่อง จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย​ จงยิ่งเจริญ​ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.บางกรวย รับเรื่องแทน โดยยืนยันจะรายงานผู้บังคับบัญชา และรับดำเนินการทุกอย่างที่ผู้เสียหายยังติดใจ รวมถึงจะส่งสายตรวจไปตรวจสอบพยานที่เป็นสาวใช้อีกคนว่ายังปลอดภัยดีหรือไม่ด้วย

Advertisement

แชร์
กัน จอมพลัง พาสาวใช้ลุย สภ.บางกรวย ตามคดี อ้างนายจ้างทารุณเยี่ยงทาส