ปิด
ชมบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ได้ที่ชมบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ได้ที่
ก๊วนปาร์ตี้รับแล้ว! เสพเคนมผงโบ้ย “มายด์” คนจัดหา ญาติห่วงผัวติดคุกไม่รู้เมียตาย (คลิป)

ก๊วนปาร์ตี้รับแล้ว! เสพเคนมผงโบ้ย “มายด์” คนจัดหา ญาติห่วงผัวติดคุกไม่รู้เมียตาย (คลิป)

0
13 ม.ค. 64

กรณีศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติออกหมายจับนายวิรัฐ หรือ ป๋อง และนายวัชระ หรือ โบ้ ซึ่งเป็นผู้ค้ายารายย่อย นายชาตรี หรือ โจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ค้ารายกลาง และนายนพเก้า หรือ ตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน, เฮโรอีน และเมทิลลีนไดออกซี่เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายโดยผิดกฎหมาย 


315182


สืบเนื่องจากกรณี การแพร่ระบาดอย่างหนักของ "ยาเคนมผง" ในหลายพื้นที่เขตกรุงเทพฯ จนมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร 6 ราย และพื้นที่ สน.สุทธิสาร อีก 1 ราย รวมเป็น 7 ราย


โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายวิรัฐ หรือ ป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี และนายวัชระ หรือ โบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี ที่นำยาเคนมผงมาให้ น.ส.สุทธิณี เมตตาจิตต์ หรือ มายด์ พีอาร์สถานบันเทิงย่านพระราม 3 ที่เสียชีวิตในบ้านนายป๋อง ซอยจันทร์ 31


524941


ล่าสุดวันที่ 13 ม.ค.64 เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายชาตรี หรือ โจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ค้ารายกลาง และนายนพเก้า อบถม หรือ ตูมตาม อายุ 26 ปี ไปตรวจร่างกายหาสารเสพติด ที่ รพ.ตำรวจ


591597


ก่อนจะนำตัวกลับมายังโรงพักอีกครั้ง โดยนายชาตรี หรือโจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ค้ารายกลาง ให้การยอมรับว่าเสพกัญชา แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเคนมผง และไม่ทราบว่าไปรับมาจากไหน


จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนฝากขัง ที่ศาลอาญา กรุงเทพใต้ในวันที่ 14 ม.ค.64


ขณะเดียวกันทีมข่าวได้พูดคุยกับครอบครัวของ น.ส.จันทร์ ผู้บาดเจ็บสาหัส ในซอยจันทน์ 31 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยทางครอบครัวของน.ส.จันทร์ ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ แต่เบื้องต้นได้ขอแก้ข่าวว่า น.ส.จันทร์ ไม่ได้เป็นพีอาร์ อย่างที่หลายช่องได้นำเสนอข่าว และน้องไม่ได้รู้จักกับกลุ่มเพื่อนที่สังสรรค์ในครั้งนี้อีกด้วย


247834


ที่ สน.วัดพระยาไกร ทางครอบครัวของนายชาตรี หรือโจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ค้ารายกลาง เข้าเยี่ยมลูกชาย โดยนายนที (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี หนึ่งในพ่อของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ลูกชายของตนถูกจับกุมตัวภายในบ้านพักย่านพระราม 3 ในวันที่ 11 ม.ค.64 เวลา 23.00 น. ขณะนั้นตนซ่อมรถอยู่หน้าบ้าน ส่วนลูกชายนอนอยู่ในห้องของเขา สักพักเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาจอดรถที่หน้าบ้าน พร้อมกับอ้างว่ามาจับกุมตัวลูกชายตน


ตนได้เข้าไปสอบถามลูกชาย ซึ่งลูกชายปฏิเสธว่าไม่ได้เสพ หรือค้ายาเคนมผงแต่อย่างใด หากตำรวจจะจับกุมก็ให้จับไป ลูกชายขอไม่หนี ปกติแล้วลูกชายของตนนั้นจะออกไปเที่ยวที่บ้านของเพื่อน แต่จะกลับมานอนบ้านทุกคืน ที่ผ่านมายอมรับว่าลูกชายจะเสพกัญชา โดยเสพมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ขอปฏิเสธว่าลูกชายไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดชนิดอื่น แม้กระทั่งสุรา


นายนที ยังยืนยันว่าไม่เห็นลูกชายมียาเคนมผงไว้ครอบครอง หรือมีไว้เสพแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตนมึนงงว่าลูกชายของตนถูกดำเนินคดีในข้อหาดียวกับผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เนื่องจากลูกชายของตนและผู้ต้องหา 2 ราย ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ตนขอยืนยันชัดเจน อย่างไรก็ตาม ตนก็ไม่ได้เครียด เพราะเนื่องจากต้องหาทนายมาสู้คดีต่อไป


945258


ขณะเดียวกันทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านของนายวิรัฐ โดยเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา บ้านเกิดเหตุเลขที่ 179 ซอยจันทน์ 31 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ ได้พูดคุยกับนางพร กาเผือก อายุ 50 ปี แม่ของนายวิรัฐผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุการณ์ตนไม่ได้อยู่บ้านออกไปทำงานที่ต่างจังหวัด


cg_15


ภายหลังจากเกิดเหตุ นายส่ง สามีของตนโทรไปแจ้งข่าวว่าที่บ้านเกิดเหตุมีคนตาย ขณะที่นายส่งโทรมานั้นพูดทีเล่นทีจริง เพราะกลัวว่าตนจะตกใจ และนายส่งได้บอกว่าขณะนี้ลูกชายและเพื่อนของเขานอนเกลื่อนตายกันอยู่บนบ้าน หลังจากที่ได้ยินแล้วใจหาย ขณะดียวกันก็คิดว่าลูกชายต้องรอด และรีบเดินทางมายังกรุงเทพฯ พอมาถึงบ้านขึ้นไปดูชั้น 2 ตนเห็นว่าบริเวณในบ้านนั้นมีข้าวของกระจัดกระจายขาแทบอ่อน พูดไม่ออก


นอกจากนี้ตนไม่เคยรู้จักกับกลุ่มเพื่อนของลูกชายที่พากันมาสังสรรค์และเสพยาเคนมผง ตลอดที่ผ่านมาหากตนอยู่บ้านลูกชายจะไม่กล้าพาเพื่อนมาสังสรรค์ ส่วนจะสังสรรค์ก็ให้ออกไปที่อื่น


นอกจากนี้ตนเพิ่งเคยเจอกับพ่อแม่ของ น.ส.มายด์ ในวันที่พ่อแม่ของน.ส.มายด์ ได้เดินทางมาบ้านของตน เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณลูกสาวกลับบ้าน ซึ่งตนได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของ น.ส.มายด์ และสอบถามว่ามีส่วนไหนที่ครอบครัวของตนพอจะช่วยเหลือได้ แต่ทางครอบครัวของ น.ส.มายด์ได้ปฏิเสธ พร้อมกับกล่าวว่า "ไม่มี" ซึ่งถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ตนก็ขอให้ น.ส.มายด์ ไปสู่สุคติ


ทั้งนี้ตนมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นตนไม่ผิด เนื่องตนไม่ได้อยูในเหตุการณ์ และหากในวันนั้นตนอยู่บ้านผู้ตายและผู้บาดเจ็บสาหัสที่เป็นผู้หญิงจะไม่ได้เข้ามาในบ้านของตนอย่างแน่นอน


นางพร ยังเผยต่อว่า ตนไม่เคยเข้าข้างคิดว่าลูกชายเป็นคนดี ภายหลังจากที่ออกคุกมาได้ ก็น่าจะกลับไปยุ่งเกี่ยวเสพยาติดอีกครั้ง แต่มาเสพหนักในช่วงปีใหม่ คาดว่าน่าจะเสพตามเพื่อน เมื่อตนสอบถามลูกชายก็ไม่บอกสาเหตุที่กลับไปเสพยา


สำหรับลูกชายของตนนั้นเป็นคนเงียบ ๆ พูดจาสุภาพ ส่วนยาเคนมผงตนไม่ทราบว่านำมาจากไหน และใครเป็นคนนำมาที่บ้านของตน อย่างไรก็ตาม ตนเสียใจในการกระทำของลูกชาย ขอให้ลูกชายไปตั้งสติว่าอันไหนควรทำไม่ควรทำ เพราะตนได้สอนไปหมดแล้ว ซึ่งตนก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ถึงแม้จะเลวแค่ไหนก็คือลูก การถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ ตนก็ขอปล่อยไปตามกฎหมาย


ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่า ลูกชายตนและนายโบ้ มอบยาและข่มขืนฝ่ายหญิงนั้น ตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เด็กก็โต ๆ กันแล้วไม่ใช่ขวบสองขวบที่จะหลอกกันมาได้ง่าย และขอให้กลุ่มวัยรุ่นอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อย่าอ่อนไหวและอ่อนแอคล้อยตามไปกับเพื่อน


648231


ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับนายอรุณ เชียงฉิน อายุ 58 ปี พ่อนายวัชระ หรือโ บ้ ผู้ต้องหา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 เวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวลูกชายไปสอบปากคำ โดยในตอนแรกตนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกชายออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.64 ช่วงเช้า ตนโทรศัพท์ไปหาช่วงวันที่ 10 ม.ค.64 ลูกบอกว่าอยู่รพ.เลิดสิน อ้างว่าไปหาหมอเพราะมีอาการปวดหลังถูกรถชนตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ แต่มาทราบภายหลังว่าลูกน่าจะนำเพื่อนผู้หญิงไปส่งโรงพยาบาลหลังเสพเคนมผง


cg2_3


โดยลูกชายตนใช้สารเสพติดจริง เท่าที่ทราบคือยาเค คาดว่าน่าจะเล่นมาประมาณ 1 ปี ตนเคยห้ามให้หยุด ลูกบอกว่าจะเลิกช่วงปีใหม่ขอให้ตนหางานให้ แต่มาเจอคดีก่อน เชื่อว่าลูกไม่ได้เป็นผู้ค้ารายย่อยตามที่มีข่าว แต่อาจจะเป็นคนไปเอายาให้เพื่อนเท่านั้น ส่วนมายด์ ผู้เสียชีวิต ทราบว่าเป็นเพื่อนไปกินดื่มด้วยกัน ซึ่งตนก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ทั้งนี้ตนจะไม่ประกันตัวลูกชาย เพราะไม่มีเงิน รวมถึงอยากให้เข็ดและจำ ยอมรับว่าห่วงลูกที่ต้องติดคุก แต่อีกใจก็อยากให้ลูกถูกดัดสันดานจะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตลอดชีวิต เพราะหากออกมาก่อนก็กลัวจะกลับไปสู่วงจรเดิมอีก โดยลูกไม่เคยถูกจับกุมเกี่ยวกับยาเสพติดครั้งนี้เป็นครั้งแรก คิดว่าน่าจะกังวลพอสมควร


848743


น.ส.บุ๋ม (นามสมมติ) น้องสาวนายโบ้ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค.64 ตนคุยกับพี่ชายผ่านแชตว่าอยู่ไหน เพราะไม่เจอที่บ้าน โดยพี่ชายบอกว่าตอนนี้อยู่โรงพยาบาล ห้องไอซียู เพราะโดนกระทืบมา จากนั้นก็ทราบข่าวว่าพี่ชายถูกจับกุม เพราะทำให้หญิงสาวที่ชื่อมายด์ เสียชีวิต ซึ่งตนคิดว่าเหตุที่พี่ชายถูกกระทืบก็อาจจะเกิดจากเรื่องดังกล่าว


848373


โดยตนยอมรับว่าพี่ขายเคยขายยาเสพติดจริง เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เป็นการขายยาเคแบบน้ำ ลักษณะเป็นกระปุก โดยขายกรัมละ 600 บาท แต่ตอนนี้เลิกขายแล้ว แต่ยังเสพอยู่จริง ซึ่งตนคิดว่าบางครั้งเพื่อน ๆ อาจจะให้พี่ชายช่วยหายาเสพติดให้เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ค้ารายย่อย โดยก่อนหน้านี้พี่ชายก็พูดว่าจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และบอกว่าจะบวชให้พ่อ แต่มาถูกจับกุมก่อน


442745


ส่วนยาเคนมผง ตนก็ไม่รู้ว่าพี่ไปเอามาจากไหน ซึ่งตนถามพี่ชายก่อนถูกจับว่า ไปทำแบบนี้ได้อย่างไร ทำให้คนอื่นตาย พี่ชายบอกเพียงว่าไม่รู้เรื่องเพราะไปเอามาจากคนอื่นอีกที ตนพยายามถามว่าไปเอามาจากไหน แต่พี่ชายไม่ยอมบอก ระบุว่าบอกไม่ได้ ตนจึงบอกให้พี่ชายเข้ามอบตัวหากผิดก็ต้องว่าไปตามผิด


อย่างไรก็ตาม ตนเสียใจเพราะรักพี่ชายมาก ที่ผ่านมาช่วยเหลือกันตลอด อยากบอกสังคมว่าให้ฟังความหลายด้าน พี่ชายตนไม่ได้เลวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ และไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องโดยหากพี่ออกจากคุกมาได้ก็อยากให้มาทำมาหากินเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเด็ดขาด


356571


ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี มีโอกาสพูดคุยกับ น.ส.พลอยใส (นามสมมติ) อายุ 23 ปี เป็นเพื่อนสนิทอีกคนของนายน้ำ กล่าวยืนยันว่า นายน้ำ เป็นเพื่อนสนิทของตน เป็นแค่คนดมเคนมผง ไม่ใช่คนขาย ไม่ใช่เอเจนต์ ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของหญิงในซอยจันทร์ 31 โดยเพจข่าวจะมาบอกว่านายน้ำเป็นคนขายนั้น ถือว่าเป็นข้อมูลที่ผิด


233500


อีกทั้งเพจข่าว ยังระบุว่า "ตามล่า น้ำ 7 ศพ เป็นคนนำเคนมผงมาขาย" ใช้คำแบบนี้ตนมองว่ามันแรงไป ยืนยันว่านายน้ำไม่ได้นำยามาขาย ขอให้เพจทุกเพจช่วยลบข้อมูลที่ไม่กรอง เพราะเพื่อนตนเสียหาย และวันนี้ที่ตนออกมาพูด ตนอยากออกมาแก้ต่างให้เพื่อน แต่ไม่ได้แก้ตัว ตนยอมรับว่าเพื่อนผิดที่เข้าไปยุ่งไปดมเคนมผง แต่เพื่อนไม่ได้เป็นเอเจนต์นำเคนมผงมาขาย เพราะตนสนิทกันรู้ข้อมูลดี ตนกล้ายืนยัน


938039


ทั้งนี้ นายน้ำ เพื่อนตน ไม่ได้หายเข้ากลีบเมฆ ตามที่เพจลงตามหา และนายน้ำ ก็ได้ไปพบตำรวจเรียบร้อยแล้ว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเป็นแค่คนดมเคนมผง และหลังจากพบตำรวจ ตนไม่ได้คุยรายละเอียดทางคดี แค่ถามว่าอยู่ไหน ทำอะไร สบายดีไหม ซึ่งนายน้ำ ตอบตนว่า พักอยู่ในที่ที่ปลอดภัย กังวลเรื่องความปลอดภัย ตนได้พูดคุยสั้น ๆ นายน้ำบอกว่า สบายดี ไม่ต้องมาหา ตนฟังแล้วสัมผัสได้ว่า นายน้ำเครียด


อย่างไรก็ตาม ตนขอเตือนวัยรุ่นทุกคนอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเคนมผง เพราะมันเป็นสารเสพติดและอันตรายมาก ส่วนตัวตนเคยเห็นอาการนายน้ำ เวลาดมเคจะไม่มีอาการง่วงนอน แต่จะรั่ว ๆ ลอย ๆ คุยไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ทำร้ายใคร ส่วนตนอยู่ในกลุ่มเดียวกันจริง แต่ตนไม่ยุ่งเกี่ยวไม่เคยทดลอง ทั้งนี้เคนมผงเพิ่งจะมาระบาด ส่วนผสมจะแรงขึ้น โดยต่างจากเมื่อก่อนจะเป็นยาเคธรรมดา ราคากรัมละ 500-600 บาท ส่วนที่ตอนนี้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังกวาดล้าง จับเอเจนต์ขายเคนมผงนั้น ตนมองว่าจับอย่างไรก็ไม่หมด เพราะมีขายกันเยอะมาก


440410


ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางมายังวัดลาดบัวขาว ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.สุทธิณี เมตตาจิตต์ อายุ 24 ปี หรือ มายด์ ได้พูดคุยกับนายมณฑา มั่นมูเสือ พ่อสามีของมายด์ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ ตนยังไม่ได้พูดคุยกับทางครอบครัวของลูกสะใภ้ ต่างคนต่างยุ่งกับเรื่องงาน


นอกจากนี้วันนี้ช่วงกลางวันนายส่งพ่อของนายวิรัฐ ได้มาร่วมงานศพ โดยสิ่งที่นายส่งพูดนั้น ทำให้ตนรับรู้ได้ว่านายส่ง ก็ไม้ได้เข้าข้างลูกชายแต่อย่างใด เพราะนายส่งไม่ได้ประกันตัวลูกชาย ปล่อยให้ถูกดำเนินคดี ส่วนครอบครัวอื่น ๆ ยังไม่เข้ามา แต่ความเป็นจริงแล้วควรเข้ามาขอโทษบ้าง


หากครอบครัวของผู้ต้องหาและผู้ได้รับบาดเจ็บมาขอโทษ ตนยังลังเลว่าจะให้อภัยได้หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ตนติดใจว่าลูกสะใภ้อาจถูกมอมยา จนทำให้เสียชีวิต โดยตนข้องใจว่าทำไมมีแต่ผู้หญิงตาย ทำไมผู้ต้องหารอดชีวิต แต่หากสิ่งที่ตนสงสัยไม่เป็นความจริงก็พร้อมที่จะให้อภัย


574253


ขณะนี้ยอมรับว่าหนักใจ ไม่อยากให้ลูกชายที่อยู่ในเรือนจำทราบว่า น.ส.มายด์ตายแล้ว กลัวเขาจะคิดมาก ซึ่งในวันที่ 15 ม.ค.64 ลูกชายของตนต้องโทรคุยกับน.ส.มายด์ ขณะเดียวกันก็สงสารหลานทั้ง 3 คน อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากบอกถึงครอบครัวของผู้ต้องหาและผู้บาดเจ็บว่า ควรดูแลลูกตัวเองให้ดีกว่านี้ หลายคนมองว่าตนโทษแต่ลูกคนอื่น เพราะตนไม่เคยเห็นลูกสะใภ้มีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ทั้งนี้ตนก็ขอให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องตามสมควร


ขณะเดียวกันบรรยากาศภายในงานศพนั้น ยังไม่พบเห็นนายสุรจิต เมตตาจิตต์ อายุ 56 ปี พ่อของน.ส.มายด์ แต่อย่างใด เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามทางญาติบอกว่า นายสุรจิตได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถามเบื้องต้นทางพ่อของน.ส.มายด์ โทรศัพท์แบตหมด จึงขาดการติดต่อดังกล่าว 


609936


เมื่อสรุปคำขอโทษจากก๊วนปาร์ตี้ทำน้องมายด์ตาย นางพร แม่ของนายวิรัญ บอกว่า "เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้ทายด์ไปสู่สุคติ" ส่วนนายอรุณ พ่อของนายโบ้ บอกว่า "ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเสียใจ" ขณะที่น.ส.พลอย เพื่อนสนิทนายน้ำ บอกว่า "ไม่ได้พูดถึงมายด์ เพราะไม่รู้จัก"


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่