จตุพร ลั่น คณะก่อการริ่มอึดอัดรำคาญดีลกลับบ้านที่คนบางคนผยองอำนาจ

6 พ.ค. 67

จตุพร ระบุ ประเทศอยู่ท่ามกลางสถานการณ์เปราะบาง ตึงเครียด คณะก่อการบางฝ่ายเริ่มอึดอัด จ่อขยับยึดอำนาจ ปมรำคาญดีลกลับบ้านที่คนบางคนผยองอำนาจ


เมื่อ 5 พ.ค. 2567 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กระบุว่า สถานการณ์ของประเทศอยู่ในระดับเปราะบางตึงเครียด เนื่องจากคณะก่อการบางฝ่ายเริ่มอึดอัดและรำคาญดีลกลับบ้านที่ก่อความเสียหายให้ประเทศมากมาย ดังนั้น การยึดอำนาจจ่อขยับมาเป็นทางเลือกแก้ปัญหากับคนพลิกลิ้นเปลี่ยนคำพูด ไม่รักษาสัญญาการดีล โดยอ้างแต่ได้รับไฟเขียวแล้ว

"ขณะนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงความตึงเครียดเริ่มขยับเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นพลังอีกแบบของการล้างผลาญได้ เพราะความผยอง ความหยิ่ง ความมั่นใจเกินตัว เริ่มสำแดงขึ้นในแต่ละที่แต่ละแห่งที่ไปลงพื้นที่ จึงเห็นร่องรอยของผลประโยชน์ที่แอบแฝงไว้ แล้วประเทศจะไม่ได้อะไรเลย”

นายจตุพร กล่าวถึงคณะดีลให้ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านว่า ขณะนี้กำลังอึดอัดกับผลการดีลที่ทำกันไว้ เพราะไม่มีปัญญาจะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น ดังนั้น การแก้ปัญหาขออย่าเลือกการยึดอำนาจอีก เพราะยิ่งจะทำให้บ้านเมืองล้าหลังไปไกลยิ่งขึ้น
รวมทั้งกล่าวว่า คณะดีลทักษิณกลับบ้านสะท้อนความกดดันผ่านบิ๊กแดงแฟนเพจเรื่อยๆ ย่อมแสดงถึงความตึงเครียดของประเทศก่อรูปแรงมากขึ้น และคนที่มีปัญญาทำเรื่องการยึดอำนาจเริ่มขยับอย่างมีนัยยะสำคัญ เพียงแต่อยู่ในช่วงระยะก่อการเท่านั้น ดังนั้น ใครมีหน้าที่ยับยั้ง คือ อย่าพยายามทำให้เป็นสาเหตุการยึดอำนาจ แต่รัฐบาลเพื่อไทยกลับทำตัวลำพอง ถ้ายังทำแบบผยองอำนาจที่ตามทำกันอยู่ขณะนี้แล้ว เชื่อว่า ไม่รอดจากการถูกยึดอำนาจแน่

"ขณะนี้คณะดีลบางส่วนเริ่มรำคาญกันแล้ว และบางคนจ่อขยับยึดอำนาจ แต่ให้รอถึงวันที่ 29 พ.ค.นี้ก่อน เพื่อให้สิ้นสงสัย (จะเอาอย่างไรกับการคดี ม.112 ของทักษิณ) ดังนั้น มาถึงจุดนี้ เริ่มอยู่ในสถานการณ์เปราะบาง นายกฯ (เศรษฐา ทวีสิน) จะรู้ดีขึ้น เพียงแต่ว่าจะเดินเข้าหากองไฟหรือไม่"

นายจตุพร อธิบายสาเหตุหลักทำให้สถานการณ์เปราะบาง และก่อความรำคาญให้ฝ่ายก่อการบางคณะว่า ไม่ได้มีต้นเหตุจากนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นตัวการสำคัญ แต่ตัวการหลักเป็นอีกคนที่หลงระเริงกำลังลำพองอำนาจอ้างมีไฟเขียว รวมทั้งรัฐบาลเพื่อไทยพยายามดันดิจิทัลวอลเล็ตให้สำเร็จ แต่จะทำให้เศรษฐกิจพังทั้งระบบจะเป็นสาเหตุใหญ่ ไม่เพียงเท่านั้น กรณีโครงการเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ คาสิโน ที่เชื่อว่าทำแล้วไม่ตรงกับเจตนารมณ์ตามที่กล่าวอ้าง เพราะเงินจะตกไปอยู่กับบางคนท่ามกลางความหายนะของประเทศในอนาคต ส่วนแลนด์บริดจ์จะทำให้ประเทศเสียดินแดนให้นักลงทุนต่างชาตินานถึง 99 ปี

“สิ่งเหล่านี้ประชาชนย่อมไม่ปล่อยให้ผ่านไปได้ แต่คนต้องรุมร้อนกว่าคือ พวกทำการดีลกลับบ้าน สิ่งสำคัญการทำลายขบวนการยุติธรรม และขัดพระบรมราชโองการฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างใหญ่หลวงทั้งสิ้น จนคนบางกลุ่มรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว จึงขอให้รัฐบาลเพื่อไทยและดีลกลับบ้านโชคดีแล้วกัน”

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้คณะดีลกลับบ้านอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีความสุข เพราะได้รับแรงกดดันจากความเสียหายทั้งปวง จึงต้องการจบเรื่องราวกันไปเช่นกัน เพราะเมื่อไม่สามารถควบคุมสภาพการดีลได้จากคนที่ไม่รักษาคำพูด จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

อีกทั้งย้ำว่า การพูดของอุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลูกสาวทักษิณ ใช้ถ้อยคำพาดพิงธนาคารชาติว่า เป็นอุปสรรคของประเทศ รวมทั้งยังบอกว่า การตัดสินใจตั้งรัฐบาลเมื่อ 10 เดือนที่แล้ว เป็นสิ่งถูกต้องนั้น แสดงถึงการยอมรับการตระบัดสัตย์สัญญาประชาชนเมื่อครั้งหาเสียงไว้เป็นการถูกต้อง ดังนั้น ประชาชน 10 ล้านเสียงที่เลือกพรรคเพื่อไทยถ้าไม่รู้สึกรู้สาแล้ว เท่ากับยอมรับการหักหลังประชาชนเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมือนกัน

ส่วนการแก้ รธน.นายจตุพร ฟันธงว่าไม่ได้แก้ เพราะที่เสนอให้ทำประชามติ 3 ครั้งนั้นเพียงแค่รัฐบาลเพื่อไทยต้องการซื้อเวลาอย่างเดียว ไม่ได้มุ่งหวังผลสำเร็จของการแก้ รธน.ตามความต้องการของสังคม อีกอย่าง รธน.2560 ทำให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ดังนั้น จิตใจที่จะแก้ รธน.จึงขาดความมุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ

อีกทั้งย้ำว่า รธน. 2560 ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ฉีก คือ แก้ไขได้ยาก หากไม่ต้องการใช้ รธน.ฉบับนี้แล้ว ต้องยึดอำนาจฉีก รธน.ทิ้งเท่านั้น จึงจะทำสำเร็จได้ ดังนั้น แม้พรรคเพื่อไทยพยายามซื้อเวลาเป็นรัฐบาลให้นานแล้ว แต่สุดท้ายไม่ได้แก้ รธน. 2560 อยู่ดี และ รธน.ฉบับนี้จะถูกฉีกอีกแน่นอน
ประเทศไทยต้องมาก่อน.

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม