เรดิโอ ฟรี เอเชีย รายงานว่าเจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีเหนือกระทำการอุกอาจ ยึดเสื้อโค้ทกันหนาวบุด้วยขนสุนัข สิ่งถือเป็นสินค้าราคาแพง จากประชาชน เพื่อนำไปมอบให้กับทหารที่ขาดแคลนเสบียง ซึ่งเป็นคำบอกเล่าของชาวเกาหลีเหนือที่แอบรายงานให้นักข่าวทราบ โดยการยึดเสือโค้ทแบบนี้เกิดขึ้นเป็นวงกว้างตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว
ชาวบ้านในจังหวัดพยองอันใต้ ทางตอนเหนือของกรุงเปียงยาง เมืองหลวงเกาหลีเหนือยังได้เล่าเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้จับกุมชายที่สวมเสื้อขนสุนัขบนท้องถนนและยึดไว้ ณ ที่เกิดเหตุ เธอเล่าว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทำอะไรแบบนี้ โดยพวกเขาให้เหตุผลแค่ว่า พลเรือนไม่สามารถสวมเครื่องแบบทหารได้ ดูเหมือนว่าสาเหตุที่ทางการเกาหลีทำเช่นนี้ ก็เพื่อจัดหาเสื้อผ้าที่อบอุ่นให้กับบุคลากรของกองทัพในช่วงฤดูหนาว ซึ่งมีความหนาวเหน็บท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก และเพื่อป้องกันไม่ให้พลเรือนดูเหมือนว่ากำลังสวมเครื่องแบบทหารฤดูหนาว จนทำให้หลายคนเข้าใจผิด
ปัจจุบัน ขนสุนัขกลายเป็นสิ่งหายากแล้ว พลเรือนเคยอวดโฉมด้วยการสวมเสื้อขนสุนัข แต่ทางการเริ่มยึดเสื้อเหล่านี้ เสื้อผ้าประเภทนี้ไม่ได้จัดหาให้กับทหารทั่วไป แต่เจ้าหน้าที่และทหารที่ประจำการอยู่ที่ด่านตรวจใกล้ชายแดนเกาหลีใต้เท่านั้น ที่จะได้สวมเครื่องแบบเช่นนี้
ในเหตุการณ์ยึดเสื้อโค้ท เจ้าหน้าที่ได้ถามชายผู้สวมเสื้อโค้ทว่าพวกเขามีเสื้อผ้าหรูหราเช่นนี้ได้อย่างไร ในเมื่อยังมีทหารเฝ้าแนวหน้า ยังสวมเครื่องแบบที่ขาดรุ่งริ่งอยู่เลย ทหารต้องเข้าร่วมการฝึกช่วงฤดูหนาวพวกเขาต้องนอนคว่ำบนพื้นน้ำแข็ง ดังนั้นเสื้อขนสุนัขจึงมีความสำคัญต่อพวกเขามาก เจ้าหน้าที่ยังบอกอีกว่าจะส่งเสื้อโค้ทนี้ไปที่หน่วยทหารในแนวหน้า ส่วนชาวบ้านที่ถูกยึดเสื้อผ้าส่วนใหญ่ไม่กล้าพูดอะไร เพราะไม่อยากถูกลงโทษ
แท้จริงแล้ว เสื้อบุขนสัตว์หรือเสื้อโค้ทขนสุนัขเหล่านี้ เป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในหมู่ประชาชนชาวเกาหลีเหนือ เพราะนอกจากจะให้ความอบอุ่นได้เป็นอย่างดีในอากาศอันหนาวเหน็บ ความคล้ายคลึงของเสื้อโค้ทดังกล่าวกับเครื่องแบบทหาร ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เป็นที่นิยม เพราะชาวบ้านมองว่า มันเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจแบบทหารนั่นเอง
ชาวบ้านเกาหลีเหนือเล่าว่า เสื้อผ้าเหล่านี้ถือเป็นเสื้อผ้าที่ดีที่สุดสำหรับฤดูหนาว เพราะเนื้อผ้าชั้นในทั้งหมดบุด้วยหนังและขนสุนัข เสื้อผ้าเหล่านี้มีราคาแพงและสามารถซื้อได้จากผู้ผลิตเสื้อผ้าเฉพาะทางเท่านั้น ดังนั้น ชาวเกาหลีเหนือเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะได้ครอบครองเสื้อโค้ทคุณภาพดีเช่นนี้ เฉพาะคนที่ร่ำรวย มีรายได้สูง ถึงจะมีโอกาสเสื้อโค้ทบุขนสัตว์ได้ เพราะราคาเสื้อโค้ทขนสัตว์สูงถึงตัวละ 1 ล้านวอน หรือประมาณ 23,500 บาท ซึ่งมากกว่าเงินเดือนประจำทั้งปีของพนักงานราชการระดับกลางส่วนใหญ่ในเกาหลีเหนือ
กองทัพของเกาหลีเหนือซึ่งมีกำลังพลเกือบ 1 ล้านนาย ขาดแคลนเสบียงมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ ในช่วงสงครามเย็น สหภาพโซเวียตให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือมาโดยตลอด และนับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือก็ได้รับผลกระทบ และกองทัพก็ต้องดิ้นรนเพื่อจัดหาทรัพยากรให้กับตนเอง
ตามหลักการแล้ว ทหารเกาหลีเหนือควรได้รับเครื่องแบบทั่วไปที่ใช้สำหรับฤดูร้อนชุดใหม่ทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ส่วนเครื่องแบบสำหรับฤดูหนาวที่ราคาแพงกว่า จะได้รับทุก ๆ 2 ปี แต่ในปัจจุบันนี้ เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้น ชี้ให้เห็นว่ากองทัพค่อนข้างขาดแคลนเสบียง สถานการณ์เลวร้ายมากถึงขนาดที่เมื่อปีที่แล้ว กองทัพเริ่มกำหนดให้ทหารต้องส่งเครื่องแบบคืนเมื่อปลดประจำการ เพื่อจะได้ส่งต่อให้ทหารคนอื่นได้
ชาวบ้านเกาหลีเหนือเล่าว่า ขนาดทหารในกองทัพขาดแคลนเสื้อผ้าที่เหมาะสม และทหารต้องหนาวสั่นในอากาศที่หนาวเหน็บ จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่พลเรือนผู้มั่งคั่งจะออกไปข้างนอกในเสื้อโค้ตบุขนสุนัขที่ราคาสูง ในเมืองอุนซาน กรุงเปียงยาง ผู้ชายเพียง 1 ใน 50 คนเท่านั้นที่จะได้สวมเสื้อโค้ทบุขนสุนัข อย่างตัวของเธอเอง เคยได้เห็นคนใส่เสื้อโค้ทแบบนี้เพียงไม่กี่ครั้ง คือเห็นจากพ่อค้าแม่ค้าคู่หนึ่งที่ขับรถข้ามเมืองเร่ขายสินค้า
อีกครั่งหนึ่งที่เห็น ก็เป็นสามีของสตรีผู้มั่งคั่งสวมชุดแบบนี้ เนื่องจากผู้ชายต้องทำงานที่รัฐบาลมอบหมายให้ด้วยค่าจ้างที่น้อยนิด ครอบครัวส่วนใหญ่จึงได้รับการสนับสนุนจากผู้หญิงที่ทำธุรกิจเล็กๆ ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยหรือเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยสามารถจ่ายเงินซื้อเสื้อโค้ทราคาแพงให้สามีได้