วันที่ 28 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอำพันธ์ วิศณุพรประสิทธิ์ อายุ 79 ปี คณะกรรมการวัดป่าเนินโพธิโสธร ต.โนนทองหลาง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา และชาวบ้านได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.กวินไกร ศักดาวัฒน์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสของวัด
โดยกล่าวหาว่า นำเงินจำนวนมากกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากงานทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิตของทางวัดแล้วหนีหายออกจากวัดไป หลังจากเสร็จงานวัดตั้งแต่ปลายปี 67 โดยเจ้าอาวาสอ้างว่า มีรายได้จากงานบุญ 2 ล้านบาทเศษ ขณะที่มีรายจ่ายจากการดำเนินงานมากถึง 3.8 ล้าน ทำให้การจัดงานครั้งนี้ขาดทุน ไม่สามารถหาเงินมาคืน เงินกู้ยืมที่นำมาใช้ในการจัดงานได้ แต่เมื่อมีการร้องขอจากชาวบ้านให้ท่านเจ้าอาวาสมาชี้แจงบัญชีรายรับ–รายจ่าย เจ้าอาวาสกลับหนีหายออกจากวัดไปจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
ล่าสุดเจ้าคณะอำเภอบัวใหญ่ (ธ) ได้มีหนังสือชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเจ้าอาวาสได้ยืมเงินผู้อุปถัมภ์วัดจำนวน 2.2 ล้านบาท เพื่อมาใช้จ่ายในงานปิดทองฝังลูกนิมิต และสัญญาด้วยวาจาว่า เสร็จงานจะคืนให้ แต่เมื่อจัดงานแล้วเสร็จ รายรับที่ได้จากการจัดงาน 2,026,904 บาท และเป็นรายจ่าย 3,998,361 บาท เมื่อนำรายรับรวมกับเงินกู้ยืมแล้วนำมาหักค่าใช้จ่ายแล้ว ทำให้เหลือเงินเพียง 228,543 บาท ไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้คืนให้ญาติโยม จึงเห็นควรให้ทางวัดทยอยผ่อนจ่ายให้เป็นงวดๆ โดยการทอดผ้าป่าหารายได้ในปีถัดๆ ไป
หลังจากมีคำชี้แจงทางเจ้าคณะอำเภอบัวใหญ่ (ธ) แล้วนั้น ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน ซึ่งแทนที่จะมีการเรียกเจ้าอาวาสมาชี้แจงถึงบัญชีรายรับรายจ่าย เนื่องจากเมื่อรวมยอดรายรับที่เกิดขึ้น อาทิ เงินจากการตัดหวายลูกนิมิต 1.8 ล้านบาท เงินตักไข่การกุศล 4 แสนบาท เงินใส่ซองทำบุญพระบวชใหม่ 1.4 แสนบาท เงินขายข้าวเปลือก 5 หมื่นบาท และเศษเงินเหลืออีก 1 ถุงเล็ก ก็เป็นเงินกว่า 2.4 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเงินจำนวนนี้เป็นรายรับที่ได้แน่นอน ยังไม่รวมกับเงินจากดอกไม้ธูปเทียน เงินซองบุญผ้าป่า และเงินทำบุญอื่นๆ อีก
ซึ่งเจ้าคณะอำเภอไม่พูดถึง แต่กลับจะใช้วิธีการทอดผ้าป่า เพื่อหาเงินใช้หนี้แทนเจ้าอาวาส ประกอบกับการที่ชาวบ้านนำบัญชีของเจ้าอาวาสไปตรวจสอบ พบว่ามียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 4.6 ล้านบาท ในขณะที่บัญชีของทางวัดโดยตรงกับมีเงินเพียงแค่ 1.5 แสนบาท รวมถึงการที่เจ้าคณะอำเภอบัวใหญ่ (ธ) มีหนังสือแตกต่างรักษาการเจ้าอาวาสแล้ว แต่ยังไม่มีหนังสือปลดเจ้าอาวาสรูปเดิม จึงทำให้ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบบัญชีของทางวัดได้ จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือกับพระราชวิราลังการ( คำปอน สุทฺธิญาโณ) เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธ) ณ วัดวชิราลงกรณวรารามวรวิหาร ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบจริยา และวินัยสงฆ์กับเจ้าอาวาสของวัด และสอบการทำหน้าที่ของเจ้าคณะอำเภอบัวใหญ่ (ธ) ในการดำเนินการทางด้านการปกครองสงฆ์ เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความหายแคลงใจสามารถเข้าวัดทำบุญได้เช่นเดิม
Advertisement