"พรฟ้า ปุณิกา" ปิดเส้นทางประกวดนางงาม 8 ปี อยากผลิตนางงามคุณภาพสู่เวทีโลก!

"พรฟ้า ปุณิกา" ปิดเส้นทางประกวดนางงาม 8 ปี อยากผลิตนางงามคุณภาพสู่เวทีโลก!

0
14 ธ.ค. 63

กลับมายืนท่ามกลางสปอร์ตไลท์อีกครั้งอย่างสง่างาม สำหรับ "พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์" ที่ล่าสุดคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 Miss Universe Thailand ปี 2020 ไปครอง พร้อมประกาศปิดตำนานเส้นทางนางงามเป็นที่เรียบร้อย ซึ่ง พรฟ้า ที่มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ได้ย้อนเปิดเส้นทางในวงการนางงามของ พร้อมเผยเรื่องร้ายที่สุดในชีวิต จนทำให้เกือบเป็นโรคซึมเศร้าและคิดฆ่าตัวตาย พร้อมเผยเป้าหมายชีวิตหลังจบการประกวด อยากผลิตนางงามคุณภาพสู่เวทีโลก!


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "แจง วราพรรณ" ใช้ธรรมะเยียวยาใจ ต่อสู้มะเร็งเต้านมกว่า 5 ปี
- "แอริน ยุกตะทัต" สัมผัสลี้ลับแรง โดนทักมีผีตามขี่คอไม่ยอมปล่อย!
- "แม่ขวัญจิต" เผยเคยถูกแฟนเพลงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเมียของ "พ่อไวพจน์"
- "ฟอร์ด สบชัย" เปิดใจโค้งสุดท้ายในอาชีพศิลปิน ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ทิ้งทวนวงการเพลง!
- ดูบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ละครแซบอมรินทร์ทีวี ที่นี่
    


s__65807425


พรฟ้า ปุณิกา : ประกวดตั้งแต่ปี 2013 นั่นคือปีแรกของการเข้าสู่การประกวด คนจำชื่อได้ในชื่อ "พอลลี่ ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์"  ตั้งแต่นั้นเขาก็ตามเรามาเรื่อยๆ เราก็เป็นตัวแทนสาวงามประเทศไทยประกวดมิสเอิร์ธ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์ และล่าสุดคือมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เพราะหลายคนเชียร์ให้กลับมา แล้วก็ได้กลับมาในปีนี้ค่ะ


ถาม ความตั้งใจในการที่จะเป็นนางงาม มีมาตั้งแต่เด็กเลยไหม


พรฟ้า ปุณิกา : ไม่ค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่า พรฟ้า เกิดในปี 1992 ปีที่พี่ลูกเกด กับพี่อรอนงค์ ได้ตำแหน่ง แล้วคุณแม่ติดตามนางงามมาบ้าง แต่คุณแม่ไม่ได้ยัดเยียดให้ประกวดหรือว่าอะไรนะคะ แต่เริ่มต้นเพราะเราอยากหาเงินเรียน เลยเริ่มเข้าสู่วงการประกวด เวทีแรกคือ 14 ปีค่ะ เราเริ่มจากการประกวดนางนพมาศตามต่างจังหวัดก่อน แล้วเราคิดว่าการประกวดมันได้เงิน ตอนอายุ 14 เราได้เงิน 8,000 บาท มันเยอะสำหรับเรามาก เรามีเงินจ่ายค่าเทอมแล้ว แต่เราก็ทำมาเรื่อยๆ ในต่างจังหวัด ยังไม่ได้เข้ามาในกรุงเทพฯ เราเข้ามากรุงเทพฯ ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เข้ามาก็ประกวด MUT เลยตอนนั้น เรายังไก่กาอยู่เลย ไปกับพี่สาวสองคน ลุยกันเอง เพราะเราเคยเรียนลีลาศมาก่อน เลยมีทักษะการแต่งหน้าอยู่บ้าง และการเต้นลีลาศช่วยให้แก่นกลางลำตัวของเราแข็งแรง


ถาม 8 ปี อยู่ในวงการนางงามมา เรียกว่าเป็นตำนานเลย เพราะว่าคว้ารางวัลทุกเวทีที่ไป จนเป็นที่มาของตำนานนางรอง 


พรฟ้า ปุณิกา : จะไม่ยอมพูดว่ารองอันดับสองเด็ดขาด ไม่ว่าเราจะไปเวทีไหน เราเลยสร้างความเป็นตำนานตรงนี้ เป็นคาแรคเตอร์ว่าคนนี้ไงได้ 2nd runner up


s__65807424

ถาม เพราะมีแฟนคลับเยอะมาก เลยมีการจัดมีทติ้งแฟนคลับนางงามขึ้น 


พรฟ้า ปุณิกา โจทย์ของแฟนมีทติ้งเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องทำให้แฟนคลับมีความสุข ทุกอย่างที่แฟนๆ อยากเห็น สเต็ปลีลาศแบบเต็มๆ การโชว์ทุกอย่าง ความสามารถทั้งหมดที่พรฟ้าจะทำได้ อยู่ในนี้หมดเลย บอกเลยว่าการจัดมีทติ้งเครียดกว่าประกวด เพราะว่าตอนประกวดเรายังมีเวลาเตรียมตัวทำใจก่อนประกวด 1 เดือน แต่แฟนมีทติ้ง 2 วัน แทบไม่ได้พักเลย แล้วเราก็เครียดตรงที่กดดันตัวเอง อยากให้ทุกคนมีความสุข สนุกแต่เราลืมนึกไปว่าที่เขามา เพราะเขาอยากมาเจอเรานะ เราเลยปลดล็อคที่เรากดดันตัวเองออกไป


ถาม ความแตกต่างมีอะไรบ้างจากที่เราประกวดตั้งแต่ 2013 เรื่อยมาจนถึง 2020 ต่างกันมากไหม


พรฟ้า ปุณิกา : performance จะต้องดี แต่ไม่ต้องถึงระดับขั้นเทพ แต่มันต้องดีระดับหนึ่งที่ทำให้ทุกคนจับตามองหรือมีสปอร์ตไลท์ให้กับตัวเอง อย่างที่สองคือความมั่นใจที่ต้องเพิ่มขึ้น เพราะว่าอินเนอร์มีความส่วนสำคัญในการทำงาน ถ้าเราไม่มีอินเนอร์นางงามคนนั้นจะดูดรอปทันที พลังของแววตา ใบหน้า คือส่วนสำคัญ มันจะมีแฮชแท็กหนึ่งคือ พรฟ้าฆ่าไม่ตาย เราแค่เชื่อมั่นในตัวเอง รู้จักตัวเอง รู้ว่าจุดแข็งของเราคืออะไร บางทีประสบการณ์จะเป็นตัวหล่อหลอมตรงนี้ให้ แต่ว่าทั้งหมดทั้งมวลแล้วมันต้องมีการประยุกต์ให้เข้ากับยุคปัจจุบันด้วย เช่น การตอบคำถาม เราต้องตอบให้ตรงประเด็นและหาเหตุผลให้กับคำถาม ยากตรงที่คิดให้ไว้ ตอบให้เร็ว แล้วคือเราอยู่ตรงนั้น เราตื่นเต้นด้วย


ถาม แต่ว่าเส้นทางของเธอคนนี้ เก่งมาก ทำได้ทุกอย่าง มั่นใจโดดเด่น แต่ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ย้อนกลับไปในช่วงนั้น เป็นข่าวใหญ่ข่าวดัง เกือบทำให้เราซึมเศร้าจนคิดจะฆ่าตัวตายเลยเหรอ


พรฟ้า ปุณิกา : ใช่ค่ะ เกือบเป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นต้องบอกก่อนเลยว่ามันมีวิกฤตเรื่องข่าวที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด แต่ว่าพอพิสูจน์หลักฐานอะไรออกไป แล้วเราไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่สังคมไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับเรา พอเราอ่านคอมเม้นท์แล้วคนที่เขาไม่รู้จักตัวตนของเราที่แท้จริง ทำให้เราดูถูกตัวเอง ทำให้เรารู้สึกว่าทำไมมีโอกาส แล้วทำให้ตัวเองเสียโอกาสไป ทำให้เราตื่นมาร้องไห้ตื่นมาเสียใจแล้วก็ปาดน้ำตาใหม่ ยิ้มใหม่แล้วก็ปลอบใจตัวเองอยู่แบบนี้ จนมันเกือบเป็นโรคซึมเศร้าจริงๆ วังวนชีวิตเราอยู่แบบนี้ประมาณ 5 ปี


s__65807426

ถาม หลักๆ เพราะโซเชียลเลยไหม (เวลาที่เขาพูดตอนนี้เขายังน้ำตาคลอเลย)


พรฟ้า ปุณิกา : (น้ำตาคลอ) จริงๆ มันมีช่วงให้ตัดใจไปแล้ว แต่มันเหมือนมีปมในใจที่เกิดขึ้นมา พอเราพูดถึงเรื่องนี้ทีไร จะมีน้ำตาทันทีเลย


ถาม ซึ่งเมื่อเราได้ตำแหน่งแล้ว เราก้มกราบพื้นแล้วพูดว่า คุณแม่ วันนี้พรฟ้าล้างมลทินเรียบร้อยแล้ว


พรฟ้า ปุณิกา : (น้ำตาคลอ) พูดแล้วจะร้องไห้ เพราะครอบครัวเขารับรู้เรื่องนี้มาตลอด แล้วเขาก็ให้กำลังใจเราตลอด เราก็พยายามที่จะเข้มแข็ง มันก็เลยกลายเป็นคนสองบุคลิก ด้านหนึ่งเราก็เสียใจ แต่เราต้องเข้มแข็ง เพราะเรายังต้องทำงานต่อ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเรายอมที่จะแลกความจริง ไม่ว่าสังคมจะยอมรับหรือไม่ ตอนนั้นคือเรามีความมั่นใจ เราพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริง เลยลงประกวดในครั้งนี้


ถาม 5 ปีที่เราต่อสู้มา เราเดินก้าวออกมาจากจุดๆ นั้นได้ยังไง


พรฟ้า ปุณิกา : ความเข้มแข็งของครอบครัวเลย จริงๆ คุณแม่ไม่อยากให้เข้าประกวดเลยครั้งล่าสุดนี้ เพราะเขากลัวเราเจ็บ กลัวข่าวผุดขึ้นมาอีกแล้วเราจะรับไม่ไหว แต่ว่าตอนนั้นเราคิดว่าไม่มีอะไรที่เราจะรับไม่ไหวแล้ว 5 ปีที่แล้ว เราเจ็บมายังไง ถ้าปีนี้เราไม่ออกมาเราก็จะเจ็บอยู่เหมือนเดิม เราก็เลยเลือกที่จะฝืน บอกแม่ว่าหนูขอนะ ซึ่งแม่ก็ไม่ได้ขัดขวาง แต่ก็ไม่ได้สนับสนุน ท่านก็เฉยไป แต่กับพี่สาวคือบอกเราว่าถ้าเราคิดจะทำ ต้องทำให้ได้เท่านั้นเลย พอครอบครัวเราเข้มแข็ง จิตใจเราก็เข้มแข็ง ตั้งแต่นั้นเราก็สู้แบบหลังชนฝาหมาจนตรอกเลย ซึ่งแฟนคลับของเราก็ให้กำลังใจเราเยอะมากค่ะ เพราะแฟนคลับบอกเราว่าอยากเห็น พรฟ้า ในแบบนี้ แต่เราเบรกความฝันของเขาที่อยากเห็นเราด้วยสิ่งที่ดีกว่าด้วยการเซอร์ไพร์ส ด้วยการที่เขาเปิดของขวัญทุกวัน ซึ่งไอเดียนี้เป็นของเราเองค่ะ


พรฟ้า ปุณิกา : อันนี้เป็นความลับจากห้องดำที่เขาถามเราว่าทำไมพรฟ้าอยากมาประกวด แล้วคิดว่าตัวเองมีข้อดีอะไร เราเลยบอกไปว่าสิ่งที่เป็นข้อดีของพรฟ้าคื สิ่งที่ทำให้ทุกคนเซอร์ไพร์สทุกวัน ทุกคนจะไม่สามารถคาดเดาในตัวพรฟ้าได้เลย มันคือความยากของนางงามที่เกิดมาจากยุคเก่าแล้วมาอยู่ในปัจจุบัน มันเลยเกิดการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนางงามไทย มันเลยเกิดการมิกซ์แอนด์แมทช์เกิดขึ้น รู้สึกว่าออกไปทุกครั้งต้องมีความว้าว


ถาม จนขนาดที่พี่ลูกเกด เมทินี ชวนไปเป็นลูกทีมด้วย


พรฟ้า ปุณิกา : แม่เขามาทาบทามอยู่ค่ะ เราก็บอกแม่ไปว่าถ้าเป็นโอกาสของชีวิตเราก็อยากไปร่วมงานด้วยเหมือนกัน เพราะว่าถ้าเราได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ฝีมือของเราก็จะพัฒนาขึ้น และเราก็จะได้เรียนรู้อะไรภายใต้สิ่งที่เราสอนคนอื่นเหมือนกัน


s__65807422

ถาม แล้วเป้าหมายต่อไปของ พรฟ้า ที่เราตั้งไว้คืออะไร


พรฟ้า ปุณิกา : การสร้างมาตรฐานนางงามไทย พรฟ้าอยากให้นางงามไทยที่ส่งออกทุกคน หรือแม้กระทั่งอยู่แค่ประเทศของเรา แต่เป็นที่ฮือฮาไปสู่ระดับโลก อยากสร้างความเข้มแข็งให้นางงามไทย เข้มแข็งด้วยสายเลือด เข้มแข็งที่จะคว้ามงกุฎ


ถาม เสียดายไหมที่แขวนส้นสูง


พรฟ้า ปุณิกา : ไม่เสียดายค่ะ เพราะเราเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในวงการนี้มานานแล้ว แต่เราก็ยังวนเวียนอยู่ในวงการประกวด ไม่หายหน้าไปแน่นอน แต่จะพัฒนาวงการนางงามไทย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่