Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจจุดความขัดแย้ง “สหรัฐ-จีน”ครั้งใหม่
โดย : ฐิภา นววัฒนทรัพย์

การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจจุดความขัดแย้ง “สหรัฐ-จีน”ครั้งใหม่

30 เม.ย. 69
11:42 น.
แชร์

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลาง “ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)” ถูกปิดลง เหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกหันมาจับตาจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล (Maritime Chokepoints) อื่นๆ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบ (Strait) เนื่องจากเกิดความกังวลว่าประเทศเจ้าของน่านน้ำอาจอาศัยจังหวะนี้ "เก็บค่าผ่านทาง" หรือจำกัดการเดินเรือ เพื่อสร้างรายได้และอำนาจต่อรอง โดยครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ “ช่องแคบมะละกา (Malacca Strait)” จนทำให้นานาชาติต้องการความชัดเจนจากอินโดนีเซีย

อินโดนีเซียยืนยันเดินเรือเสรีตามกฎสากล ล่าสุด นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ออกมาแถลงย้ำเพื่อลดความตึงเครียดว่า อินโดนีเซียไม่มีแผนจะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบมะละกา และยืนยันว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)  โดยการแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ตัวเขาเองได้ตั้งคำถามเมื่อวันพุธที่ 22 เม.ย. ว่าการที่อินโดนีเซียไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือสัญจรผ่าน “ช่องแคบมะละกา” นั้นเป็นเรื่องที่ถูกหรือผิด

ยิ่งไปกว่านั้น การตั้งคำถามดังกล่าว ในช่วงที่สหรัฐ-อิหร่านกำลังเกิดปัญหาช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิด จึงทำให้วิเคราะห์ได้ว่าสหรัฐอาจอยู่เบื้องหลังในความพยายามควมคุม “จุดยุทธศาสตร์ทางทะเล (Maritime Chokepoints)” ที่สำคัญ  นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลสนับสนุนสมมติฐานดังกล่าว จากเมื่อวันที่ 13 เม.ย. “สหรัฐ-อินโดนีเซีย” ได้ประกาศยกระดับความสัมพันธ์สู่ “Major Defense Cooperation Partnership (MDCP)” โดยเป็นการลงนามระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศที่เพนตากอน

ช่องแคบมะละกาถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าที่เชื่อมต่อเอเชียเข้ากับตะวันออกกลาง โดย “กรมเจ้าท่า (Marine Department)” ของมาเลเซีย เปิดเผยว่าในปี 2025 มีเรือสัญจรผ่านสูงถึง 102,500 ลำ เพิ่มขึ้น 8.7% จาก 94,300 ลำในปี 2024  สอดคล้องกับ “สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA)” ของสหรัฐที่เปิดเผยปริมาณการขนส่งน้ำมันที่สูงถึง 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 29% ของการค้าน้ำมันทางเรือทั่วโลก ดังนั้นหากมีการเก็บค่าธรรมเนียมหรือเกิดอุปสรรคในการเดินเรือจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้

โดยผลกระทบต่อราคาน้ำมัน นั้นจะแทบไม่ต่างจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากต้นทุนค่าระวางเรือ (Freight Cost) จะพุ่งสูงขึ้นทันที และหากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่ส่งไปยังจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกับจีนอาจลุกลามไปถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศระลอกใหม่ เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาเส้นทางนี้ในการนำเข้าน้ำมันเกือบ 70%

ในขณะที่ ราคาทองคำ ที่ดูเหมือนจะตอบรับในเชิงบวกในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ท่ามกลางความไม่มั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมไปถึงระดับความขัดแย้งครั้งใหม่ที่อาจปะทุสูงขึ้นระหว่าง “สหรัฐ-จีน” แต่เมื่อความขัดแย้งเร่งตัวถึงขีดสุด หรือ ตลาดหาย Panic ต่อสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้เพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น และเมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ทองคำก็จะกลับมาปรับตัวลง ด้วยสาเหตุจากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ซึ่งไปสกัดการปรับลดดอกเบี้ยเฟดอีกครั้ง เช่นเดียวกับสถานการณ์ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซล่าสุดนี้

ฐิภา นววัฒนทรัพย์

ฐิภา นววัฒนทรัพย์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท YLG Bullion And Futures จำกัด

แชร์
การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน อาจจุดความขัดแย้ง “สหรัฐ-จีน”ครั้งใหม่