กัดเล็บ เกิดจากอะไร วิธีแก้ "หมอหมู" ออกโรงเตือนหยุดพฤติกรรมเพราะเสี่ยงติดเชื้อ อันตรายถึงชีวิต
กัดเล็บ (Onychophagia) แม้ว่าจะดูเป็นพฤติกรรมที่อาจไม่ร้ายแรงในบางคน แต่หากเกิดขึ้นบ่อยหรือเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ของบุคคลได้หลายด้าน รวมถึงส่งผลต่อสุขภาพด้วย
โดยล่าสุด หมอหมู รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกมาเตือน โดยระบุว่า "หยุดพฤติกรรมกัดเล็บ เสี่ยงติดเชื้อ "อันตรายถึงชีวิต"
การกัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่หลายคนมองว่าไม่มีอันตราย แต่กรณีศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ร้ายแรงจากพฤติกรรมนี้
Karen Peat จากสกอตแลนด์ ได้แชร์ประสบการณ์ของเพื่อนที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล Glasgow Royal Infirmary เพื่อผ่าตัดฉุกเฉิน หลังจากที่เพื่อนของเธอกัดเล็บจนติดเชื้อที่นิ้ว แม้จะได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรให้ใช้แมกนีเซียมซัลเฟตและปิดแผล แต่การติดเชื้อกลับแย่ลง แพทย์เตือนว่าหากปล่อยไว้ การติดเชื้ออาจลุกลามขึ้นแขนและเป็นอันตรายถึงชีวิต
การกัดเล็บสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ เช่น
1. การติดเชื้อที่ผิวหนังรอบเล็บ (Paronychia) : การกัดเล็บอาจทำให้ผิวหนังรอบเล็บเกิดบาดแผล เปิดโอกาสให้แบคทีเรียหรือเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย
2. การติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) : ในกรณีที่การติดเชื้อลุกลาม แบคทีเรียอาจเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะพิษในเลือด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
3. ปัญหาทางทันตกรรม : การกัดเล็บอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ฟันสึกหรอหรือเกิดความเสียหาย
Dr. Claire Merrifield แพทย์ทั่วไปและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ Selph แนะนำว่า การกัดเล็บหรือที่เรียกว่า onychophagia อาจเกิดจากความเบื่อหน่ายหรือการทำงานที่ยากลำบาก มากกว่าความวิตกกังวล เธอแนะนำให้ผู้ที่มีพฤติกรรมนี้พยายามหาวิธีหยุด เช่น
1. การใช้ผลิตภัณฑ์ทาเล็บที่มีรสขม : เพื่อเตือนสติเมื่อเผลอกัดเล็บ
2. การหากิจกรรมอื่นทำแทน : เช่น การบีบลูกบอลลดความเครียด
3. การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต : หากพฤติกรรมนี้เกี่ยวข้องกับความเครียดหรือความวิตกกังวล
การตระหนักถึงความเสี่ยงและหาวิธีหยุดพฤติกรรมการกัดเล็บเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
จากการสืบค้นข้อมูลเบื้องต้น สาเหตุหลักของพฤติกรรม กัดเล็บ แบ่งออกเป็น ปัจจัยทางจิตใจ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม อธิบายได้ดังนี้
1. ปัจจัยทางจิตใจ
1.1 ความเครียดและความวิตกกังวล
• การกัดเล็บเป็นพฤติกรรมที่ช่วยบรรเทาความเครียด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายชั่วคราว
• พบบ่อยในผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลหรือความเครียดสูง
1.2 ความเบื่อหน่ายและความไม่มีอะไรทำ
• เมื่อไม่มีสิ่งกระตุ้นทางจิตใจ ร่างกายอาจหาทางออกโดยใช้พฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่น การกัดเล็บ
1.3 พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ
• การกัดเล็บอาจเป็นอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) หรือกลุ่มพฤติกรรมซ้ำๆ ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น การถอนผม (Trichotillomania)
1.4 ความหงุดหงิดหรือความโกรธ
• บางคนกัดเล็บเมื่อรู้สึกหงุดหงิดหรือกดดัน เพื่อเป็นการระบายอารมณ์
2. ปัจจัยทางพันธุกรรม
• ข้อมูลจาก รามา แชนแนล ระบุว่า พฤติกรรมการกัดเล็บในปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด อาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด รู้สึกเบื่อ วิตกกังวล หรืออุปนิสัยส่วนตัวที่ชอบกัดเล็บ นอกจากนี้พันธุกรรมก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการกัดเล็บได้
3. ปัจจัยทางพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม
3.1 การเลียนแบบพฤติกรรม
• เด็กอาจกัดเล็บเพราะเห็นคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อน ทำให้เกิดการเลียนแบบ
3.2 นิสัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก
• เด็กบางคนเริ่มกัดเล็บตั้งแต่วัยเด็กและติดเป็นนิสัยเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่
3.3 สิ่งเร้าทางร่างกาย
• มีเล็บที่ขรุขระหรือฉีกง่าย อาจทำให้เกิดความรู้สึกอยากกัดเล็บเพื่อให้เรียบขึ้น
4. ภาวะทางการแพทย์และจิตเวชที่เกี่ยวข้อง
• โรคสมาธิสั้น – คนที่มีภาวะนี้อาจมีพฤติกรรมกัดเล็บเพื่อช่วยให้จดจ่อ
• โรควิตกกังวลทางสังคม – บางคนกัดเล็บเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์กดดัน
• ภาวะขาดสารอาหาร – แม้ว่าจะไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่การขาดสารอาหารบางชนิด เช่น แคลเซียม อาจทำให้เกิดความอยากกัดเล็บ
การกัดเล็บสิ่งสำคัญคือการหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อหาทางแก้ไข เช่น ใช้วิธีลดความเครียด ฝึกควบคุมพฤติกรรม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากการกัดเล็บรุนแรงจนส่งผลต่อสุขภาพกายรวมถึงสุขภาพจิตด้วย
Advertisement