จากกรณีครอบครัวและเพื่อน ๆ ของชายชิตพล ดำกลิ่น อายุ 18 ปี พากันแห่ร่างที่บรรจุอยู่ภายโลงศพ ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกวัยรุ่นแทงที่ใต้ชายโครงด้านซ้ายจนเสียชีวิต ขณะไปท่องเที่ยวที่แก่งหูแร่ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง
เพื่อขอความเป็นธรรม และยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพัทลุง เพื่อให้จับคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว หลังจากครอบครัวผู้เสียชีวิตแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ จึงกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป
วันที่ 15 ต.ค. 64 ทีมข่าวลงพื้นที่วัดนาหยา อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ที่ตั้งศพของนายชิตพล หรือ ก้อง พบครอบครัวและเพื่อน ๆ ยังอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจ โดยเฉพาะพ่อและแม่ร้องไห้สงสารลูกชาย
ที่ตั้งศพน้องก้องยังมีป้ายขอความเป็นธรรม ด้านหลังโลงศพ มีรถจักรยานยนต์ของน้องก้อง ไม้สนุกเกอร์ ของรักของก้อง นางสุมาลี เมืองแก้ว ป้าของน้องก้อง ให้ข้อมูลสาเหตุที่ต้องแห่ศพน้องและยังไม่เผาศพ เพราะการดำเนินคดีล่าช้าผ่านมา 2 สัปดาห์แล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ กลัวคดีความจะเงียบหาย
ทั้งนี้ ตนจึงอยากให้จับคนร้ายได้ก่อนถึงจะเผาศพก้อง โดยที่ออกมาช่วยประท้วง เพราะหลานชายเป็นคนกตัญญูรู้คุณ ทำงานเลี้ยงพ่อแม่ เนื่องจากพ่อแม่ป่วยทั้งสองคนพ่อเป็นโรคลมชัก แม่เป็นโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาน้องก้องเป็นเสาหลักให้ที่บ้าน
พอเสียน้องก้องไป ก็รู้สึกเสียใจ และเสียดาย ห่วงพ่อและแม่ของเขาจะอยู่อย่างไร ขณะที่คดีความก็ไม่คืบหน้า สอบถามตำรวจก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ ไม่มีการติดต่อมา ทั้งคู่กรณีทั้งตำรวจในการให้ความช่วยเหลือเรื่องนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ
นายภูมิ อายุ 17 ปี หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันใช้มีดแทงนายก้องเสียชีวิต ถูกตำรวจเรียกสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง หลังสอบปากคำเสร็จ เล่าว่า ในวันเกิดเหตุตน ไปเที่ยวที่แก่งน้ำหูแร่กับเพื่อน 5 คน หนึ่งในนั้นมีมินที่ถูกกล่าวหาด้วย โดยตอนเกิดเหตุ ตนได้เดินไปขอน้ำแข็ง ที่ร้านอาหารใกล้กันกับจุดเกิดเหตุ ตอนนั้นเห็นก้องผู้ตายเดินมาเตะและต่อยพีทก่อน ซึ่งตนก็ไม่ได้จักพีทเป็นการส่วนตัว
ขณะที่ตนขอน้ำแข็งเสร็จก็มีสาว ๆ เรียกไปถ่ายรูปตรงใกล้ ๆ กับที่ก้องไปเตะพีทพอดี หลังจากนั้นก็เกิดเหตุชุลมุนกัน ตนเห็นฝ่ายของก้องชักปืนขึ้นมา ตนก็วิ่งหนีไปพร้อมกับเพื่อน 5 คน ตนยืนยันว่าวันนั้นตนไม่ได้พกมีดไป ส่วนมินพกมีดไปแต่ก็ไม่ใช่คนก่อเหตุ ส่วนตัวไม่รู้จักกับวัยรุ่นกลุ่มก้องและพีทเลย
ตนยืนยันว่าคนที่ชักปืนเป็นพรรคพวกฝ่ายของก้องเองแต่ตนไม่รู้จัก หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป จากนั้นมาทราบข่าวว่าภูมิและมินตกเป็นผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุแทงก้องเสียชีวิต วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวมาสอบปากคำรู้สึกสบายใจขึ้นมาก ที่ได้พูดข้อเท็จจริง เพราะก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนแทงผู้ตายเสียชีวิตก็รู้สึกไม่สบายใจ ตนไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะตนเองไม่ได้เป็นคนแทง