วันนี้ (27ก.พ.68) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือตำรวจไซเบอร์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 แถลงข่าวเปิดปฏิบัติการ "ซีลแม่น้ำโขง" ทลายเครือข่ายปลอมไฟแช็กยี่ห้อดังลอบขนข้ามชายแดน พบเงินหมุนเวียนปีละกว่า 10 ล้านบาท พร้อมยึดจานดาวเทียมลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนเอื้อมิจฉาชีพ
สำหรับกรณีแรกคือ กรณีลักลอบขายไฟแช็กปลอมข้ามชายแดน สืบเนื่องจากกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้รับแจ้งจากสำนักงานกฎหมายที่ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด เจ้าของเครื่องหมายการค้า “Taiyo” ซึ่งเป็นบริษัทผลิตไฟแช็กยี่ห้อดังของประเทศไทย โดยพบหลักฐานว่าถูกลักลอบนำเข้าผ่านชายแดนและนำไปจำหน่ายโดยปลอมเครื่องหมายการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยโพสต์ในลักษณะแอบอ้างว่า สินค้าดังกล่าวเป็นของแท้ ซึ่งอาจเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จึงได้ทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด
กระทั่งพบว่า เครือข่ายดังกล่าวกระจายอยู่ใน จ.มุกดาหาร และมีลักษณะเป็นขบวนการมีการแบ่งหน้าที่กันทำ จากการสืบสวนพบว่ามีเงินหมุนเวียนในขบวนการดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี โดยได้ทำมาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าว
กระทั่งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ตำรวจ บก.สอท.3 ได้กระจายกำลังพร้อมนำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นบ้านพักและสถานที่เก็บสินค้าผิดกฎหมายในพื้นที่ จ.มุกดาหาร จำนวน 5 จุด ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้จำนวน 4 ราย ดังนี้
1.นายประจวบ อายุ 46 ปี
2.นายนครินทร์ อายุ 28 ปี
3.น.ส.นราวดี อายุ 42 ปี
4.น.ส.รินรดา อายุ 24 ปี
โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 รายทำหน้าที่แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการทั้งเป็นหัวหน้าสั่งสินค้า และแอดมิน ส่วนผลประโยชน์ทั้งหมดกลับสู่หัวหน้าขบวนการ
พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นไฟแช็กปลอมเครื่องหมายการค้ายี่ห้อ “Taiyo” (ไทโย) จำนวน 2,050 ชิ้น, สมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพทมือถือที่ใช้บัญชีสำหรับรับโอนค่าสินค้า และสมุดจดรายละเอียดการส่งสินค้า นำส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ระหว่างการแถลงข่าวดังกล่าว ได้มีตัวแทนบริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด เจ้าของเครื่องหมายการค้า “Taiyo” (ไทโย) มาร่วมฟังการแถลงข่าวและกล่าวขอบคุณตำรวจไซเบอร์ที่สามารถจับกุมกลุ่มลักลอบจำหน่ายสินค้าไฟแช็กปลอมด้วย เนื่องจากมีความกังวลว่าหากปล่อยให้มีของที่ปลอมเครื่องหมายการค้าอยู่ในท้องตลาด อาจเป็นอันตรายกับผู้ใช้งาน หนักที่สุดอาจจะมีการระเบิดและเกิดไฟไหม้ได้
สำหรับกรณีที่ 2 คือ ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กสทช. และตำรวจภูธรภาค 4 เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 จุดในพื้นที่ จ.หนองคาย หลังจากสืบทราบว่า มีการติดตั้งจานกระจายสัญญาณที่สามารถส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตระยะไกลได้สูงสุดถึง 30 กิโลเมตร โดยหันหน้าไปทางประเทศลาว ซึ่งอาจตั้งข้อสังเกตได้ว่า อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่แก๊งคอลเซ็นเตอร์
โดยผลจากการเข้าตรวจค้นทั้ง 3 จุดมีดังต่อไปนี้
จุดที่ 1 ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 10 ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พบจานไวเลสลิงก์ ติดตั้งที่ความสูง 37.4 เมตร หันทิศทางไปยังประเทศลาว ห่างจากชายแดนเพียง 1.24 กิโลเมตร
จุดที่ 2 ภายในอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พบจานไวเลสลิงก์ ติดตั้งที่ความสูง 25.6 เมตร ระยะห่างจากชายแดน 7.75 เมตร
จุดที่ 3 ภายในอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย พบจานไวเลสลิงก์ ติดตั้งที่ความสูง 18 เมตร ระยะห่างจากชายแดน 936 เมตร
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ กสทช.ภาค 2 ได้ตรวจยึดของกลางจำนวน 11 รายการ และลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย โดยจะนำของกลางกลับไปตรวจสอบพร้อมสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
Advertisement