
สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า วันนี้ (2 ก.ย. 2569) มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ปาเจโร” รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศแผนวางจำหน่ายทั่วโลก โดยจะเริ่มทำตลาดใน 'ประเทศไทย' เป็นแห่งแรกในเดือนตุลาคมนี้ นับเป็นการคืนชีพรถเอสยูวีระดับตำนาน หลังจากบริษัทหยุดผลิตสำหรับตลาดญี่ปุ่นในปี 2562 และยุติการผลิตสำหรับตลาดต่างประเทศในปี 2564
การนำปาเจโรกลับมาทำตลาดอีกครั้งถือเป็นส่วนสำคัญของแผนฟื้นบทบาทของมิตซูบิชิในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเฉพาะการรักษาฐานยอดขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดหลักและคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมดในปัจจุบัน ท่ามกลางแรงกดดันจากค่ายรถยนต์จีนที่เร่งขยายตลาดด้วยรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด
เคสุเกะ คิชิอุระ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ระบุว่า ปาเจโรรุ่นใหม่จะเป็นรถยนต์เรือธงที่ทำหน้าที่นำทิศทางแบรนด์มิตซูบิชิ โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 10,000 คันภายในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2570
มิตซูบิชิวางแผนเปิดตัวปาเจโรรุ่นใหม่ในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในเดือนตุลาคม ก่อนเปิดตัวในญี่ปุ่นและออสเตรเลียในเดือนธันวาคม
จากนั้นมิตซูบิชิจะทยอยขยายการจำหน่ายไปยังประมาณ 100 ประเทศ ตั้งแต่ปีงบประมาณถัดไปเป็นต้นไป ครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ส่วนราคาจำหน่ายในแต่ละตลาดจะประกาศต่อไปเป็นระยะ
นอกจากเป็นตลาดแรกของปาเจโรรุ่นใหม่แล้ว ประเทศไทยยังได้รับเลือกให้เป็นฐานผลิตรถรุ่นนี้ โดยปาเจโรขนาดใหญ่จะใช้โครงสร้างแชสซีส์แบบขั้นบันไดร่วมกับรถกระบะไทรทัน และผลิตจากฐานการผลิตของมิตซูบิชิในไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญที่สุดของบริษัทนอกประเทศญี่ปุ่น
การกลับมาครั้งนี้ ปาเจโรจะไม่ได้มีเพียงรุ่นเดียว แต่จะได้รับการพัฒนาเป็นรถยนต์หลายขนาด ปาเจโรขนาดใหญ่ที่ผลิตในไทยจะเป็นรุ่นแรก ขณะที่รุ่นขนาดกลางซึ่งเป็นรุ่นที่สองในตระกูล คาดว่าจะผลิตในญี่ปุ่นและส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนาปาเจโรขนาดเล็กด้วย
หนึ่งในประเด็นที่มิตซูบิชิให้ความสำคัญเป็นพิเศษระหว่างการพัฒนาปาเจโรรุ่นใหม่ คือความสบายในการขับขี่บนเส้นทางขรุขระ เพื่อยกระดับสมรรถนะ บริษัทจึงนำรถไปทดสอบในหลายพื้นที่ทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น ไทย ออสเตรเลีย และแอฟริกา
ปาเจโรรุ่นที่เปิดตัวจะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลสะอาดขนาด 2.4 ลิตร อย่างไรก็ตาม มิตซูบิชิมีเป้าหมายพัฒนาและนำเสนอระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด
แม้คิชิอุระจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนทางเลือกของปาเจโร แต่ปัจจุบันมิตซูบิชิมีทั้งระบบไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดสำหรับรถเอสยูวีรุ่นอื่นอยู่แล้ว จึงมีความเป็นไปได้ว่ามิตซูบิชิอาจพัฒนาและเปิดตัวปาเจโรที่ใช้เครื่องยนต์เหล่านี้ในอนาคต
มิตซูบิชิเปิดตัวรถปาเจโรรุ่นแรกออกสู่ตลาดในปี 2525 ก่อนที่รถรุ่นนี้จะสร้างชื่อในช่วงทศวรรษ 1990 ด้วยสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดอันแข็งแกร่ง ตลอดจนความสำเร็จในการแข่งขันปารีส-ดาการ์ แรลลี ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นดาการ์ แรลลี
ในตลาดต่างประเทศบางแห่ง ปาเจโรใช้ชื่อว่า “มอนเตโร” และ “โชกุน” โดยมียอดขายสะสมมากกว่า 3.25 ล้านคัน ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศและภูมิภาค จนกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้มิตซูบิชิในด้านความแข็งแกร่งและความทนทาน
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา มิตซูบิชิต้องเผชิญวิกฤตหลายระลอก ตั้งแต่กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการปกปิดข้อบกพร่องของรถยนต์ ไปจนถึงผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลก ส่งผลให้บริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างกิจการ
ขณะเดียวกัน การแข่งขันกับรถยนต์รุ่นคู่แข่งที่รุนแรงขึ้น ทำให้มิตซูบิชิตัดสินใจยุติการผลิตปาเจโรสำหรับตลาดญี่ปุ่นในปี 2562 ก่อนจะหยุดผลิตสำหรับตลาดต่างประเทศในปี 2564 พร้อมปิดโรงงานในญี่ปุ่นซึ่งเคยเป็นฐานการผลิตรถรุ่นดังกล่าว
ส่วนความเป็นไปได้ที่มิตซูบิชิจะกลับเข้าสู่การแข่งขันดาการ์ แรลลีอีกครั้ง คิชิอุระระบุว่า แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่หากบริษัทมีความแข็งแกร่ง มีเทคโนโลยี และมีรถยนต์ที่พร้อมสำหรับการแข่งขันอย่างเต็มศักยภาพ เขาก็ต้องการเห็นมิตซูบิชิหวนคืนสู่สนามแรลลีอีกครั้ง
การคืนชีพปาเจโรในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มิตซูบิชิกำลังเผชิญแรงกดดันด้านยอดขายทั่วโลก โดยบริษัทเคยมียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.24 ล้านคันในปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2562 แต่ยอดขายลดลงมาอยู่ที่ 797,000 คันในปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2569
มิตซูบิชิตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเป็น 900,000 คันในปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2573 แต่การแข่งขันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อค่ายรถยนต์จีนเร่งขยายธุรกิจในภูมิภาคด้วยรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด ขณะที่ตลาดแห่งนี้มีสัดส่วนถึงประมาณ 30% ของยอดขายปัจจุบันของมิตซูบิชิ
ภายใต้แรงกดดันดังกล่าว บริษัทเปิดเผยวิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนสิ่งที่บริษัทเรียกว่า “ความเป็นมิตซูบิชิ มอเตอร์ส” เพื่อใช้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโต โดยปาเจโรจะเป็นตระกูลรถยนต์เรือธงที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ดังกล่าว
มิตซูบิชิวางแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 13 รุ่น รวมถึงปาเจโรรุ่นใหม่ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2574 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในจำนวนนี้ 7 รุ่นจะได้รับการพัฒนาเป็นรถยนต์ออฟโรด สะท้อนแผนของบริษัทที่จะมุ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดกับจุดแข็งด้านรถยนต์ออฟโรด โดยมีปาเจโรเป็นศูนย์กลาง
คิชิอุระระบุว่า เป้าหมายใหญ่ที่สุดของการนำปาเจโรกลับมาคือการเสริมความแข็งแกร่งให้แบรนด์ ขณะเดียวกัน บริษัทต้องการให้รถรุ่นนี้ช่วยเพิ่มทั้งยอดขายและผลประกอบการ โดยจะเดินหน้าผลักดันด้านการขายเพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
อ้างอิง: Nikkei Asia