"หมอยง" เผย ทำไมปีนี้ "ไข้หวัดใหญ่" ระบาดมาก แต่คาดว่าจำนวนผู้ป่วยไม่น่ามากกว่าปีที่แล้วเพราะไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน จะระบาดใหม่อีกครั้งช่วงเปิดเทอม
จับตาสถานการณ์ ไข้หวัดใหญ่ ในประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 8 ก.พ. 2568 มีรายงานผู้ป่วย 89,415 ราย อัตราป่วย 137.75 ต่อ ประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย โดยทั้งหมดเป็น ไวรัสสายพันธุ์ A อีกทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย
อ้างอิงข้อมูลจากการเปิดเผยของ หมอยง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬา อธิบายถึงอุบัติการณ์นี้ว่า
"การระบาดของไข้หวัดใหญ่ ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะระบาดมาก ในช่วงฤดูฝนหรือนักเรียนเปิดเทอมเทอมแรก นักเรียนจะเป็นผู้ที่ขยายการระบาดได้ดี หรือคนที่อยู่รวมกันเป็นหมู่มาก
ทำไมปีนี้จึงระบาดมาก
ด้วยเหตุผลที่ 1 เป็นการใช้หนี้ ในช่วงของโควิด มีมาตรการป้องกันโรคทางเดินหายใจอย่างเข้มข้น ใน 2-3 ปีแรกของการควบคุม จึงพบไข้หวัดใหญ่น้อยมาก ไม่มีการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่เลย ประชากรส่วนใหญ่ ไม่ได้ติดเชื้อ ก็ไม่ได้มีภูมิต้านทานจากธรรมชาติ และเมื่อมีการผ่อนปรนเข้าสู่ภาวะปกติ ประชากรส่วนใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิหรือไม่เคยติดเชื้อ ในช่วงเวลาดังกล่าว ก็เกิดการใช้หนี้เก่า ที่ไม่มีผู้ป่วย จึงทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนมากตั้งแต่ในปีที่แล้วมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น กว่า 6.6 แสนราย และยังเพิ่มต่อในปีนี้ในช่วงต้นปี และเชื่อว่าทุกอย่างจะเข้าสู่ภาวะปกติ หลังใช้หนี้หมดแล้ว
อีกเหตุผลหนึ่ง ไข้หวัดใหญ่ของซีกโลกเหนือจะระบาดมากในฤดูหนาว แต่เดิมทีประเทศไทยมีฤดูหนาวไม่ชัดเจน แต่ต้นปีนี้ เป็นปีที่มีฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานานพอสมควรโดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสาน จึงเป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ ทำให้มีไข้หวัดใหญ่มากในต้นปีนี้ ในภาคอีสานเป็นจำนวนมาก ในกรุงเทพฯ เพิ่มไม่ชัดเจน จึงมีผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปี ร่วมแสนราย แต่ทั้งปีเมื่อรวมกันของปีนี้ก็คาดว่า ไม่น่ามากกว่าปีที่แล้วมากนัก เพราะกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน และจะไประบาดใหม่ในช่วงนักเรียนเปิดเทอม และเชื่อว่ามีการใช้หนี้ไปแล้ว และมีภูมิต้านทานขึ้นมาบ้างแล้วรวมทั้ง การรณรงค์ต่างๆ ในการป้องกัน
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือการตรวจง่ายขึ้น ปัจจุบันมีการตรวจเอทีเคจึงทำให้ยอดสูงขึ้น"
หมอยง อธิบายเพิ่มเติมในไลฟ์เฟซบุ๊ก yong poovorawan โดยระบุว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโควิด วัคซีนโรคทางเดินหายใจ อะไรก็ตามแต่ โรคทางเดินหายใจส่วนใหญ่มีระยะฟักตัวสั้น เพราะฉะนั้นมันไม่สามารถที่จะป้องกัน ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้แต่มันจะกระตุ้นระดับเซลล์ของเราให้มีความจำที่จะกำจัดไวรัสให้หมดไปได้ดี เพราะฉะนั้นการป้องกันการติดไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่จะช่วยในเรื่องของการกำจัดไวรัสออกไปด้วย เพราะฉะนั้นความรุนแรงของโรคก็จะลดน้อยลงไปด้วย แล้ววัคซีนไข้หวัดใหญ่ป้องกันการติดเชื้อได้จริงๆ 40-60% แต่อย่างไรก็ตามลดความรุนแรงลง
การเป็นไข้หวัดใหญ่เป็นเพียงตัวเดียว สายพันธุ์เดียว แต่ในวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีถึง 3 สายพันธุ์ ยังมีสายพันธุ์อื่นที่จะเป็นได้อีก เพราะฉะนั้นถึงเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วก็ยังต้องฉีดวัคซีนอีก
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปี เพราะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ และต้องคอยกระตุ้นภูมิต้านทานให้อยู่สูง ก็ต้องฉีดปีละครั้งก่อนฤดูกาลการระบาดของไข้หวัดใหญ่ (ฉีดก่อนเข้าสู่ฤดูฝน) สำหรับข้อกังวลเรื่องอาการแทรกซ้อนของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หมอยง ระบุว่า อาการน้อย โอกาสในการจะเป็นไข้ก็น้อย แต่อาการแทรกซ้อนที่รุนแรงควรต้องบอกคนไข้ให้ตัดสินใจ แต่โอกาสที่จะเกิดจริงๆ ไม่ได้เยอะ
Advertisement