วันที่ 27 ก.พ. 68 ที่กระทรวงยุติธรรม นาย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลดำเนินการส่งชาวอุยกูร์จำนวนหลายสิบคนเดินทางกลับประเทศจีนว่า
ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามแนวทางที่ได้วางไว้ตั้งแต่ต้น สาเหตุที่เราตอบเรื่องนี้ช้า เพราะเราต้องการให้กระบวนการทางจีนเสร็จสิ้นครบถ้วน เพื่อจะสามารถยืนยันได้ว่าเป็นอย่างไร กระบวนการครั้งนี้เป็นเรื่องของทางการทูตติดต่อประสานมา และมีกระบวนการที่เราจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ และดูอย่างดี ให้ชัดเจนว่าจะไม่สร้างผลกระทบ หรือก่อให้เกิดปัญหาใดๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วง และรัฐบาลเป็นห่วงว่าเราส่งไปแล้วจะมีปัญหา หรือจะส่งเขาไปตายหรือไม่ ซึ่งเท่าที่เราทำกระบวนการมาจนมั่นใจได้ว่า สิ่งที่เราดำเนินการนี้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายภายในประเทศ และกฎหมายระหว่างประเทศ ถูกต้องตาม พ.ร.บ.อุ้มซ้อมทรมาน เพราะฉะนั้นมั่นใจว่าชาวอุยกูร์ที่เราส่งไปจะไม่พบกับปัญหาในสิ่งที่ทุกคนกังวล
นาย ภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เรายินดีที่จะชี้แจงกระบวนการทั้งหมดให้เห็นภาพโดยตรง ไม่อยากให้จินตนาการ เพราะการใช้จินตนาการล้วนแต่จะสร้างให้เกิดปัญหาเรื่องราวอีกหลายอย่างที่ไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ซึ่งเรามีกระบวนการเริ่มต้นก่อนหน้านี้มาเป็นเดือนแล้ว และไม่พบกับปัญหาในสิ่งที่ทุกคนกังวล ทำกระบวนการต่างๆ ตามขั้นตอน หลังจากเราประชุมแล้วโดยการตัดสินใจของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยืนยันว่าทั้งหมดทำอย่างเป็นกระบวนการในการช่วยกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้ชาวอุยกูร์ได้กลับไปสู่มาตุภูมิ และครอบครัวของเขา
“เราจับตัวเขามากักขังไว้ประมาณ 10 กว่าปี ถามว่าเราอยากจะกักขังเขาให้ถึง 10 ปีหรือไม่ เราก็ไม่อยากทำแบบนั้น เพราะว่าโทษของการลักลอบเข้าเมืองมีความผิดไม่มาก แต่การที่เรากักขังเขามา 10 กว่าปีก็เป็นปัญหาที่เราไม่ควรทำ ถ้าเราเปลี่ยนแปลงผลักดันเขากลับไป หรือส่งประเทศที่สามได้เราก็ควรทำ แนวทางปฏิบัติที่ผ่านมาเราจะส่งไปประเทศที่สาม ถ้าประเทศที่สามยอมรับ หรือเจ้าของประเทศเขาขอกลับ เราก็ต้องพิจารณาถ้าสมัครใจกลับ ก็ไม่มีอะไร วันนี้มีปัญหาถามว่าเขาสมัครใจหรือไม่ แล้วจะมีอันตรายหรือไม่ ทั้งหมดอยู่ในข้อพิจารณาของเราทั้งสิ้น เป็นไปตามกฏหมายสากล และเป็นไปตามกฏหมายอุ้มซ้อมหายทรมาน ดูแลถึงปัญหาว่าเขาจะไม่เกิดความเสียหายอะไร ดังนั้นกระบวนการที่เริ่มต้นมาที่ทาง ตม.รับไปดำเนินการ
เราทำความเข้าใจกับเขา มีการชี้แจงจนกระทั่งทางจีนร้องขอมาที่กระทรวงการต่างประเทศ ถ้าส่งกลับไปต้องมีความมั่นใจว่าทำถูกต้องและดีที่สุด ซึ่งเขาได้ยื่นหนังสือทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลจีนขอเรา และยืนยันว่า เขาจะขอรับกลับไป และบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่คนที่มีความผิดร้ายแรง จีนจะดูแลอย่างดี เราก็ต่อรองคุยกับเขา เขาก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหาจะเอากลับสู่มาตุภูมิ และให้ไปอย่างสมัครใจ โดยได้พูดคุยกับญาติพี่น้อง และจัดหาที่พักให้
เมื่อเราได้หนังสือมาเราก็มีความมั่นใจ พร้อมทั้งแปลเอกสารทางการทูตให้ชาวอุยกูร์ได้ทำความเข้าใจด้วย นอกจากนี้ที่ผ่านมา นายกฯได้เดินทางไปยังจีนได้มีการพูดคุยกันกับนายกรัฐมนตรีของจีน ซึ่งเขายืนยันว่าไม่ต้องห่วง เพราะคนเหล่านี้คือประชาชนชาวจีนเหมือนกัน เราพยายามทุกอย่างเพื่อให้มีความมั่นใจ เราจึงส่งกลับคืนไป โดยมีตัวแทนสถานทูตไทยในกรุงปักกิ่ง นาย ฉัตรชัย บางชวดเ ลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน และถ่ายรูปบันทึกทุกอย่างมา
อย่างไรก็ตามเราจะเดินทางไปตรวจสอบเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนพวกเขาว่าไม่ได้เป็นอะไร ซึ่งในช่วง 7 วันแรก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม จะเดินทางไปดูด้วยตัวเอง หลังจากนั้นจะให้ทางสถานทูตตรวจสอบเป็นระยะๆ ตลอดไปว่ายังอยู่ดีมีสุขอย่างที่จีนบอกหรือไม่
ด้านนาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจีนมีคำรัฐบาลจีนมีคำขออย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นหนังสือทางการทูต ขอให้รัฐบาลไทยส่งคนจีนเชื้อสายอุนกูร์ เมืองซินเจียง ซึ่งรัฐบาลจีนยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนจีนทั้งหมด และได้มอบหลักฐานเอกสารประกอบ โดยรัฐบาลจีนระบุมายังรัฐบาลไทยว่า บุคคลเหล่านี้มีความผิดเพียงเล็กน้อยในเรื่องของการออกนอกประเทศโดยไม่ถูกต้องตามกฏหมาย และไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดร้ายแรงอื่นแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อกลับถึงประเทศจีนก็จะได้รับอนุญาตกลับคืนสู่ครอบครัวโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ เมื่อส่งกลับบ้านเกิดแล้วต้องเจอครอบครัว เพราะบางท่านไม่ได้เจอกันมา 10 กว่าปี
“การส่งครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าส่งแล้วส่งเลย รัฐบาลไทยวางแผนอย่างเป็นระบบในการติดตามตรวจสอบต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นระยะหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน หรือตลอดไป เพื่อสอบถามว่าทั้ง 45 คนได้เดินทางถึงเมืองซินเจียงเป็นที่เรียบร้อย และกลับไปสู่ครอบครัว ไปทำมาหากินอะไรกันบ้าง ไม่ได้หมายความว่าเราส่งแล้วเราส่งขาด ยืนยันว่าเราให้ความสำคัญ”
ส่วนที่มีการส่งตัวช่วงกลางคืนนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ยืนยันการดำเนินการถูกต้องชัดเจนตามข้อกฎหมาย เพราะเราอยู่ภายใต้กฎหมายสากล
Advertisement