จากกรณีเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ตำรวจสืบนครบาล ได้นำกำลังบุกจับ “ นายแพท ” พ่อค้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี พร้อมยึดของกลางกว่า 200,000 รายการ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ขณะที่จากแนวทางสืบสวนพบว่าพ่อค้ารายนี้ ได้มีสาขากระจายบุหรี่ไฟฟ้าไปทั่วประเทศ ทั้งเปิดหน้าร้านและขายผ่านออนไลน์ ต่อมาจึงได้มีการขยายผลเพิ่มเติม
ล่าวุดวันนี้ (3เม.ย.68) ตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 - 9 ได้ระดมกำลัง “เปิดปฏิบัติการ Smoke Out” เป็นการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าครั้งที่ 2 ทลายโกดังบุหรี่ไฟฟ้า 82 จุดทั่วประเทศ เพื่อขุดรากถอนโคนเครือข่าย “นายแพท” ตัวการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ หลังพบว่า เป้าหมายทั้ง 82 จุด รับซื้อสินค้าบุหรี่ไฟฟ้ามาจากผู้ต้องหา
พลตำรวจโทอัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การปฏิบัติในวันนี้เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อปราบปรามป้องกันบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเป็นระยะเวลา 1 เดือนกว่าที่ผ่านมา มียอดผลการจับกุมผู้กระทำความผิดมากกว่าปี 2567
สำหรับผลการปฏิบัติวันนี้ เป็นขยายผลต่อเนื่องจากการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ที่เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา โดยจากการสืบสวนขายผลพบว่ามี ดาวน์ไลน์ ลูกค้ารายย่อย ที่มีการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ และ ทางโทรศัพท์เพื่อให้นำพัสดุมาส่ง เพื่อมากระจายสินค้าจำหน่ายให้กับประชาชนและเยาวชน
โดยการเข้าตรวจค้น 82 จุดเป้าหมาย มี 2 จุดสำคัญที่พบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเปลี่ยนหัว อีกทั้งยังพบผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย ขณะที่อีก 1 จุดเป็นบ้านเช่าพบเพียงของกลางและกล่องพัสดุเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่ถูกจับกุม มีหนึ่งราย ที่ให้การว่าเพิ่งจะมาเปิดขายบุหรี่ไฟฟ้าเพียงแค่ 1 อาทิตย์เท่านั้น แล้วก็ถูกจับกุม ซึ่งเป็นช่วงที่ตำรวจได้กำลังระดมกวาดล้าง แต่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา และจะมีการสอบปากคำขยายผลต่อ
พลตำรวจโทอัคราเดช ระบุว่า ตำรวจจะยังคงเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพราะนอกจากเป็นสิ่งผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย หากมีเบาะแส ประชาชนสามารถแจ้งตำรวจเข้าดำเนินการได้ทันที
Advertisement