พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผู้กำกับการ สภ.บางกรวย เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน มีกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และเห็นผู้เสียหายกำลังหยิบของบริเวณที่นายจ้างอ้างว่าเก็บทรัพย์สินไว้ จากนั้นผู้เสียหายก็หนีออกจากบ้านไป ทำให้เป็นเหตุอันควรสงสัยให้ไปขอศาลออกหมายจับในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างได้ แม้จะเห็นภาพทรัพย์สินไม่ชัด ส่วนกรณีที่จับกุมผู้เสียหาย ไม่ใช่ตำรวจของ สภ.บางกรวย ไปจับ เป็นตำรวจหน่วยอื่นที่จับกุมตามหมายจับที่ปรากฎในระบบ และไม่ได้มีการไปค้นห้อง ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวน สภ.บางกรวย กำลังไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางหลังเกิดเหตุ และค้นหาทองที่หายไป
ส่วนเจ้าของคดีนั้น คือ สารวัตรสอบสวน เป็นตำรวจที่ตั้งใจทำงาน รวดเร็ว ตอบโจทย์ประชาชน การที่ตำรวจทำงานเร็วและถูกโยนข้อหาแบบนี้ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี แต่เมื่อ "กัน จอมพลัง" ขอให้เป็นคนดูแลคดีที่นายถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยการทรมาน หรือทารุณโหดร้าย, ข่มขืนใจผู้อื่นฯ ตำรวจนายนี้ก็พร้อมดำเนินการให้ ยืนยันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นธรรม ส่วนการให้ประกันตัวนายจ้างก็เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอน เมื่อมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งก็ให้ประกันตัวไป
ส่วนการให้ประกันตัวผู้เสียหายในชั้นพนักงานสอบสวน 40,000 บาทนั้น ผู้เสียหายและนายจ้างเป็นคนคุยกันเอง เมื่อผู้เสียหายยินยอม ไม่มีข้อขัดแย้ง พนักงานสอบสวนก็ให้ประกัน ยอมรับว่าเป็นเรื่องแปลกที่นายจ้างเป็นคนประกันตัวให้คนที่ตัวเองแจ้งความ แต่ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งผู้เสียหายก็บอกว่าจะไปอยู่ที่บ้านเพื่อนที่มีที่อยู่ติดต่อได้ ไม่ได้กลับไปบ้านนายจ้าง ส่วน "กัน จอมพลัง" นั้นแจ้งว่าจะไปยื่นประกันในชั้นศาล ไม่ใช่ชั้นพนักงานสอบสวนตามที่ให้ข่าว
พร้อมยืนยันตำรวจคนนี้ก็ไม่ได้รู้จักกับนายจ้างเป็นการส่วนตัว ส่วนตำรวจนายอื่น ตัวนายจ้างอาจเคยมาแจ้งความบ้าง แต่ก็เป็นการมาพบตามปกติ ตำรวจเป็นคนของประชาชน สามารถที่จะรู้จักกับประชาชนคนใดก็ได้ แต่ไม่พบว่ามีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว
Advertisement