"เจนนิเฟอร์ คิ้ม" เปิดใจ ส่งเงินช่วยผู้มีพระคุณหลักแสน เผยขอเป็นล้านก็ให้ได้!

"เจนนิเฟอร์ คิ้ม" เปิดใจ ส่งเงินช่วยผู้มีพระคุณหลักแสน เผยขอเป็นล้านก็ให้ได้!

0
25 ม.ค. 64

นอกจากจะเป็นดีว่าตัวแม่เสียงทรงพลังแล้ว "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" ยังสวมมงอีกตำแหน่งกับการเป็นดีว่าตัวแม่ของวงการออนไลน์ ขึ้นแท่นเป็นเป็นยูทูบเบอร์ฝีปากเฉียบ ลีลารับส่งมุขเรียกว่าเด็ด ล่าสุด "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ เล่าเรื่องราวการพลิกผันจากดีว่าไปเป็นยูทูปเบอร์ตัวแม่ และประกาศลั่นกลางรายการกับข่าวเมาท์ที่ว่าจะออกจากวงการเพลงให้ตัวเองตายดีกว่า พร้อมกับเผยเรื่องส่งเงินช่วยผู้มีพระคุณด้วยจำนวน 6 หลัก!


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "เจี๊ยบ วัชระ" รัดเข็มขัดสุดตัว! ตกงาน ไม่มีรายได้สักบาท ใช้เงินเก็บประทังชีวิต
- "กิ๊บซี่ วนิดา" เปิดความลับ "เกิร์ลลี่เบอร์รี่" อยู่ด้วยกันเป็น 10 ปี เต้นไม่เคยพร้อมกันสักครั้ง!
- "ฝน ธนสุนธร" ชีวิตรักแฮปปี้ คบสาวหล่อ "พี่เอ" แต่ไม่ขอจัดงานแต่ง!
- "มิว ศุภศิษฏ์" ไม่อยากเอาเปรียบแฟนคลับ คอยพัฒนาตัวเองตอบแทนความรัก
- ดูบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ละครแซบอมรินทร์ทีวี ที่นี่    
 


s__68182278


ถาม ตอนนี้เป็นยูทูปเบอร์ที่มาแรงมากๆ ถึงขั้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 3


เจนนิเฟอร์ คิ้ม : การที่เราติด Top 3 เพราะว่าแขกรับเชิญ ซานิกับหมอเจี๊ยบมารายการเราแล้วขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์เลย ตั้งแต่ทำมาวิวรายการพุ่งขึ้นเร็วที่สุดก็เทปของเขา ทำให้รายการเรา "เจ๊คิมกินรอบวง" สนุกมาก ซานิคือแขกรับเชิญที่ประทับใจที่สุด เพราะเขาเป็นเหมือนลูกแม่ ลูกสาวในฝันของเรา เพราะปกติเราจะมีแต่ลูกชายอย่างนิกกี้ เพราะลูกเราเหล่านี้เขาหาเงินเก่งนะคะ ถึงทรงเหมือนคนเลว แต่จิตใจดีเหมือนแม่ มีสัมมาคารวะมากๆ แต่ปากอีกอย่างหนึ่งนะคะ (หัวเราะ) เวลาคุยกับเพื่อนก็จะอีกแบบหนึ่ง แล้วพอลูกชายในฝันมีแล้ว ก็อยากได้ลูกสาวในฝัน ต้องไม่กลัวผู้ชาย ผู้ชายต้องกลัว หน้าทน เป็นคนสนุก แล้ววันที่ซานิมาออกรายการ เราหัวเราะจนแบบว่าเทปต่อไปเป็นของใครก็ช่าง ฉันไม่สนใจแล้ว เทปนั้นพีคมาก เพราะการที่คนมารายการนี้ไม่ได้ง่ายนะ คนนั้นจะต้องคุยเก่ง คุยแล้วมีความรู้สึกเหมือนว่าเป็นแม่ลูกกัน เป็นเพื่อนกับคนดู เป็นพี่ๆ น้องๆ กับนักดนตรี อันนี้ยาก ต้องอาศัยประสบการณ์ของเขาเอง เพราะเขาร้องเพลงกลางคืนมา ก็น่าจะเจริญรอยตามแม่ อีกหน่อยมันก็คงใช้เงินซื้อ (หัวเราะ)


ถาม เป็นดีว่าตัวแม่อยู่บนเวทีมาสามสิบกว่าปี ตอนนี้กลายมาเป็นตัวแม่ของวงการออนไลน์


เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ต้องขอบคุณทีมงานของซีเนริโอที่มองเห็นเรา เพราะตอนแรกที่เราทำมียอดแค่สองหมื่นกว่าๆ เอง แต่เขาก็กล้าที่จะทำรายการนี้ขึ้นมา ซึ่งมีทั้งคุย กิน ร้องเพลง ซึ่งโลกของยูทูบเราก็ยังไม่เข้าใจ แล้วเรารู้สึกว่ายากเกินไปสำหรับเรา ที่เราทำงานมาหายใจปกติแบบนี้ แต่โลกยูทูบเหมือนโลกใต้น้ำ คุณต้องคิดอีก หายใจอีกแบบหนึ่ง คุณต้องมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน คุณต้องเปิดเผยมากกว่าศิลปิน ปกติแล้วการที่ศิลปินหรือคนในวงการบันเทิง จะมีระยะห่างมากนะกับแฟนๆ ถึงแม้เราจะเป็นกันเองก็จริง แต่การเป็นกันเองคือด้วยมารยาท ด้วยจรรยาบรรณ ด้วยทุกอย่างที่เราเป็นกันเอง แต่ความปล่อยให้คนรู้จักเราลึกๆ คือการเป็นยูทูบเบอร์ เราจะปล่อยเต็มที่ มันก็ขัดกันอยู่กับการที่เรากลับไปยืนถือไมค์เป็นดีว่า มันขัดกันอย่างแรง ขัดกับนิสัยส่วนตัว เป็นคนที่พูดมากก็จริง แต่กลับไปอยู่ที่บ้าน สามารถอยู่ในคอนโดโดยที่ไม่ได้เจอใคร ไม่ได้รับโทรศัพท์แค่ตอบไลน์ ไม่ได้คุยกับใคร ก็สามารถทำได้


ถาม นอกจากยอมปรับตัวจากตัวแม่ดีว่ายืนอยู่บนเวทีมาอยู่ในออนไลน์แล้ว ตอนนี้ก็ยอมที่จะปรับค่าตัวด้วย เพราะก่อนหน้านี้ถ้าไม่แตะหกหลัก เจนนิเฟอร์ คิ้ม ไม่ลุกจากเตียงนอน


เจนนิเฟอร์ คิ้ม : คนที่จะอยู่ในยุคนี้คือคนที่ปรับตัวเป็น บางทีมีจุดยืน เป็นตัวของตัวเองมากๆ มันกินเข้าไปไม่ได้ เราไม่ได้พูดถึงเรื่องศักดิ์ศรีหรือว่าอะไร เราพูดถึงเรื่องการปรับตัว เพื่อความอยู่รอดของเรา เราไม่อยากจะคิดแบบนั้น ไม่ถึงหกหลักเราไม่ไป เพราะเรามีความรู้สึกว่าทุกวันที่เราขับรถผ่านคนขายหมูปิ้ง ก็ยังคงขายเหมือนเดิม เก็บขยะก็ยังคงเก็บที่เดิม คนเราทุกคนเหมือนกันนะ คือ หาเงินมากินอยู่ ป่วย รักษาโรค แล้ววันหนึ่งเราก็ต้องตายไป เราก็เหมือนกันหมด เราก็พยายามคิดให้ได้ว่าคนที่เอาตัวรอดได้ คือคนที่ปรับตัวเป็น แล้วไม่ยึดกับตัวเองมากเกินไป เราเป็นคนขี้กลัว เราเงียบไปนานๆ แล้วไม่ทำอะไรเลย เงินที่ใช้อยู่หมดก็จะพร่อง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จะพร่องในใจเราคือคนไม่ทำอะไรคือคนไม่มีค่า เราก็เคยเผลอมีอีโก้ ซึ่งใครๆ ก็เคยเผลอ เพราะเราเป็นคนที่ไม่เคยมีใครให้ความสำคัญ มีคนให้ เราเริ่มที่จะสุรุ่ยสุร่าย ความเป็นตัวของตัวเอง อารมณ์เราก็สุรุ่ยสุร่ายไป แต่คนที่รู้จักชีวิต จะรู้เองว่าเราต้องกลับตัวเร็ว ปรับตัวเร็วๆ ก่อนที่คนจะเกลียด เพราะถ้าเพื่อนข้างตัวเราเริ่มหมั่นไส้ แล้วเตือนว่าเปลี่ยนไปนะ แล้วเรามีความสุขรู้ว่าไม่ อันนี้ไม่อยากทำ อันนั้นไม่ได้ ไม่ใช่ฉัน ถ้ามีคำว่าไม่ใช่ฉัน คือไม่ใช่แล้ว เพราะมันคือการคิดไปเองว่าไม่ใช่ฉัน ทำไมไม่โปรเฟสชั่นแนล ฉันไม่ทำ ซึ่งคำนี้มาจากหนุ่ม กะลา พูดว่าคนโปรเฟสชั่นแนล คือคนที่เป็นมืออาชีพจริงๆ ต่อให้สิ่งรอบข้างไม่โปรเฟสชั่นแนล ส่วนคนไม่โปรเฟสชั่นแนลคือต้องการให้ทุกสิ่งโปรเฟสชั่นแนล แล้วตัวเองคือไม่โปรเฟสชั่นแนล


s__68182280

ถาม ตอนนี้ดังเปรี้ยงทางออนไลน์มากๆ จนมีข่าวเมาท์มาว่า เจนนิเฟอร์ คิ้ม เลิกร้องเพลงแล้วเหรอ


เจนนิเฟอร์ คิ้ม : ถ้าคำถามนี้ ถามว่าเจนนิเฟอร์ คิ้มตายแล้วหรอง่ายกว่า (หัวเราะ) จะเลิกร้องเพลงคือต้องไม่มีใครจ้างเราแล้ว  อย่างเราเคยไปในที่ที่เจ้าของจ้างเราไป แต่ไม่มีคนอยากฟังเรา ไม่เข้าใจเรา ไปร้องเพลง แต่เขาจับรางวัลก่อน พอเราจะขึ้นร้อง คนหายไปหมดเลย (หัวเราะ)


ถาม และอีกเรื่องหนึ่งคือ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นคนที่ประหยัดมากถึงขึ้นชื่อว่างก


เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เป็นคนงกกับตัวเอง แต่จะสปอร์ตกับคนอื่น เราจะใช้จ่ายอะไรหรือซื้ออะไรให้ตัวเอง อันนี้ร้อยกว่าบาทเลยเหรอ ก็ไม่กินเลย ไม่ซื้อให้ตัวเอง แต่ว่าเวลาที่เราไปเจอพนักงานที่เขาดูแลเราดีๆ เราก็ให้เงินเป็นน้ำใจเขา เราไปเติมน้ำมัน ก็จะให้ทุกครั้งสี่สิบบาท เป็นปกติที่เราพึงพอใจ เพราะเราร้องเพลงกลางคืนมา เราก็จะเห็นพนักงานที่พอเขาได้เงินเป็นน้ำใจ เขาก็จะดีใจมาก เราก็จำมา เมื่อวันหนึ่งเราพอทำให้ได้ เราก็ให้ อย่างวันเกิดพ่อ เราเลี้ยงไปสามหมื่น เราให้ค่าบริการพนักงานห้าพัน


ถาม เห็นว่าล่าสุด เจนนิเฟอร์ คิ้ม ช่วยคนหนึ่งเป็นเงินหลักแสนเลย


เจนนิเฟอร์ คิ้ม : เราเป็นคนที่เรียงลำดับความสำคัญกับผู้มีพระคุณของเรา ช้าหรือเร็ว เราก็ต้องได้ผลตอบรับนั้นคืน เป็นความดีที่เราพอทำได้ เราไม่ได้ชอบออกไปทำบุญที่ไหน เราชอบทำทานมากกว่า คือพี่คนนี้ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เรายังไม่ได้มีชื่อเสียง พี่ฉอด สายทิพย์ ก็ยังไม่ได้พาขึ้นคอนเสิร์ตสโนว์คิ้ม เราก็ยังไม่ได้มีเงินมีทองอะไร แต่เราอยากจะซื้อบ้านให้พ่อแม่อยู่ แต่เรายังไม่มีเงินดาวน์ แต่ธนาคารต้องยอมให้เราทำเรื่องผ่าน ซึ่งพี่คนนี้เขาสนิทกับเจ้าของโครงการ เขาพูดคำเดียว เจ้าหน้าที่ธนาคารเขามาถึงเขาให้เราเซ็นทุกอย่างเรียบร้อย ถ้าเราไม่มีเขา เราไม่มีที่คุ้มกะลาหัว ไม่มีบ้าน เหมือนไม่มีพี่ฉอด เราก็ไม่มีอนาคตมาไกลถึงวันนี้ แต่เมื่อช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เราไม่ได้เจอพี่คนนี้มาสิบกว่าปี พี่คนนี้เขาล้มละลาย เป็นโรคนั้นโรคนี่ ไม่สบายหนัก อายุ 70 กว่าอยู่กับเมียสองคน บ้านกำลังจะโดนยึด เขาก็เขียนเป็นจดหมายมาหาเรา แล้วก็ให้เบอร์มา เราก็ให้พี่สาวโทรกลับไป เป็นเสียงเขา เราก็โอนเงินกลับไปให้เขาสองแสน เราคิดว่าถึงจะสองล้านก็ยังไม่มากเกินกว่าที่เขาทำให้พวกเรา ทำให้พ่อแม่เรามีที่อยู่ที่อาศัย ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดามากๆ


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่