Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สส.ปชน. ลั่น ถึงเวลายกเครื่ององค์ความรู้ รับมือภัยพิบัติ

สส.ปชน. ลั่น ถึงเวลายกเครื่ององค์ความรู้ รับมือภัยพิบัติ

2 เม.ย. 68
14:49 น.
แชร์

สส.นิติพล พรรคประชาชน ลั่นถึงเวลายกเครื่ององค์ความรู้ ถอดบทเรียน รับมือภัยพิบัติ ดักคอรัฐบาล ไม่ต้องรีบร้อนพิจารณา กม.สถานบันเทิงครบวงจร 

วันที่ 2 เม.ย. 68 นาย นิติพล ผิวเหมาะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า กรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน สะท้อนความจริงให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมและองค์ความรู้เกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติของเรายังน้อยเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับภัยที่ไม่เคยเจอมาก่อนยิ่งทำตัวไม่ถูก ซึ่งอาจนำไปสู่ความสับสนโกลาหล และทำให้บริหารจัดการสถานการณ์ได้ยากขึ้นไปอีก จึงถึงเวลาที่สังคมไทยจะต้องถอดบทเรียนและยกเครื่องการรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจังทั้งในส่วนของภาครัฐและการเตรียมความพร้อมให้พี่น้องประชาชน 

แม้ว่าสังคมไทยจะเคยประสบเหตุภัยพิบัติ ทั้งที่รู้จักดี และไม่รู้จักมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสึนามิ มหาอุทกภัย หรือโควิด-19 แต่ต้องยอมรับว่า ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติครั้งใหม่ เรามักเจอกับปัญหาเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นไม่มีการแจ้งเตือน เกิดเหตุแล้วไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไร หรือหนีได้แต่ก็ไม่รู้อพยพไปไหน เป็นต้น 

นาย นิติพล กล่าวต่อว่า สิ่งที่แตกต่างในการบริหารจัดการแผ่นดินไหวครั้งนี้ คือการได้เห็นประสิทธิภาพของการกระจายอำนาจ นั่นคือ การให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารสถานการณ์ ประกอบกับการที่นาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และทีมงานมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติเป็นอย่างดี จึงทำให้สถานการณ์ในหลายด้านคลี่คลายได้เร็วขึ้น เช่น การรีบตรวจสอบ และสื่อสารข้อเท็จจริง เมื่อประชาชนเกิดความตื่นตระหนกในกรณีที่มีข่าวว่าตึกศูนย์ราชการยุบตัว ต่อมาพบว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วสื่อสารอย่างชัดเจน เป็นวิทยาศาสตร์ จึงสามารถทำให้ความหวาดวิตกของประชาชนลดลงและกลับสู่ภาวะปกติได้ 

แต่ถึงกระนั้นสำหรับพื้นที่ประสบภัยนอกกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่นอกเหนือการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานคร กลับพบว่าค่อนข้างดำเนินไปเหมือนเป็นการจัดการตามระบบราชการแบบที่แล้วๆมา จึงเป็นที่น่าเสียดายว่าหากไม่ใช้โอกาสนี้ในการถอดบทเรียนเพื่อออกแบบการรับมือภัยพิบัติทั้งระบบ ในอนาคตหากเกิดเหตุอีก เราก็จะเจอปัญหาแบบเดิมๆวนเวียนซ้ำไปซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่มากกว่าเดิมได้ 

นาย นิติพล กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ภาครัฐควรเป็นเจ้าภาพหลักยกเครื่ององค์ความรู้ด้านภัยพิบัติ ทั้งแนวปฏิบัติของภาครัฐเองและสำหรับประชาชน สำหรับภาครัฐอาจนำเอาการบริหารจัดการของกรุงเทพมหานครเป็นต้นแบบ โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารต้องมีความชัดเจน รายงานตามข้อเท็จจริงและรายงายอย่างรอบคอบ ไม่สร้างความตื่นตระหนก ระบบแจ้งเตือนต้องใช้งานได้จริง สื่อของรัฐต้องเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารกับประชาชนที่วางใจได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ไปค้นหากันเอาเองในโซเชี่ยลซึ่งอาจไปเชื่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ภาครัฐจะต้องเตรียมการให้พร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เสบียงอาหาร น้ำ ยา ไฟฉาย ต้องมีการกำหนดจุดให้ประชาชนไปรวมตัวกันเมื่อเผชิญเหตุ เช่น สวนสาธารณะต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือได้ง่าย เป็นต้น 

นอกจากนี้ ควรต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนทุกช่วงวัย วัยเด็กควรมีสอนในโรงเรียน ตั้งแต่การเตรียมถุงยังชีพในสถานการณ์ฉุกเฉินให้พร้อมไว้ในบ้านสำหรับการหยิบฉวยได้ง่ายทุกเวลา การเอาตัวรอดจากภัยพิบัติรูปแบบต่างๆ เช่น กรณีแผ่นดินไหวหากอยู่ในอาคารชั้นสูง ไม่สามารถออกมากลางแจ้งได้ง่าย ควรหลบอยู่ใต้โต๊ะเพื่อป้องกันเศษปูนเศษกระเบื้องที่อาจหล่นลงมาได้ ให้รอจนแผ่นดินเริ่มสงบแล้วจึงค่อยรีบออกมาอย่างมีสติ เพราะหากรีบออกมาในช่วงเกิดเหตุท่ามกลางความวุ่นวายก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ ในเด็กโตอาจสามารถฝึกให้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น การ CPR หรือปั๊มหัวใจเพื่อกู้ชีพ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้นอกจากการเรียนรู้แล้ว ต้องหมั่นซ้อมอย่างจริงจังจนสามารถปฏิบัติได้อย่างเคยชิน ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุ 

สำหรับวัยผู้ใหญ่ นอกจากทักษะในการช่วยเหลือตัวเองแล้วอาจต้องมีทักษะในการช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ไม่ดีพอ และจะต้องมีทักษะในการสังเกต ประเมินความเร่งด่วนของสถานการณ์ การตัดสินใจเพื่อสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์และช่วยชีวิตคนอื่นๆ ได้ 

“อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกเครื่องการรับมือภัยพิบัติ เพราะปัจจุบันและในอนาคตเราอาจเจอสถานการณ์ที่ไม่รู้จัก และมีความรุนแรงมากกว่านี้อีกก็ได้ เราจึงจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ และหมั่นฝึกฝนจนชำนาญ แน่นอนว่าเราอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดได้ แต่เราลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีเจตจำนงที่แน่ชัดที่จะทำ จากวันนี้เราไม่ควรจะต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกแล้ว สึนามิเราก็เจอมาแล้ว มหาอุทกภัยก็เจอมาแล้ว โควิด-19ก็เจอมาแล้ว ครั้งนี้เจอแผ่นดินไหว แต่หลังจากนี้ เราจะต้องไม่เหมือนเดิมวนกลับไปนับหนึ่งเหมือนที่แล้วๆ ดังนั้นในเดือนเม.ย.นี้ แม้อากาศจะร้อนแต่เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ ท่านไม่ต้องรีบร้อน กลับไปศึกษาให้ดีก่อนก็ยังทัน แต่สิ่งสำคัญที่เราควรคุยกันภายในสมัยประชุมสภาฯนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องการถอดบทเรียนแผ่นดินไหว เพื่อยกเครื่องการรับมือภัยบัติให้สามารถนำปฏิบัติใช้อย่างจริงจังให้เร็วที่สุด ผมคิดว่ารีบคุยกันตอนนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างยิ่ง” นาย นิติพล ระบุ

Advertisement

แชร์
สส.ปชน. ลั่น ถึงเวลายกเครื่ององค์ความรู้ รับมือภัยพิบัติ