วงจรปิดชัด! หนุ่มใส่วิกควงปืนบุกเดี่ยวชิงทอง 6 ล้าน ตร.เตือนร้านใส่กรงเหล็กแต่กลับเมิน  (คลิป)

วงจรปิดชัด! หนุ่มใส่วิกควงปืนบุกเดี่ยวชิงทอง 6 ล้าน ตร.เตือนร้านใส่กรงเหล็กแต่กลับเมิน (คลิป)

0
27 ก.ย. 63

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.63 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ ร้านทองเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านวังหิน แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน


641021


โดยที่เกิดเหตุเป็นห้างสรรพสินค้าซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ทราบชื่อร้านที่เกิดเหตุ ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัส ร้านตั้งอยู่ภายในห้างใกล้ประตูทางเข้า-ออกของห้าง


404030


ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ปรากฏพฤติกรรมของคนร้าย ชายอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีขาว ลักษณะรูปร่างสูงประมาณ 170 ซม. รูปร่างสมส่วน สะพายกระเป๋าข้างสีดำ สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบหน้าสีแดง สวมหน้ากากอนามัย ผมประบ่าสีดำออกแดง คล้ายกับสวมวิกผมอำพรางตัว นอกจากนี้คนร้ายยังพกอาวุธปืนสั้นลูกโม่ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นปืนแท้หรือปืนปลอม และใช้รถจักรยานยนต์ Yamaha TTX 115 ซีซี ไม่ทราบเลขป้ายทะเบียนรถ ในการหลบหนี


575963


คลิปที่ 1 คนร้ายได้บุกเข้าไปชิงทอง โดยใช้เวลาการชิงเพียงระยะเวลา 40 วินาที โดยเข้าไปเพียงลำพัง พร้อมพกอาวุธปืนลูกโม่


คลิปที่ 2 คนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางด้านข้างของห้าง ติดกับถนนลาดพร้าววังหิน


คลิปที่ 3 คนร้ายได้ใช้รถจักรยานยนต์ Yamaha TTX 115 ซีซี สีดำเทา ไม่ทราบเลขป้ายทะเบียนรถ ขับหลบหนีจากด้านหลังของห้าง


908394


ในเบื้องต้นพฤติการณ์ของคนร้าย พบว่าเป็นชายถืออาวุธปืนลูกโม่ เดินเข้ามาบริเวณหน้าร้านทอง ซึ่งอยู่ติดกับประตูทางเข้า-ออกห้าง จากนั้นกระโดดข้ามตู้กระจกที่โชว์ทอง ใช้อาวุธปืนลูกโม่เข้าไปข่มขู่พนักงาน ก่อนที่พนักงานจะวิ่งหนี พร้อมกับกวาดสร้อยคอทองคำไป 5 ถาด ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไปด้านหลังของห้าง


331967


ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เดินทางไปยังร้านทองดังกล่าว พบว่าประตูเข้า-ออกที่อยู่ติดกับร้านถูกปิด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพฐ.เข้ามาตรวจสอบ ภายในร้านกระจกตู้โชว์สร้อยคอทองคำแตก ถาดใส่ทองจำนวน 3 ถาดได้หายไป และภายนอกประตูใช้เชือกเทปโปลิศไลน์ สีแดง-ขาวมาปิดกั้น เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุดังกล่าว


685645


นายไพบูลย์ บุญมี อายุ 50 ปี รปภ.รักษาความปลอดภัย เปิดเผยว่า ขณะที่เกิดเหตุการณ์ตนเห็นว่าพนักงานของร้านทองวิ่งวุ่นหนี ตนจึงวิ่งเข้าไปดูภายในห้าง จากนั้นเห็นว่าคนร้ายกำลังใช้มือกวาดสร้อยคอทองคำไป โดยใช้ปืนสั้นลูกโม่ สีขาว จ่อมาที่บริเวณใบหน้าของตน พร้อมกับบอกว่า "อย่าเข้ามา" ขณะนั้นตนวิ่งออกมาให้พ่อค้าแม่ค้าโทรแจ้งตำรวจ


ทั้งนี้ตนยอมรับว่า ตกใจมากสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไม่เคยเจอใครเอาปืนมาจ่อ อย่างไรก็ตามตนไม่ทราบว่า คนร้ายจะมาดูลาดเลาก่อนหรือไม่ ส่วนจะเป็นคนละแวกไหนก็ไม่ทราบ ตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน


700135


หลังจากเกิดเหตุ ทางพลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาตรวจสอบร้านทองที่เกิดเหตุ ภายในห้างแห่งหนึ่งย่านวังหิน พร้อมกับเปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าคนร้ายดูลาดเลามาก่อน ส่วนที่ว่าวางแผนอย่างดีหรือไม่นั้น ไม่สามารถตอบได้ในขณะนี้ ซึ่งหลักฐานที่ได้มาพอจะทราบรูปพรรณสันฐานของคนร้ายแล้ว แต่ต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม


ส่วนรถจักรยานต์ที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นได้ข้อมูลยี่ห้อและรุ่นรถแล้ว ส่วนป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ รวมถึงยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า เส้นทางหลบหนีของคนร้ายได้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วย


903915


ทั้งนี้ตนยืนยันว่ากล้องวงจรปิดของทางร้าน และบริเวณใกล้เคียง สามารถจับภาพคนร้ายไว้ได้ทั้งหมด ส่วนน้ำหนักทองที่คนร้ายได้ไปคาดว่าน้ำหนักเกือบ 200 บาท มูลค่าเบื้องต้น 6 ล้านบาท สำหรับอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นปืนลูกโม่ ยังไม่ทราบว่าเป็นปืนจริงหรือปลอม ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ


สำหรับพื้นที่บริเวณห้างดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ถูกคนร้ายชิงทรัพย์แล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งแรกและครั้งที่ 2 เกิดเหตุที่ร้านห้างทองเยาวราชเอเชีย สาขาเจซี ในเดือน ต.ค.62 โดยได้ชิงสร้อยคอทองคำไป จำนวน 24 บาท และเดือน ธ.ค.62 ได้ชิงสร้อยคอทองคำไปประมาณ 40 เส้น น้ำหนักร่วม 100 บาท


323268


นายประกอบ มีถม อายุ 50 ปี คนขับรถกะป๊อ เปิดเผยว่า ขณะที่เกิดเหตุตนได้นั่งอยู่ภายนอกของห้างฯ แต่ได้ติดเสียงคล้ายกระจกแตก จึงคาดว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นเห็นว่า รปภ.วิ่งเข้าไปในร้าน ตนได้วิ่งตาม รปภ.เข้าไป แต่ยังไปไม่ถึงประตูทางเข้า-ออกเห็นว่าคนร้ายได้เดินออกมา พร้อมมีปืนลูกโม้ที่บริเวณเอว ตนรับว่าตกใจมาก พอคนร้ายได้วิ่งไปยังบริเวณด้านข้างของห้าง ริมถนนลาดพร้าววังหิน


ตนยอมรับว่าตนไม่กล้าเสี่ยงที่จะตามไป เพราะกลัวว่าจะถูกยิง และได้โทรแจ้งตำรวจ 191 ขณะช่วงที่คนร้ายหลบหนีนั้น ตนไม่ทราบว่าใช้รถอะไรเป็นยานพาหนะในการหลบหนี นอกจากนี้ขณะที่คนร้านวิ่งหลบหนีคล้ายคนไม่มีแรง วิ่งไม่เร็ว และมาเพียงลำพัง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่