วันที่ 28 ก.พ. 68 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกา และประเทศในแถบยุโรป ออกแถลงการณ์ประณามไทย ส่งตัวอุยกูร์กลับจีนว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยได้ตรวจสอบแล้วว่าทำอะไรได้บ้าง เพราะเรื่องอุยกูร์เป็นการเข้าประเทศมาอย่างผิดกฎหมาย และติดคุกในประเทศไทยมา 10 กว่าปีแล้ว ถือว่าได้รับการลงโทษเป็นเวลานาน 11 ปี ที่ผ่านมาเราจึงได้ตรวจสอบข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ายังไม่มีประเทศที่สามขอรับตัวอุยกูร์กลับประเทศนั้นๆ เลย ซึ่งเรื่องนี้จีนได้ติดต่อมา และมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนจีน
ฉะนั้นยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหลักสหประชาชาติ หรือสิทธิมนุษยชน เพราะการที่ถูกกักขังมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ได้คุยกับทางการจีน และได้รับการยืนยันแล้วว่า หากเราส่งตัวอุยกูร์กลับไป พวกเขาจะไม่ถูกดำเนินคดี และไม่มีการสอบสวนใดๆ รวมทั้งสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวและสังคมได้ทันที เรื่องนี้ทั้งสองรัฐบาลก็ได้คุยกันมาสักพักแล้ว และการพบปะของผู้นำในหลายๆ ระดับ ก็ได้มีการยืนยันแล้วว่า ทุกคนที่กลับไปจะปลอดภัย เราพยายามทำทุกอย่างให้ราบรื่นที่สุด และการที่พวกเขากลับไปสู่ครอบครัวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี นอกจากนี้ทางการจีนยังได้อนุญาตให้ทางการไทยเดินทางไปเยี่ยมหรือถามไถ่ได้ว่าอุยกูร์ที่กลับไปแล้ว มีความเป็นอยู่อย่างไรและมีชีวิตที่ดีหรือไม่ ซึ่งทางการจีนไม่ได้ปิดกั้นเรื่องนี้กับเราเลย
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่าการส่งตัวอุยกูร์กลับไปขณะนี้ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนทางการค้าแต่อย่างใด เพราะการที่จะคุยเรื่องการค้าก็เป็นเรื่องเฉพาะการค้า แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับสินค้า คนไม่ใช่สินค้า ไม่แลกกันแน่นอน
ส่วนจะมีการชี้แจงสหรัฐฯอย่างไรได้บ้าง เพราะมีการออกแถลงการณ์ประณามไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราได้มีการอัปเดตข้อมูล ทราบว่าหลายประเทศได้มีการติดตามข้อมูลมา ข้อมูลที่อัปเดตล่าสุดก็ได้มีการประสานงานกันอย่างจริงจัง เราไม่ได้พูดกันเล่นๆ พร้อมยอมรับว่าเรื่องนี้ในตอนแรกไม่ได้พูดในที่สาธารณะ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงและรัฐบาล แต่ตนได้นำข้อความนี้ไปพูดคุยเพื่อยืนยันและรับรองถึงความปลอดภัย ป็นเรื่องที่รัฐบาลรับทราบและต้องการให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุ หรือข้อขัดข้องระหว่างดำเนินการ หรือ ทำอะไรที่ไม่เคารพสิทธิของเขา เช่น การใช้ความรุนแรง เป็นต้น ก่อนยกตัวอย่างภาพที่ปรากฏว่า เมื่อเดินทางไปถึงประเทศจีนก็ได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว โดยไม่มีกุญแจมือและโซ่ตรวน ฉะนั้นยืนยันว่าอุยกูร์ทั้งหมดเดินทางกลับประเทศจีนโดยสมัครใจแน่นอน
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรียังไม่ยืนยันการส่งตัวเมื่อวานนี้ เพราะต้องรอยืนยันความชัดเจนก่อนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของ protocal ว่าใครจะออกมาแถลง และทางจีนจะพูดก่อนหรือไม่ ซึ่งต้องดูด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะพูดในตอนนั้น ไม่เช่นนั้น ข้อความอาจจะถูกบิดเบือนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง วันนี้จึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบนี้ ส่วนขั้นตอนทั้งหมด นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ชี้แจงถึงขั้นตอนไปแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้ติดต่อกับความมั่นคงของจีน
ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าทางตุรกีจะรับชาวอุยกูร์กลับไป แต่สุดท้ายมีเหตุขัดข้องอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่มีประเทศที่สามมาเสนอตัวขอรับชาวอุยกูร์เลย ซึ่งไม่มีใครเสนอมาเลยสักคน เพราะฉะนั้นทางการจีนยืนยันว่าเป็นคนจีน ประเทศไทยก็ต้องส่งกลับจีน นี่คือหลักการปฏิบัติปกติ
ส่วนในเรื่องดังกล่าวกังวลว่าจะกระทบความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศมุสลิมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จริงๆ แล้วต้องอาศัยเวลาในการอธิบาย และต้องดูด้วยว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้พวกเขากลับไปแล้วปลอดภัยจริงหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าเมื่อความปลอดภัยเกิดขึ้นแล้วก็จะเป็นเครื่องหมายที่สามารถอธิบายได้ ซึ่งได้ทำงานหลังบ้านแล้วว่าถ้าไม่มั่นใจก็จะไม่ส่งกลับไป
ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันต่อว่า สื่อมวลชนของไทยสามารถเดินทางไปติดตามภายหลังที่ส่งตัวชาวอุยกูร์กลับจีนได้ และในช่วงกลางเดือน มี.ค. ทางพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม จะทางไปติดตาม เป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ที่ไทยได้ส่งกลับไปที่จีน
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการประชุมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง สรุปว่าชาวอุยกูร์ที่เดินทางถึงประเทศจีน มีทั้งหมด 40 คน อีก 5 คนอยู่ระหว่างการพิพากษาให้จำคุก โดยมีโทษ 2-4 ปี ทั้งหมดจะรับโทษครบในปี 2572 ทางรัฐบาลไทยก็ขอยืนยันว่า หากครบเวลาหรือได้รับการอภัยโทษ ก็จะสามารถส่งกลับไปยังประเทศต้นทางได้
นายจิรายุ กล่าวว่า เมื่อเช้านี้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้เดินทางไปอีกเมืองหนึ่ง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากจุดที่เครื่องบินลง และตรวจร่างกายประมาน 100 กิโลเมตร โดยได้นั่งรถไปพร้อมกับชาวอุยกูร์ประมาณ 10 คน ที่อยู่อีกตำบลหนึ่ง ซึ่งในเย็นวันนี้จะมีการรายงานกลับมา
นายจิรายุ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการติดตาม รัฐบาลไทยได้มีการกำชับ และมีการหารือกับหน่วยงานของเรา ก่อนประสานงานกับรัฐบาลจีนว่า หลังจากนี้ 15 วัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม จะเดินทางไปประเทศจีนเพื่อติดตามชาวอุยกูร์ 40 คนที่ไปถึง ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร ทำอาชีพอะไรบ้าง เพราะสถานการณ์เมื่อ 11 ปีก่อนกับตอนนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เขาอยากเดินทางออกนอกประเทศ แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยน ทั้งเรื่องของเศรษฐกิจที่มีการเติบโต
นายจิรายุ กล่าวว่า ส่วนสื่อมวลชนจะสามารถเดินทางไปด้วยหรือไม่นั้น ตนได้พูดคุยกับ พ.ต.อ.ทวี แล้ว ท่านก็ยืนยันว่าหากเดินทางไป ก็ต้องเชิญสื่อมวลชนไปด้วยอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีครอบครัวชาวอุยกูร์ อพยพไปอยู่ประเทศตุรกีก่อนหน้านี้แล้ว หากเดินทางกลับไปประเทศจีน จะไปอยู่กับใคร เพราะอาจไม่มีครอบครัวอยู่ที่นั่นเลย นายจิรายุ กล่าวว่า เราได้ถามรัฐบาลจีนว่า พวกเขาไม่มีความผิดใช่หรือไม่ ถ้าไม่มีความผิดตามที่ได้รับการยืนยัน ก็หมายความว่าเขาเป็นพลเมืองจีน ซึ่งมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทาง เพราะฉะนั้นหากเขาจะเดินทางไปตุรกี หรือประเทศใดในโลก ก็เหมือนเป็นคนมีพาสปอร์ตประเทศจีน สามารถไปได้อยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า เขาสามารถเดินทางไปตุรกีได้ใช่หรือไม่ นายจิรายุ กล่าวว่า ถ้ากลับไปแล้วเขาไม่มีคดี ก็สามารถทำพาสปอร์ตต่อบัตรประชาชน และสามารถเดินทางไปพบญาติพี่น้องได้ตามปกติ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวไม่เหมือนเดิมจาก 11 ปีที่แล้ว เป็นพื้นที่ปกครองตนเองเรียกว่าซินเจียงอุยกูร์ เป็นเส้นทางสายไหม มีขบวนรถเดินทางไปถึงยุโรป และสามารถเดินทางไปตุรกีได้
Advertisement