Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
นายกฯอิ๊งค์ชี้แจงกระทู้สดสภาฯครั้งแรก สาธยายจัดการแก๊งคอลฯ-ยาเสพติด

นายกฯอิ๊งค์ชี้แจงกระทู้สดสภาฯครั้งแรก สาธยายจัดการแก๊งคอลฯ-ยาเสพติด

27 ก.พ. 68
13:24 น.
|
267
แชร์

นายกฯอิ๊งค์ชี้แจงกระทู้สดสภาฯครั้งแรก สาธยายจัดการแก๊งคอลฯ-ยาเสพติด โวตัดไฟ-ตัดน้ำมันเมียนมา เห็นผลประจักษ์ ย้ำไม่จบไม่เลิกแน่นอน! 

วันที่ 27 ก.พ. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ วาระกระทู้ถามสด ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธาน พบว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมตอบกระทู้ถามสดครั้งแรก ซึ่งตั้งถามโดยนาย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อประเด็นการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ 

โดย น.ส.แพทองธาร ชี้แจงว่า ตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ ที่แพร่หลายทุกสังคม จังหวัด และส่งผลกระทบไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงทั่วโลกที่เผชิญปัญหาในทุกพื้นที่จึงต้องให้ความสำคัญ ตนได้รับข่าวสารจำนวนมากว่าแก๊งคอลเซ็นตอร์หลอกหลวงประชาชนจนหมดตัว และบางคนจบชีวิต และคิดทำร้ายคนอื่นเพื่อแก้หนี้สิน ทำให้เป็นปัญหาต่อเนื่อง ถึงยาเสพติดและความไม่สงบสุข  และเมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ได้สั่งการทันทีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น กระทรวงดีอี ธปท. กสทช. ปปง. ดีเอสไอ สตช. ความมั่นคงช่วยดูแลอย่างบูรณาการ ไม่สามารถทำโดยหน่วยงานใดได้ การคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอควมร่วมมืออย่างบูรณาการต้องใช้รัฐบาลกับรัฐบาล เพื่อหาทางออกร่วมกัน 

น.ส.แพทองธาร ชี้แจงด้วยว่าในการแก้ปัญหาร่วมกัน ที่ผ่านมารัฐบาลจัดศูนย์ปอ้งกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อบูรณาการทั้งหมดรับแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงปิดดบัญชีม้า รวม 1.92 ล้านบัญชี และมีการติดตาม นอกจากนั้นคือมีมาตรการธนาคารยกระดับการเปิดบัญชีใหม่กับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง และได้ยกร่าง พ.ร.ก.ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีสาระสำคัญ เพิ่มอำนาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา กำหนดความผิดกับผู้ที่นำข้อมูลประชาชนไปขาย และมีบทความรับผิดชอบของหน่วยงานสถาบันการเงินที่ไม่ระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น 

“สำหรับชายแดน ได้ให้หน่วยงานความมั่นคงซีลพื้นที่ โดยทำงานร่วมกับกับทหารและฝ่ายปกครอง แก้ปัญหาให้เข้มข้น จับกุมขบวนการการค้ามนุษย์ที่ผ่านแดนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอกจากนั้นตรวจค้นทำลายแหล่งส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหน่วยงานต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งมีระบบไตรภาคี ระหว่างไทย จีน เมียนมา เพื่อช่วยเหลือในการแก้ปัญหา” น.ส.แพทองธาร ชี้แจง 

นายกฯ​ชี้แจงด้วยว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยที่จับได้ คัดกรองและส่งตัวไปดำเนินการกฎหมาย มีการส่งตัวและเก็บข้อมูลเพื่อติตดามเฝ้าระวังต่อไป ซึ่งต้องทำให้ครบทั้งหมด เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาให้ได้ สำหรับการแก้ปัญหาที่ได้ผล คือ การตัดไฟ และหยุดส่งน้ำมัน ซึ่งต้องสั่งการทันทีเพื่อให้การแก้ปัญหาลดลง ถือว่ารัฐบาลได้รับความร่วมมือและมีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ 

นายอัครเดช ยังได้ถามต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องชื่นชมรัฐบาล คือการตัดไฟ ระงับส่งน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามแดนไปยังพื้นที่ตรงข้ามฝั่งอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นการทำลายฐานที่มั่น หวังว่าเป็นมาตรการที่เด็ดขาด และน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ตนมีข้อเสนอแนะนายกรัฐมนตรี ในการควบคุมซิมการ์ด หรือซิมม้า ที่มีความหละหลวม อยากให้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลในรายละเอียด รวมถึงการจัดการบัญชีเงินฝาก ซึ่งมีกว่า 2.5 บัญชี ซึ่งมีเงินฝากเกิน 500,000 บาท อยากให้รัฐบาลมีมาตรการดูแลที่ชัดเจน จะทำอย่างไรเมื่อเกิดความเสียหายเกิดขึ้น เช่น การจำกัดวงเงินในกฎการโอนแต่ละวัน นอกจากนี้ขอถามนายกรัฐมนตรีว่าการดำเนินการระงับจ่ายไฟฟ้าหยุดขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ในพื้นที่ชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ส่งผลกระทบต่อแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์อย่างไร 

ด้านนายกรัฐมนตรี ได้ตอบข้อคำถามว่า การควบคุมซิมม้าจะกำชับกระทรวงดีอี และกสทช. ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้น ส่วนที่เรามีการตัดไฟอินเตอร์เน็ตและงดส่งน้ำมัน มีผลกระทบอย่างมากและค่อนข้างส่งผลจึงคิดว่าดำเนินการไปได้ดี ซึ่งหลังจากดำเนินการแล้ว การขนส่งการสื่อสารเป็นไปได้ยาก ทั้งฝั่งของชเวก๊กโก เคเพคพาร์ก ซึ่งสถานที่ ทำการของอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจากภาพที่เราเห็นจะพบว่ามืดลง และเมื่อเราดำเนินการก็พบมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เคลื่อนย้ายคนออกจากสถานที่ ทำให้เห็นอัตราการใช้ไฟฟ้าลดน้อยลง ส่วนการก่อสร้างในบริเวณเมืองเมียวดี พบว่ามีการหยุดตัวลง สำหรับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติต้องหาแหล่งพลังงานทดแทน 

นอกจากนี้พบว่ามีการผลิตไฟฟ้าโดยการนำน้ำมันเชื้อเพลิงจากพื้นที่ตอนในของประเทศเมียนมา ส่งมาที่เมืองเมียวดี ประมาณ 1 แสนกว่าลิตร และกลุ่มอาชญากรรมต้องซื้อมาในราคาที่สูง รวมถึงได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำน้ำมันเข้าไปในประเทศจากทางเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งสามารถจับกุมได้สูงถึง 17 ครั้ง รวมประมาณ 8,000 ลิตร ซึ่งเหตุการณ์จัดบริหารและทำคอลเซ็นเตอร์ต่อ และพบว่ากลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติบางแห่งได้ปิดหรือลดขนาดลง รวมถึงมีการส่งตัวชาวต่างชาติที่ถูกชักชวนไปทำงานผิดกฎหมาย ซึ่งเมียนมาส่งผ่านประเทศไทยกลับมา ซึ่งเราช่วยส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง สำหรับตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 700-800 คน แต่ตัวเลขที่จะต้องมีการส่งมาสูงถึง 7,000-10,000 คน เมื่อรู้ตัวเลขคร่าวๆ มีเตรียมการส่งกลับให้พร้อมและรวดเร็ว 

ขณะที่ในฝั่งของประเทศกัมพูชา มีปัญหาพื้นที่ชายแดนเช่นเดียวกัน ซึ่งเราให้ความสำคัญและมีข้อมูลถึงการย้ายถิ่นฐาน และการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่อ ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เรามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอาเซียน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) ตัวจะลงพื้นที่ จ.สระแก้วว่าสิ่งที่สั่งการไป จะลงติดตามเรื่องใดบ้าง เช่น การรื้อเสาสัญญาณที่ใกล้ชายแดน ซึ่งจะต้องปรับเสาสัญญาณไม่ให้หันหน้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการลดระดับของเสาลงเพื่อไม่ให้ส่งสัญญาณแรงเกินไป เพื่อไม่ให้นำสัญญาณเหล่านี้ไปใช้สำหรับการทำคอลเซ็นเตอร์มาหลอกลวงคนไทย มีการปราบปรามเรื่องซิมบล็อก นอกจากนี้ยังมีการระงับ Wi-Fi calling ระหว่างประเทศ มีการจัดระเบียบผู้ซื้อขอรับคมนาคมจากต่างประเทศให้มีไลเซนส์เท่านั้น ซึ่งจากที่กล่าวมาบอกว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์และรัฐบาลทำก็ได้ผลเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อก่อนมีความเสียหายจากการถูกหลอกลวงวันละ 100 ล้านบาท แต่ขณะนี้มีตัวเลข 50 ล้านบาทต่อวัน แต่ยังถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก ซึ่งมีความตั้งใจจะทำให้ตัวเลขลดลงเรื่อยเรื่อย และหากได้รับการช่วยเหลือแบบบูรณาการชวาคอลเซ็นเตอร์จะหมดจากประเทศไทยในเร็ววันนี้แน่นอน 

จากนั้น นายอัครเดช ยังถามอีกว่า สำหรับมาตรการกดดันอย่างเข้มข้นให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์หมดไปและลดผลกระทบกับประชาชน ซึ่งในระยะยาวผ่าตัดทั้งสัญญาณเน็ต ไฟฟ้า หากไม่สำเร็จมีหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ หรือผู้เกี่ยวข้อง เสนอให้มีการปิดด่านชายแดน ซึ่งตนมองว่าสร้างผลกระทบให้กับประชาชนที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งคิดว่าคงเป็นทางเลือกสุดท้ายและคิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะทำ เพราะหากมีการปิดด่านชายแดนส่งผลกระทบเป็นมุมกว้าง แต่ปัญหาอุปสรรคอีกอย่างคือผู้มีอิทธิพล ผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ได้พึ่งพา กระทำการผิดกฎหมาย โดยหลักดำเนินการเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ พบว่ามีอุปสรรคอยู่เบื้องหลังคือผู้มีอิทธิพล นายกรัฐมนตรี จะดำเนินการกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้อย่างไร 

โดยนายกรัฐมนตรี ตอบว่า ตนทราบดีว่ามีเรื่องของผู้มีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นบุคคลชื่อดังตามข่าวลือออกมา นักการเมืองหรือใครก็ตาม รวมถึงนายทุนและข้าราชการ ตนขอให้คำมั่นสัญญากับสภาแห่งนี้ ว่าตนจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังและให้ทุกคนมั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามตำแหน่งสูงใหญ่ถ้าทำผิดในเรื่องนี้นั่นคือการทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยเดือดร้อนเพราะฉะนั้นตนจะจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด และมั่นใจว่าจะทำเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่อย่างแน่นอน ซึ่งตนเคยบอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ตนต้องดูและคนไทยก่อน ซึ่งเรื่องของคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติด ให้ทุกคนมั่นใจว่าเรื่องนี้รัฐบาลเรา “ไม่จบไม่เลิก” 

โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีชี้แจงจบ พบว่ามีบรรดา สส.ปรบมือให้กำลังใจ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางออกจากห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร

Advertisement

แชร์
นายกฯอิ๊งค์ชี้แจงกระทู้สดสภาฯครั้งแรก สาธยายจัดการแก๊งคอลฯ-ยาเสพติด