สาวสร้างโพรไฟล์หรูหลอกเหยื่อตีสนิท 5 ปี ปั้นบทดราม่าสูบเงิน 4 แสน อึ้ง! ตัวจริงไม่ตรงปก (คลิป)

24 ต.ค. 64

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.64 เวลา 12.30 น. ที่ สน.บางนา น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้าบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมนายวิษณุ เตยอ่อน ทนายความ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ไพบูลย์ มาลา รอง สว.(สอบสวน) สน.บางนา เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พลอยตะวัน อายุ 42 ปี ในข้อหาฉ้อโกง โดยการหลอกลวงให้หลงเชื่อยอมโอนเงินรวม 18 ครั้ง รวมเป็นเงิน 435,000 บาท

650531

น.ส.ส้ม เปิดเผยว่า เมื่อปี 2557 เฟซบุ๊กบัญชีชื่อ Ploytawan Adisaksophonbordee ใช้รูปโพรไฟล์เป็นหน้าผู้หญิงผิวขาวหันหลังแอดมาขอเป็นเพื่อน เมื่อเข้าไปดูพบว่าได้มีการโพสต์ภาพหญิงสาวหน้าตาดี ขณะไปทำบุญบ้าง ไปเป็นวิทยากรบ้าง ไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศบ้าง และมีการโพสต์ข้อมูลว่าทำงานอยู่ที่บริษัทใหญ่โต จบการศึกษาระดับสูงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

545380

นอกจากนี้ ยังเป็นวิทยากรในการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน และยังบอกว่าเป็นเจ้าของสวนทุเรียนด้วย ตนเห็นว่าบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นคนมีความรู้ มีหน้าที่การงานดีและเป็นคนสนใจในหลักธรรม ชอบทำบุญเหมือนกัน จึงได้รับแอดเป็นเพื่อน ก่อนจะทำความรู้จักกันเรื่อยมาทางเฟซบุ๊ก

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก หญิงคนดังกล่าวได้มีการโพสต์ภาพของเด็กผู้หญิงอ้างว่าเป็นรูปลูกสาวหลายภาพ ตั้งแต่แรกเกิด ขณะไปท่องเที่ยวบ้าง ไปส่งลูกที่โรงเรียนบ้าง จนถึงตอนเข้าโรงพยาบาลรักษาตัว ต่อมาปี 2562 ได้ขาดการติดต่อกับบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวไป

667542

กระทั่งวันที่ 15 มี.ค.64 เวลาประมาณ 15.48 น. น.ส.พลอยตะวัน อ้างว่าเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กบัญชี Ploytawan Adisaksophonbordee ได้ติดต่อโทรมาคุยผ่าน Messenger โดยไม่เห็นหน้าผู้ที่โทรมา บอกว่าเขาเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว เล่าเรื่องราวชีวิตในช่วงที่ขาดการติดต่อไป พร้อมกับปัญหาชีวิตที่ประสบ ลูกสาวมีอาการป่วยเป็นโรคไข้เลือดชนิดร้ายแรง ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลไปแล้วกว่า 18 ล้านบาท เขาบอกว่าจะต้องจ่ายค่าเทอมให้ลูกสาวเป็นเงิน 35,000 บาท ถ้าไม่จ่ายค่าเทอมภายในวันนี้ทางโรงเรียน จะไม่ให้ลูกสาวเข้าสอบพร้อมเพื่อน เขาเกิดความวิตกกังวลกลัวว่าลูกสาวจะไม่ได้ขึ้นชั้น ป.1 แต่เวลานี้ตัวเขาไม่มีเงินติดตัวเลย ก่อนจะออกปากขอยืนเงินจำนวน 40,000 บาท เพื่อเป็นค่าเทอมของลูกสาวและค่าน้ำค่าไฟ ด้วยความที่รู้จักคุ้นเคยพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊กมานานกว่า 5 ปี ก่อนขาดการติดต่อ ประกอบกับความสงสารเด็กที่เห็นภาพลูกเขาป่วยและอนาคตทางการศึกษาของเด็ก ตนจึงบอกไปว่าขณะนี้ตนไม่มีเงินสด แต่ถ้าต้องการจริง ๆ ก็จะใช้เงินในบัตรเครดิตโอนเงินให้ก่อน น.ส.พลอยตะวัน สัญญาว่าที่ดินสวนทุเรียนจำนองธนาคารได้แล้วจะคืนให้ทันที

497810

นอกจากนี้ น.ส.พลอยตะวัน ยังทักมาทาง Messenger ว่าต้องย้ายแม่จาก รพ.กรุงเทพระยอง ไปผ่าตัดที่ รพ.สิริกิตติ์สัตหีบ ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีก 75,000 บาท ซึ่ง น.ส.พลอยตะวัน บอกว่าเขารวบรวมจากญาติได้เพียง 25,000 บาท ยังขาดอยู่อีก 50,000 บาท จึงอยากจะให้เราช่วยเหลือ ด้วยความสงสารและหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้จำนวน 40,000 บาท

350708

วันที่ 24 มี.ค.64 น.ส.พลอยตะวัน แจ้งว่าแม่จะต้องผ่าตัดเอาลิ้มเลือดออก ต้องใช้เงินค่าผ่าตัดขาดอยู่อีก 40,000 บาท ด้วยความเชื่อว่าแม่เขาป่วยจริง และอดสงสารไม่ได้ จึงโอนเงินให้อีกจำนวน 40,000 บาทในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 26 มี.ค.64 น.ส.พลอยตะวัน โทรมาแจ้งว่าแม่ต้องผ่าตัดอีกครั้ง ยังขาดเงินค่าใช้จ่ายอยู่อีกจำนวนมาก ก่อนออกปากขอยืมเงินจำนวน 40,000 บาท โดยอ้างว่าจะคืนเงินทั้งหมดให้ทันที กำลังเอาที่ดินจำนองธนาคาร ทำให้หลงเชื่อยอมโอนเงินให้อีกครั้งจำนวน 40,000 บาท

วันที่ 27 มี.ค.64 แจ้งว่าเงินที่ได้รับยังไม่พอกับค่าผ่าตัดเอาลิ้มเลือดออก จะต้องใช้เงินเพิ่มก่อนจะขอยื่มอีก 10,000 บาท จึงโอนให้ตามที่ขอมา

ในช่วงบ่ายวันที่ 28 มี.ค.64 บอกแม่อาการยังไม่ดีขึ้น เครียดมาก ขอให้ช่วยเหลือด้านการเงินอีกครั้ง จำนวน 50,000 บาท ด้วยความเชื่อและสงสารไหน ๆ ช่วยมาแต่ต้นแล้ว จึงโอนไปให้ตามจำนวนที่ร้องขอมา

184872

วันที่ 29 มี.ค.64 ส่งข้อความมาทาง Messenger ว่าแม่อาการไม่ดีขึ้นต้องการย้ายแม่จากสัตหีบเข้ามารักษาต่อที่ กทม.เนื่องจากไม่มีใครมาช่วยเฝ้าดูอาการจึงขอยืมเงินเพื่อเป็นค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในการย้ายแม่เข้ามารักษาตัวที่ กทม.อีก 10,000 บาท ด้วยความเชื่อจึงโอนให้ตามที่ขอมา

ตกเย็น น.ส.พลอยตะวัน ได้โทร Messenger มาคุยบอกว่าแม่ยังไม่ได้ย้ายยังรอดูอาการอยู่ห้องไอซียู พร้อมส่งภาพถ่ายในห้องรักษาพยาบาลมาให้ดู จำเป็นจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม ก่อนจะออกปากขอยืมเงินอีก 20,000 บาท ด้วยความเชื่อและสงสารจึงโอนให้ตามที่ร้องขอมา

วันที่ 31 มี.ค.64 น.ส.พลอยตะวัน โท รMessenger มาบอกแม่มีอาการทรุดแพทย์แจ้งว่าแม่มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะจะต้องรักษาด้วยการทำบายพาส จะต้องย้ายแม่ไปทำการรักษาที่ รพ.สมิติเวชศรีราชา ต้องจ่ายค่าผ่าตัด 250,000 บาท กำลังรวบรวมเงินจากญาติ ๆ อยู่ก่อนจะออกปากขอให้ช่วยเหลือยืมเงินอีกครั้งจำนวน 50,000 บาท ด้วยความสงสารและอยากได้เงินทั้งหมดคืน จึงโอนให้ในตอนบ่ายวันเดียวกัน

908206

วันที่ 7 เม.ย.64 น.ส.พลอยตะวัน โทรมาแจ้งว่าแม่ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ฟื้น ยังค้างค่ารักษาอยู่กับทาง รพ.อีก 100,000 บาท จึงอยากจะขอยืมอีก 50,000 บาท ด้วยความสงสารและหลงเชื่อจึงได้โอนเงินให้อีกครั้งตามที่ขอความช่วยเหลือมา หลังจากโอนเงินแล้วได้ส่งข้อความไปหา น.ส.พลอยตะวัน แจ้งว่าจำนองที่ดินกับธนาคารได้แล้ว จะคืนให้ได้ในวันที่ 17 เม.ย.64 แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่มีการโอนเงินคืนแต่อย่างใด ได้พยามยามทวงถามอีกหลายครั้งแต่ น.ส.พลอยตะวัน บ่ายเบี่ยงมาตลอดจนกระทั่งไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

189959

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียก น.ส.พลอยตะวัน มาพบแจ้งข้อหาฉ้อโกง ก่อนจะเปิดโอกาสให้เจรจาผ่านมือถือกับผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า ยินดีจะชำระเงินจำนวน 1 แสนบาท ให้ตนในวันที่ 10 ต.ค.64 ส่วนที่เหลือจะมาตกลงกันอีกที แต่เมื่อถึงกำหนดวันนัด น.ส.พลอยตะวัน ไม่มาตามนัดหมาย ยังไม่มีการชำระเงินตามที่รับปากไว้ ตนได้แจ้งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาถึงที่สุด ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนให้อัยการเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยพนักงานอัยการได้สั่งให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติมบางประเด็น จึงนัดตนมาสอบปากเพิ่มเติมในวันนี้

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม