
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่เดินหน้าช่วยสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับนางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับ “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” รวมถึงมุมมองต่อประเด็นสังคมร้อนแรง กับข่าว ลูกพาแม่ฝากศูนย์ดูแล ลั่นเงินไม่สามารถตีค่าค่าน้ำนมหรือเลือดหัวอกแม่ได้ พร้อมเห็นด้วยหากแม่เลือกดำเนินคดีและตัดขาดทางกฎหมาย
“ขวัญ อุษามณี” เปิดใจเบื้องหลังลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมกับ “อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” โดยเล่าว่าการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังทำงานจิตอาสา แต่เป็นสิ่งที่รู้สึกอยากทำ เพราะได้รับการซึมซับเรื่องการช่วยเหลือผู้อื่นมาจากคุณพ่อที่เป็นตำรวจ ซึ่งครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ อาจารย์เบียร์และทีมงาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เจ้าตัวประทับใจอย่างมาก คือการได้รับ พวงกุญแจคิตตี้จากชาวบ้าน โดยชาวบ้านตั้งใจค้นหาสิ่งของเพื่อนำมามอบให้แทนคำขอบคุณ แม้ในสถานการณ์ที่พวกเขาแทบไม่เหลือทรัพย์สินหรือสิ่งของ แต่ยังคงมีน้ำใจ ทำให้ขวัญรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจของผู้ประสบภัย
ทั้งนี้ “ขวัญ อุษามณี” ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตัดสินใจ ซื้อรถยกสูงป้ายแดงว่า เกิดจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วเห็นปัญหาเรื่องพาหนะ โดยเฉพาะการขนส่งและลำเลียงอาหาร รวมถึงสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ จึงรู้สึกว่าไม่อยากไปเป็นภาระของคนอื่น และอยากมีรถเป็นของตัวเองเพื่อใช้ในการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ตอนแรกคุณแม่ยังไม่ทราบเรื่องการซื้อรถ ก่อนจะมารู้ในวันที่รถถูกนำมาส่ง ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ซื้อมาเพื่อความหรูหรา แต่ต้องการให้เป็นพาหนะสำหรับการทำงานและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ส่วนกรณีข่าวประเด็นสังคมที่ถูกพูดถึงอยู่ตอนนี้กับเรื่องราวที่ลูกนำแม่ไปฝากไว้ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ “ขวัญ อุษามณี” ยอมรับว่า เป็นข่าวที่รู้สึกอินและสะเทือนใจมาก โดยมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่ควรเรียกคนที่ทำว่าลูก พร้อมมองว่าหากมีปัญหาด้านพฤติกรรมหรือสภาพจิตใจ ก็ควรเข้ารับการบำบัดและรักษา ไม่ควรโยนความผิดให้ผู้อื่น เงินไม่สามารถนำมาตีมูลค่ากับค่าน้ำนมหรือเลือดของผู้เป็นแม่ได้ พร้อมเห็นด้วยหากคุณแม่ในข่าวจะเลือกดำเนินคดีหรือตัดขาดทางกฎหมายกับลูก หากเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองสามารถปกป้องและดูแลชีวิตของตัวเองได้ ด้านคุณแม่ “ขวัญ” มีแซวเรื่องการติดตามข่าวดังกล่าว แต่ยืนยันว่า สิ่งที่ทำงานหนักมาตลอดก็เพื่อดูแลคุณพ่อคุณแม่ และไม่เคยคิดที่จะนำทรัพย์สินของพ่อแม่มาเป็นของตัวเอง
นอกจากนี้ยังอัปเดตคดีส่วนตัวกรณีถูกติดตามและคุกคามว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการทางกฎหมายที่ สน.ลุมพินี โดยได้รับความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยจาก “สนธิ ลิ้มทองกุล” “อาจารย์ปานเทพ” และ “พี่เอกราช” ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับ คดี “แตงโม นิดา” ตนฝากถึงผู้ที่มีเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี สามารถนำข้อมูลไปแจ้งได้ที่บ้านพระอาทิตย์ และแม้จะต้องเสียเงินหรือทรัพย์สินก็ไม่เป็นไร เพราะยังสามารถหาใหม่ได้ แต่สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือการต้องสูญเสียชีวิต คือทัศนคติที่ขวัญย้ำถึงความสำคัญของการรักษาชีวิตและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
Advertisement