พ่อเดือดบุกจะตบลูกเหี้ยมฆ่าน้ายัดถัง ช็อกเห็นบีบคอจับทืบกดน้ำ สาปให้ลงนรก (คลิป)

27 ธ.ค. 63

กรณีตำรวจ สภ.แม่กา อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ รับแจ้งพบศพยัดถังซุกในเมรุเผาศพ บ้านสันบ่อเย็น ต.โป่งทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ที่เกิดเหตุพบร่างนางอาคร สมคำ อายุ 59 ปี อยู่บ้าน ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า สภาพอยู่ในถังน้ำพลาสติก ซ่อนไว้ภายในเมรุเผาศพ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ เงินสด 200 บาท และของใช้ และล่าสุดหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายธานิน หรือโสด และนายศักดิ์ ญาติสนิทของคนตายไปสอบปากคำ จนกระทั่งนายธานิน รับสารภาพเป็นคนก่อเหตุ เพราะหลอนหลังจากเสพยาบ้า ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลานโหดฆ่าน้ายัดถังรับจับศพคว่ำกรอกน้ำขาดใจตาย คนผวาเสียงผีจากเมรุจ่อทำบุญให้

117919

ล่าสุดวันที่ 27 ธ.ค.63 เวลา 09.30 น. ที่บ้านจุดเกิดเหตุ หมู่ 2 ต.โปงทุ่ง อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ ตำรวจจากสภ.แม่กา พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้นำกำลังรวมกว่า 30 นาย ปิดพื้นที่บ้าน เพื่อนำตัวนายธานิน หรือนายโสด ใหม่ปลา ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ออกจากโรงพักเดินทางไปที่บ้าน โดยให้มีการสวมใส่เสื้อเกาะกันกระสุน พร้อมทั้งหมวกกันน็อก และใส่กุญแจมือเอาไว้ด้านหน้า เพื่อป้องกันการหลบหนี และป้องกันไม่ให้ชาวบ้านหรือญาติที่มีความโกรธแค้น เข้ามาทำร้ายนายธานิน ตลอดการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

475214

โดยหลังจากที่ทีมข่าวเดินทางไปถึงหน้าบ้านจุดเกิดเหตุ พบว่า นายเหรียญ หรือนายประพัฒน์ ใหม่ปลา พ่อของนายธานิน ยืนอยู่บริเวณโรงเก็บถังพ่นยา ด้วยอาการโกรธแค้น ซึ่งรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะพาลูกชายมาทำแผนประกอบรับคำสารภาพ โดยทีมข่าวสังเกตว่า นายเหรียญได้เตรียมท่อนเหล็กเอามาไว้ในมือ และพูดด้วยภาษาเหนือว่า “กูจะเอามึงให้ตาย พร้อมติดคุก ต้องเอาลูกเลวคนนี้ตายให้ได้ ญาติพี่น้องเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เด็ก มึงยังทำได้ลงคอ นับประสาอะไรกับผู้เป็นพ่อ มันยังไม่เคยเคารพ มันต่อยได้แม้กระทั่งหน้าของพ่อของมัน ดังนั้นมันสมควรตาย ไม่ต้องรอให้ไปติดคุก เพราะติดกี่ครั้งไม่เคยจำ”

463226

จากนั้นเมื่อรถของผู้ต้องหามาถึงบริเวณหน้าบ้าน ตำรวจได้ควบคุมตัวอย่างใกล้ชิด แต่นายเหรียญ และญาติคนอื่น อยู่ในอาการไม่พอใจ ต่างยังคงแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่เพื่อบุกเข้าไปรุมประชาทัณฑ์นายธานิน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องนำตัวนายธานิน กลับขึ้นไปนั่งอยู่บนรถชั่วคราว หลังจากนั้น ผกก.สภ.แม่กา พร้อมด้วยรองผู้กำกับฝ่ายสอบสวน ได้เข้าไปเจรจา และแยกตัวของนายเหรียญ ให้ออกไปห่างจากจุดที่ตำรวจจะมีการทำแผน

995270101172

หลังจากที่มีการเคลียร์พื้นที่ พร้อมทั้งกันญาติและชาวบ้านที่มามุงดูการทำแผนได้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มการทำแผน โดยนายธานินได้รับสารภาพ พร้อมทั้งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเริ่มต้นชี้จุดก่อเหตุ โดยเริ่มจากจุดแรกบริเวณลานกว้างกลางบ้าน ซึ่งเป็นจุดที่เผชิญหน้ากับนางอาคร โดยขณะนั้นผู้ตายกำลังเดินเข้ามาที่บ้านเพื่อจะดูแลแม่ แต่นายธานิน เกิดอาการหลอนจึงเข้าไปทำร้ายร่างกาย โดยเริ่มจากการชกต่อย กระทั่งผู้ตายล้มลง จากนั้นได้จับเท้า 2 ข้าง ลากเข้าไปภายในครัว โดยตอนนั้นผู้ตายยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น แต่นายธานิน ได้ใช้เท้าขวา กระทืบซ้ำเข้าไปที่ใบหน้าของผู้ตาย ก่อนที่จะพลิกร่างคว่ำลง ใช้มือขวาล็อกคอผู้ตาย เพื่อให้ขาดอากาศหายใจ

896604

หลังจากนั้น ได้เดินไปที่โรงเก็บถังพ่นยา หยิบเอาถังใบตรงกลางตั้งขึ้น กลับไปที่ห้องครัว อุ้มร่างของผู้ตายมาหยอนลงไปในถัง และไปที่ก๊อกน้ำเปิดน้ำใส่ถังพลาสติกสีดำ ยกไปเทใส่ถังพ่นยา ประมาณ 3 ครั้ง จากนั้นก็ได้นำกระสอบผ้าใบ ยัดปิดปากถังพ่นยาเพื่ออำพราง นายธานิน ตอบสั้น ๆ ว่า “ตอนที่เทน้ำลงไปในถัง ไม่รู้ว่านางอาคร ตายแล้วหรือยัง”

กระทั่งเวลา 21.00 น. ทุกคนและชาวบ้านเข้านอนกันหมดแล้ว ได้ย้อนกลับไปที่โรงเก็บถังพ่นยา จับถังนอนลง เพื่อให้น้ำไหลออก และกลิ้งถังไปกับพื้น กลับไปเข็นรถเข็นมาจากใต้ยุ้งฉาง เพื่อยกถังขึ้นบนรถ ลักษณะตั้งตรง เข็นออกบริเวณหน้าบ้าน มุ่งหน้าไปที่ป่าช้า

619632

เมื่อไปถึงบริเวณป่าช้า ได้เข็นรถเข็นที่มีถังพ่นยาไปที่ด้านหน้าเมรุ จากนั้นได้ยกถังลงจากรถเข็น กลิ้งถังเข็นขึ้นไปด้านบน แต่ไม่สามารถที่จะยกถังที่บรรจุร่างของผู้ตายขึ้นไปบนตะแกรงเผาศพได้ เพราะเนื่องจากหนัก ประกอบกับมีประตูเมรุปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง จึงได้ลงไปเข็นรถเข็นขึ้นมาด้านบน เพื่อยกถังกลับขึ้นไปบนรถเข็นอีกครั้ง จากนั้นได้ใช้เท้าเหยียบเพื่อให้รถเข็นยกสูงขึ้น จึงยัดถังเข้าไปลักษณะคว่ำถัง จากนั้นปิดล็อกเอาไว้เหมือนเดิม แล้วนำรถเข็นกลับไปจอดไว้ที่บ้าน และใช้ชีวิตตามปกติ

826235

อย่างไรก็ตาม ตลอดการทำแผนประกอบรับคำสารภาพ บริเวณรั้วด้านนอกบ้านจุดเกิดเหตุ มีชาวบ้านกว่า 100 คน ที่มายืนมุงดูการทำแผน และต่างพากันตะโกนด้วยภาษาเหนือว่า “จิตใจทำด้วยอะไร มึงทำได้อย่างไร”

316244947422812354

แต่ก็มีบางช่วง ที่นายเหรียญ พ่อของนายธานินคนก่อเหตุ พยายามแหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่ เข้ามาเพื่อจะจู่โจมเข้าไปทำร้ายลูกชายตัวเอง ด้วยอาการโมโห และพูดจาตะโกนด่าทอตลอด “กูเตรียมเหล็กเอาไว้ฟาดหัวมึงตายแล้ว มึงมันเห้มาก เลี้ยงไม่เชื่อง กูเสียใจที่สุด กูอยากเห็นหน้ามัน อยากรู้ว่ามีนทำได้อย่างไร คนเขาทำกับข้าวให้กินทุกวัน จากนี้อย่ามาเหยียบ อย่ามาเข้าบ้านอีกเด็ดขาด ตายไปจะไม่ไปเผา”

นอกจากนี้ยังมีน.ส.วนิดา อุปการะ หรือ ฝ้าย อายุ 27 ปี ลูกสาวผู้ตาย และนางอำไพ ใจเป๋ง น้องสาวของคนตาย มายืนดูการทำแผนด้วยเช่น ทีมข่าวสังเกตว่า น.ส.ฝ้าย ลูกสาวคนตาย ต่างอยู่ในอาการโกรธแค้น และร้องไห้เสียใจ กับการต้องทนยืนดูการทำแผน และวิธีการที่โหดเหี้ยมในการฆ่าแม่ของตัวเอง

931592

หลังจากการทำแผนประกอบรับคำสารภาพบริเวณบ้านจุดเกิดเหตุ ช่วงที่ตำรวจกำลังพาตัวนายธานิน หรือ โสด ไปขึ้นรถ เพื่อจะพาไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพที่เมรุจุดที่ 2 นายเหรียญ พ่อของผู้ก่อเหตุ ตะโกนด่าว่า “กูจะฆ่ามึงไอ้โสด” นายธานิน หรือโสด ตะโกนคุยกับพ่อว่า “กูไม่ได้ทำนิ มึงไปลองดูนิสัยของคนตายสิ ว่าเป็นคนขี้โมโหไหม”

ขณะที่ บางช่วงบางตอน ที่มีการทำแผนอยู่ภายในป่าช้าบ้านสันบ่อเย็น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันญาติ และชาวบ้านออกห่างกว่า 20 เมตร ซึ่งตลอดการทำแผนจะสังเกตว่ามีเสียงตะโกนด้วยความไม่พอใจตลอดเวลา หนึ่งในนั้น นางอารีย์ ปุดนะ น้องสาวของคนตาย ตะโกนด้วยภาษาเหนือ ด่าทอนายธานิน เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมโหดร้ายที่นำศพพี่สาวมาซ่อนอำพรางเอาไว้ภายในเมรุ

453368

หลังจากที่ นางอารีย์ พร้อมด้วยญาติคนอื่น ยืนติดตามการทำแผนจนกระทั่งเสร็จสิ้น ซึ่งใช้เวลา 15 นาที นางอารีย์ เกิดอาการจะเป็นลม โดยมีญาติต้องเข้ามาปลอบ และคอยให้กำลังใจ นางอารีย์ บอกว่า รับไม่ได้กับพฤติกรรมโหดร้าย อยากเข้าไปตบหน้าสั่งสอน ตนพยายามตั้งสติแล้ว แต่คนที่ตายและถูกฆ่าคือพี่สาวของตนทั้งคน

890340

นางอำไพ ใจเป๋ง น้องสาวของคนตาย เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่าเสียใจและโกรธแค้นต่อการกระทำของนายธานิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากพี่สาวผู้ตายไปแล้ว ได้แต่ยืนดูการทำแผน และได้แค่ร้องไห้เสียใจ และคงไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงตัวนายธานิน เพราะตนเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง จะเข้าไปทำร้าย จะเข้าไปตบตีก็ไม่ได้ ดังนั้นขอแค่ยืนดูการทำแผน ด้วยความเจ็บปวดก็พอ

334683

ทีมข่าวจึงได้ย้อนกลับไปพูดคุยกับนายเหรียญ หรือ นายประพัฒน์ ใหม่ปลา พ่อของคนก่อเหตุ ระบุว่า ความจริงแล้วตนตั้งใจที่จะมาดูการทำแผน และเตรียมท่อนเหล็กเอาไว้เพื่อจะสั่งสอนนายธานิน ตนมองว่าที่ผ่านมานางอาคร คอยดูแลนายธานินมาโดยตลอด ทั้งเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่เงินประกันชีวิตที่ช่วยจ่ายให้ แต่วันนี้ลูกกลับเป็นคนทรพี ทำร้ายผู้ที่มีพระคุณ และเป็นการก่อเหตุที่เลือดเย็น ตนจึงตัดสินใจที่จะใช้เหล็กทุบตีให้ตายกับมือ และไม่กลัวว่าจะต้องติดคุก แต่อยากจะสั่งสอนให้ลูกคนนี้ไม่มีลมหายใจอีก เนื่องจากทนไม่ได้ และรับไม่ได้ต่อพฤติกรรมโหดร้าย

902485

แต่ในระหว่างที่ตำรวจกำลังพาลูกชายขึ้นรถ ตนยอมรับว่า ได้ตะโกนด้วยความโมโห แต่ลูกชายได้ตอบด้วยภาษาที่ไม่เคยพูดกับตนมาก่อน คือ มึง กู ว่า “กู ไม่ได้ทำ” ตนก็นึกสงสัยว่า หากอ้างว่าไม่ได้ทำ แล้วจะรับสารภาพทำไม หรือแม้แต่การทำแผน ทำไมถึงชี้จุดได้ครบทุกองค์ประกอบ ซึ่งสังเกตว่าช่วงหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้หยิบถังน้ำพลาสติก ซึ่งเป็นถังสี เอามาให้ลูกชายจำลองเหตุการณ์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เพราะอ้างว่าไม่ใช่ถังที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีการเรียกถังพลาสติกสีดำ ที่เป็นถังใช้ตักน้ำจริง มาทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ดังนั้นตนจึงเชื่อมั่น 100% ว่าลูกชายเป็นคนก่อเหตุ และเป็นคนฆ่านางอาคร

818779

ส่วนกรณีนายศักดิ์ ซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กในบ้าน ตนทราบว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของคดียาเสพติด เพราะมีการเสพ แต่ส่วนเรื่องของความเกี่ยวข้องกับการตายของนางอาคร ตนมองว่านายศักดิ์ไม่มีส่วนรู้เห็น เพียงแค่พักผ่อนอยู่ภายในบ้าน และไม่ออกมาดูเหตุการณ์เท่านั้น หลังจากการทำแผนจึงเชื่อว่าการก่อเหตุทั้งหมด เป็นการกระทำของนายธานินเพียงคนเดียว

827745752845

นอกจากนี้ บรรยากาศที่วัดบ้านโปง ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศล นางอาคร สมคำ อายุ 59 ปี ผู้ตาย ญาติและชาวบ้านในพื้นที่ ได้มีการจัดเตรียมความพร้อม สำหรับอุปกรณ์และเครื่องเซ่นไหว้ หรือ สะตวง เพื่อจะใช้ประกอบพิธี ในการสืบถอน หรือเรียกว่าพิธีสะเดาะเคราะห์ ก่อนที่จะมีการเคลื่อนศพของผู้ตาย ไปประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 28 ธ.ค.63

625085

โดยชาวบ้านต่างมารวมตัวกัน ช่วยกันทำสะตวง ที่ทำมาจากต้นกล้วย ทำเป็นลักษณะสี่เหลี่ยม ด้านในบรรจุ กล้วยดิบ อ้อย มะเขือ ข้าวตอก ข้างเหนียว ดอกไม้ หมาก พลู บุหรี่ และแก้วน้ำสำหรับใส่น้ำส้มป่อย (น้ำมันต์ ของภาคเหนือ) และมุมของสะตวง จะปักธงรูปสามเหลี่ยมทั้ง 4 มุม โดยทุกสะตวง จะทำเหมือนกันทั้งหมด

127468

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้เดินทางไปพูดคุยกับนายศรีนา ชัยวงค์ อายุ 85 ปี ซึ่งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ประจำหมู่บ้าน เปิดเผยว่า การประกอบพิธีสืบถอนในวันนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจ เพราะที่ผ่านมาในหมู่บ้านไม่เคยมีเหตุการณ์การตายผิดปกติเช่นนี้ แต่ในเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตามประเพณีที่เคยทำกันมา โดยจะต้องมีการสืบถอนจุดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากไม่มีการทำพิธีดังกล่าว เชื่อว่าดวงวิญญาณของผู้ตายจะไม่ไปสู่สุคติ และจะวนเวียนอยู่ในที่จุดเดิมๆ

นายศรีนา ยังเล่าประวัติเกี่ยวกับการสร้างเมรุของหมู่ เมื่อช่วงประมาณ 2 ปีก่อน เป็นการเผาศพแบบเชิงตะกอน เผาโดยใช้ฟืน โดยไม่ได้ทำเป็นเตาหรือเมรุแบบปัจจุบัน ซึ่งจุดที่มีการสร้างเมรุปัจจุบัน เดิมเคยมีสถูปบรรจุกระดูก ของชาวบ้านที่ตาย รวมกว่า 40-50 อัน แต่หลังจากมีมติสร้างเมรุใหม่ จึงได้ให้ลูกหลานมาย้ายเอาไปไว้จุดอื่น และมีการประกอบพิธีขอขมา แต่ยกเว้นมีกระดูกของบางคน ที่ไม่มีญาติมาประกอบพิธีให้ จึงไม่ได้ทำพิธีอย่างถูกต้อง

322789

จากนั้นได้มีการใช้รถแบ็กโฮ และรถไถ่ เข้ามาปรับหน้าดิน โดยทำให้สถูปบางชิ้นถูกฝั่งไปพร้อมกับดิน และมีการก่อสร้างเมรุทับ จึงเชื่อว่าทำให้ดวงวิญญาณของบางคน ยังวนเวียนอยู่ตรงจุดที่สร้างเมรุ และอาจเป็นที่มาของเสียงที่ขอความช่วยเหลือ “ช่วยข้าด้วย” ในวันที่ทีมข่าวเจอก็ได้

อย่างไรก็ตาม นายศรีนา ยังเล่าให้ทีมข่าวฟังอีกว่า ในวันที่นางอาครหายไป ผู้ใหญ่บ้านได้โทรศัพท์มาสอบถามตน ในฐานะผู้ที่ปฏิบัติศีลปฎิบัติธรรม ว่าพอจะมีช่องทางใดสื่อสาร หรือใช้หลักความเชื่อ เพื่อเห็นนางอาครได้บ้าง โดยตนได้จุดธูปที่หน้าพระพุทธรูปภายในบ้าน จากนั้นได้มีการตั้งจิตอธิฐาน “ขอให้เจอนางอาคร” หลังจากที่ปักธูปได้ไม่นาน ผ่านไปประมาณ 5-10นาที ผู้ใหญ่บ้านโทรกลับมาแล้วแจ้งว่า พบร่างของนางอาครแล้วทีเมรุ

388531

นายประเสริญ ปั๋นแก้ว สัปเหร่อ ในฐานะมัคทายก เปิดเผยว่า สะตวงที่มีการประกอบพิธีในวันนี้ จะเป็นการสืบถอน ตามประเพณีความเชื่อของชาวบ้าน เพื่อเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณ เป็นการสะเดาะเคราะห์ ส่งเรื่องราวไม่ดีให้พ้นออกไป โดยการทำสะตวง จะเตรียมทั้ง 6 ชุด ซึ่งในแต่ละชุดจะมีความหมายที่แตกต่างกัน โดยในวันนี้จะมีการประกอบพิธี 3 จุดใหญ่ คือ เมรุ, บ้านที่เสียชีวิต และในวัด

285239

ส่วนในวันที่ 28 ธ.ค.63 จะประกอบพิธีอีก 3 จุด ได้แก่ วัด, กลางหมู่บ้าน และกับญาติ ๆ คนตาย ซึ่งลักษณะการตายครั้งนี้เป็นการตายผิดธรรมชาติ ดังนั้นจึงต้องมีการประกอบพิธีสืบถอน เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจ ไม่ผิดประเพณีหรือเกิดอาเพศ

546172

ที่สำคัญการประกอบพิธีในช่วงเย็นวันนี้ 17.00 น. จะมีพิธีสืบถอนที่เมรุ จุดที่นายธานิน นำร่างของนางอาครไปยัดในเตา ทำให้ดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สุข ไม่จองจำ หลุดพ้นจากจุดที่ถูกทำอำพรางศพ ก่อนที่จะมีการฌาปนกิจศพในวันที่ 28 ธ.ค.63 อีกทั้งการประกอบพิธีสืบถอนในเย็นวันนี้ เชื่อว่าจะเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณ หลังจากที่ปรากฏในคลิปเสียง “ช่วยข้าด้วย” ที่ทีมข่าวบันทึกได้ในวันที่ลงพื้นที่ถ่ายทำ โดยเชื่อว่าเสียงดังกล่าวจะได้รับการปลดปล่อย ได้รับผลบุญไปด้วยในครั้งนี้

นายดนัย ใหม่ปลา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 สันบ่อเย็น ได้เป็นตัวแทนชาวบ้าน นิมนต์พระจำนวน 5 รูป ประกอบพิธีสืบถอน หรือการสะเดาะเคราะห์ เพื่อสวดส่งดวงวิญญาณของ นางอาคร บริเวณเมรุเผาศพ ที่นายธานินนำร่างไปอำพรางเอาไว้

อีกทั้ง เพื่อประกอบพิธีฯ ให้เกิดความสบายใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ภายหลังทีมข่าวบันทึกภาพบนเมรุ แล้วปรากฏเสียปริศนา “ช่วยข้าด้วย” โดยวันนี้ได้มีการประกอบพิธีอุทิศส่วนกุศลและสืบถอน ให้กับดวงวิญญาณเสียงปริศนาดังกล่าว ให้ไปสู่สุคติพร้อมกับดวงวิญญาณของนางอาคร

713763

โดยการทำพิธี มีพระอาจารย์เชษฐ์ เป็นพระประธาน นำพระสงฆ์อีก 4 รูป สวดบทคาถา สลับกับทางเหนือเรียกว่า “น้ำส้มป่อย” ประพรหมลงบนสะตวง โดยจะทำสลับไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะท่องบทสวดจบ จากนั้นพระสงฆ์ประธาน จะนำดินปืนจุดบริเวณในกลาง เปรียบเสมือนเผาให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ ซึ่งถ้าหากควันดินปืนลอยขึ้นฟ้า หมายความว่า “ดวงวิญญาณไปสู่สุคติแล้ว” แต่หากควันไม่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ฟุ้งกระจายอยู่ด้านล่าง หมายความว่า “ดวงวิญญาณยังไม่สงบ และไม่ไปสู่สุคติ”  

182824

จากนั้นพระสงฆ์ 5 รูป ยังได้ถูกนิมนต์ไปประกอบพิธีที่บ้านของคนตาย ซึ่งเป็นบ้านจุดเกิดเหตุ โดยมีการประกอบพิธีเหมือนกับพิธีสืบถอนที่ทำในป่าช้า แต่มีความแตกต่างเล็กน้อย โดยให้พระสงฆ์มานั่งล้อมวง เปรียบเสมือน 4 ทิศ และมีการประกอบพิธีสวดด้วยบทคาถาเดิม “ถอนตายโหง-ตายพราน” รวมถึงประกอบพิธีประพรหมน้ำมนต์ลงบนสะตวง 4 ทิศ และมีการจุดดินปืน เพื่อทำนาย และส่งดวงวิญญาณผู้ตายอีกครั้ง ซึ่งควันดินปืนยังคงโพยพุ่งขึ้นที่สูง ไม่แตกกระจาย หมายถึง “ดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่สุคติ” หลังจากพระทำพิธีเสร็จจะมีตัวแทนญาติ ได้นำสะตวงที่ทำพิธีแล้ว ไปวางรอบรั้วใหญ่ของบ้าน ทั้ง 4 ทิศ

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม