ยาดมโป้ยเซียน
ปิด
ชมบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ได้ที่ชมบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ได้ที่
'การ์ดอาชีวะ' แถลงโต้ตร. ปมยิงกันเอง ยืนยันมือปืนไม่ใช่การ์ด

'การ์ดอาชีวะ' แถลงโต้ตร. ปมยิงกันเอง ยืนยันมือปืนไม่ใช่การ์ด

588
26 พ.ย. 63

หัวหน้าการ์ดอาชีวะแถลงโต้กรณีตำรวจระบุว่าเป็นการยิงกันเอง แฉมือปืนไม่ใช่การ์ด ทีมงานไม่เคยเห็นหน้า ไม่มีปลอกแขน ซัดกลับตร.รวบรวมข้อมูลละเอียดแล้วหรือไม่ พร้อมขอโทษสื่อโดนผลัก


เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 พ.ย. 63 ที่ลานหน้าห้างอเวนิว รัชโยธิน นายเกวลัง ธัญญะเจริญ หัวหน้าการ์ดภาคีประชาชน หรือเก่ง อาชีวะ แถลงชี้แจงกรณีเหตุการณ์วุ่นวายที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ จนนายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะ ถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บ และนายประภากร ศักดิ์ศรีเท้า อดีตนักศึกษาอาชีวะ ถูกยิงเข้าที่หน้าท้อง บาดเจ็บสาหัส


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปิยะ' ยันไม่มีกลุ่มอื่นแฝงตัว การ์ดราษฎรยิงกันเอง หน้า SCB
มวลชนถูกยิงเจ็บ กลุ่มพยาบาลรุดช่วย แจงชัดไม่ใช่อาชีวะทำร้ายกันเอง

เจอหัวกระสุนยิงมวลชน การ์ดเผชิญหน้าคนป่วนรูปร่างอ้วนดำ - สื่อจับภาพได้คนปาบึ้ม


นายเกวลัง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ไม่หวังดีประมาณ 8 คนเข้ามาทำร้ายและก่อเหตุ โดยระหว่างนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ได้สอบถามนายภาสพงศ์ ผู้ก่อเหตุที่ถูกทำร้ายว่ายิงปืนทำไม เจ้าตัวอ้างเป็นการ์ดอาชีวะ ตนยืนยันว่าไม่ใช่การ์ด เพราะทีมงานไม่เคยพบ และหากเป็นการ์ดจริงต้องสวมปลอกแขน แต่ความจริงคนยิงไม่ได้ใส่และไม่สวมเสื้อสถาบัน พวกเราเก็บกระเป๋าคนยิงส่งตำรวจได้ และไม่พบปลอกแขนการ์ดอาชีวะ มีเพียงเอกสารประจำตัวบัตรประชาชนเท่านั้น ซึ่งปลอกแขนที่ทำขึ้นมา เราจะมีสัญลักษณ์ที่รู้กันภายใน ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อสร้างความกลมกลืนกับกลุ่มผู้ชุมนุม บางทีมอาจสวมริบบิ้น หรือสร้อย เพื่อเป็นจุดสังเกต


สำหรับเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นเมื่อประกาศยุติการชุมนุมประมาณ 30-40 นาที โดยมีคนเดินเข้ามาหาเรื่องกลุ่มคนเจ็บหน้าร้านอาหารดัง ก่อนปะทะคารมกันก่อนชกต่อยกับการ์ดอาชีวะ จากนั้นมีคนร้ายขว้างระเบิดเข้ามา และกลุ่มผู้ก่อเหตุก็วิ่งถอยออกมา เพื่อเปิดแนวยิง ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุคนอื่น ๆ หนีได้หมด มีเพียงคนตัวอ้วนที่ยิงปืนเท่านั้น ที่หนีไม่ทันและถูกรุมทำร้าย


นายเกวลัง ยังกล่าวถึงเรื่องที่สื่อมวลชนโดนผลักอก ว่าต้องขอโทษแทนกลุ่มการ์ดด้วย เพราะสั่งให้เปิดวง เพื่อนำคนเจ็บออกมา เป็นความผิดพลาดที่ดันสื่อออกไป อาจเกิดจากอารมณ์ที่เราต้องการคุมมวลชนที่กำลังโมโห และคนที่ผลักอาจไม่เห็นบัตรสื่อ เพราะพื้นที่เกิดเหตุค่อนข้างมืด จึงอาจเกิดจากความเข้าใจผิดกัน



ส่วนกรณีตำรวจระบุว่าเป็นการทะเลาะกันเองระหว่างนักเรียนอาชีวะนั้น มองว่าไม่ถูกต้อง ตำรวจควรสืบสวนให้ชัดเจนก่อนจะให้ข่าวกับสื่อ เรามีความชัดเจนว่าสถาบันไหนเข้ามาบ้าง ไม่เข้าใจว่าตำรวจรวบรวมข้อมูลได้ละเอียดแล้วหรือไม่ หากเป็นนักเรียนอาชีวะจริงและมีเรื่องส่วนตัวกัน เมื่อพบกันในงานก็ต้องทะเลาะกันแล้ว แต่กลับเป็นการรอให้คนบางตาก่อนจะก่อเหตุ หากเป็นเรื่องส่วนตัว คงไม่มีการวางแผนเป็นขั้นตอนเช่นนี้


 

ข่าวล่าสุด

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่