วันนี้ (2เม.ย.68) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายอู ซอ ซอ โซ (U Zaw Zaw Soe) ว่าที่เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ณ กระทรวงแรงงาน ในโอกาสเข้าพบเพื่อรับมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ น้ำหนักรวมกว่า 12,675 กิโลกรัม เพื่อส่งต่อให้แรงงานชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอาคารถล่ม ซึ่งเกิดจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมี นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมด้วย
นายพิพัฒน์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของกระทรวงแรงงานว่า “แรงงานทุกคนที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด จะได้รับการดูแลเยียวยาอย่างเท่าเทียมเสมือนเป็นคนไทย” โดยกระทรวงได้เตรียมมาตรการช่วยเหลืออย่างครอบคลุม ทั้งจากสำนักงานประกันสังคม กรมการจัดหางาน และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อให้แรงงานและครอบครัวได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายและเป็นธรรม
ซึ่งในการช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทจัดหางาน นายจ้าง และเครือข่ายแรงงานในสังกัด ที่รวมพลังกันจัดหาและระดมสิ่งของจำเป็นจำนวนมาก เช่น
• ปลากระป๋อง 220 ลัง (3,410 กิโลกรัม)
• บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (3,470 กิโลกรัม)
• ข้าวสาร 15 กิโลกรัม จำนวน 54 ถุง (812 กิโลกรัม)
• น้ำดื่ม 727 แพ็ก รวมกว่า 4,200 ลิตร
• เครื่องดื่ม ขนม เวชภัณฑ์ และยาสามัญประจำบ้าน โดยทั้งหมดจะถูกจัดส่งกลับไปยังเมียนมาโดยเครื่องบินในวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.68) โดยมีว่าที่เอกอัครราชทูตฯ เป็นผู้แทนรับมอบอย่างเป็นทางการ
นายพิพัฒน์ ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ณ พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือญาติแรงงานที่บาดเจ็บ สูญหาย หรือเสียชีวิตอย่างใกล้ชิด พร้อมเน้นย้ำว่า กระทรวงแรงงานจะติดตามการเยียวยาทั้งระบบ โดยเฉพาะในส่วนของประกันสังคม และสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เพื่อไม่ให้แรงงานคนใดถูกทอดทิ้ง
ด้าน นายอู ซอ ซอ โซ ว่าที่เอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทย กระทรวงแรงงาน และเครือข่ายแรงงานไทย ทั้งภาครัฐ และ ภาคเอกชน ที่ได้แสดงน้ำใจอย่างจริงใจ พร้อมกล่าวว่า “จะรายงานความห่วงใยจากรัฐมนตรีพิพัฒน์ ไปยังรัฐบาลเมียนมา และขอแสดงความเคารพต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยแรงงานเมียนมาในยามวิกฤตนี้”
”กระทรวงแรงงานย้ำว่า พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับฝ่ายเมียนมาในการดูแลแรงงานข้ามชาติทั้งในสถานการณ์ปกติและภาวะวิกฤต เพื่อให้ระบบแรงงานไทยเป็นระบบที่มีมนุษยธรรม เข้มแข็ง เพราะทุกแรงงานคือพลังของประเทศ ไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ใด น้ำใจแรงงาน ไทยยินดีให้ความช่วยเหลือเสมอ“ นายพิพัฒน์ กล่าวปิดท้าย
Advertisement