Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
AWC 5 ปี 5 นิวไฮ ปี67 กวาดกำไร5,850ล้านบาท ปี68 จ่อลงทุน22,000ล้านบาท
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

AWC 5 ปี 5 นิวไฮ ปี67 กวาดกำไร5,850ล้านบาท ปี68 จ่อลงทุน22,000ล้านบาท

28 ก.พ. 68
19:07 น.
|
247
แชร์

สร้างเสียงฮือฮาในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมาก เมื่อ AWC ได้ประกาศ ทุ่มเงินกว่า 8,704 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อ โรงแรมหรูย่านรัชดา อย่าง ‘Swiss Hotel เลอ คองคอร์ท รัชดา’ และเตรียมพัฒนาโครงการใหม่ใน concept Resort in Bangkok ภายใต้ชื่อ Jubilee Prestige Tower

โดยจะมีอาคารสำนักงานไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่, โรงแรมหรู JW Marriott ที่มีค่าห้องถึง 7,000 บาท / คืน และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่โครงการแห่งนี้จะเน้น Wellness ที่เป็นศัลยกรรมจากเกาหลี รองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่พร้อม spending

ความน่าสนใจอยู่ที่ โครงการนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งโปรเจกต์ จากทั้งหมด ของ AWC จากการวางงบลงทุนทั้งหมดในปี 2568 อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2567 ที่ผ่านมาลงทุนอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท

บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนทุกคนมาเจาะกลยุทธ์ควาสําเร็จของ AWC ทำอย่างไรให้ 5 ปี 5 นิวไฮ ตั้งเป้าทรัพย์สินดำเนินงานอีก 2 เท่า สู่มูลค่า 300,000 ล้านบาท ภายในปี 2572

AWC 5 ปี 5 นิวไฮ ปี 67 โกยรายได้ 21,011 ล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ได้เผยผลประกอบการปี 2567 เติบโตก้าวกระโดดในทุกมิติ พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้วย 5 นิวไฮ สูงสุดในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและกลยุทธ์การลงทุนที่แข็งแกร่งดังนี้ :

1) กำไรสุทธิ 5,850 ล้านบาท เติบโต 14.6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน (YoY)

2) กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ (BU EBITDA) 11,965 ล้านบาท เติบโต 11.9% (YoY)  

3) รายได้เฉลี่ยต่อวัน (Average Daily Rate: ADR) 5,873 บาทต่อคืน เติบโต 3.8% (YoY)

4) รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) 4,200 บาทต่อคืน เติบโต 14.8% (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

5) อัตราผลตอบแทนกำไรจากการดำเนินงานต่อทรัพย์สินถาวร (EBITDA Yield) ของทรัพย์สินดำเนินงานเติบโตสู่ 10.1%

โดยมีมูลค่าทรัพย์สินถาวรรวมเติบโตเท่าตัวภายใน 5 ปี สู่มูลค่า 198,726 ล้านบาท จากกลยุทธ์ GROWTH-LED Strategy และการพัฒนาโครงการคุณภาพร่วมกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อสร้าง AWC’s Lifestyle Destination หลากหลายโครงการในเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทย

ทำให้ในปี 2567 AWC สามารถโกยรายได้รวมกว่า 21,011 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10.5  (YoY) จากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม และ กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล

AWC วางงบลงทุน 22,000 ล้านบาท 9 โครงการในปี 2568

AWC เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตในปี 2568 อย่างแข็งแกร่งด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวมถึงกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล

1.โครงการ Jubilee Prestige Tower ย่านรัชดา

AWC ได้เข้าลงทุนใน บริษัท เลอ คองคอร์ด โฮเต็ล จำกัด ซึ่งครอบคลุม อาคารสำนักงานขนาด 45,792 ตารางเมตร และโรงแรมขนาด 407 ห้อง ใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และจะช่วยสร้างกระแสเงินสดได้อย่างทันทีให้กับบริษัท โดย AWC มีแผนพัฒนาโครงการภายใต้ชื่อ Jubilee Prestige Tower ให้เป็นอาคารสำนักงานไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ และโรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ JW Marriott ที่บริหารงานโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เครือโรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเป็นโครงการ ที่ตั้งอยู่ใจกลางถนนรัชดาภิเษก โดยมีแผนพัฒนาให้เป็นโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ผสมผสาน Wellness และประสบการณ์แบบ Luxury Bleisure พิเศษครั้งแรกของประเทศ พร้อมเปิดดำเนินการได้เต็มรูปแบบภายในปี 2571 

โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการแรกของ AWC ที่ตั้งอยู่บนพื้นย่านรัชดาภิเษกที่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยสถานทูต สถาบันการเงิน บริษัทข้ามชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว เชื่อมต่อเครือข่ายคมนาคมหลักของกรุงเทพฯ รวมถึงระบบรถไฟฟ้าบนถนนรัชดาภิเษกที่ได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีรัชดาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชย์ครบ 25 ปี (Silver Jubilee)

2.โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย (โครงการแรกของ AWC ในพัทยาซึ่งเปิดให้บริการแล้วในเดือนมกราคม 2568)

3.โรงแรม พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา

4.โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท

5.โครงการ The Empire Wellness​ ณ อาคาร “เอ็มไพร์”

6.โครงการ ลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ณ จังหวัดเชียงใหม่

7.โครงการ Jurassic World: The Experience ณ โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

8.โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช

9.โครงการอควาทีค ที่พัทยา

กลุ่มธุรกิจโรงแรม  สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 650 ล้านคนทั่วโลก

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการสร้างกระแสเงินสดแข็งแกร่ง โดย

  • มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจก้าวกระโดดถึง 31% (YoY)
  • มีอัตราการเข้าพักตลอดปี 2567 เฉลี่ย 72% เติบโต 7 % (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด
  • มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 4,200 บาท/คืน เติบโต 14.8% (YoY) สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

และสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงกว่า 650 ล้านคนทั่วโลกผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก ส่งผลให้โรงแรมของ AWC มีดัชนีการสร้างรายได้ (Revenue Generation Index หรือ RGI) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเมื่อเทียบกับโรงแรมในกลุ่มเดียวกันที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น

  • โรงแรม คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว RGI เท่ากับ 195
  • โรงแรม แบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มประชุมสัมมนา RGI เท่ากับ 170
  • โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ RGI เท่ากับ 147

เปิดห้องอาหารชั้นนำจำนวน 8 แห่งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ นำด้วยความพิเศษใหม่ของ F&B Rooftop Destination ที่สูงที่สุดของกรุงเทพฯ ด้วย

  • ห้องอาหาร Nobu ที่สูงที่สุดในโลก
  • ร้าน Le Du Kaan ห้องอาหารไทยโดยเชฟมิชลินสตาร์บนรูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดแห่งแรกของโลก
  • ร้าน K by Vicky Cheng ห้องอาหารจีนร่วมสมัยจากเชฟระดับมิชลินสตาร์
  • ร้าน Sartoria by Paulo Airaudo ห้องอาหารอิตาเลียน โดยเชฟมิชลินสองดาว
  • ห้องอาหาร Hong’s Chinese Restaurant & Sky Bar
  • ร้าน Cafe de Petal
  • ร้าน Teeshot Bar
  • Okura Cruise เรือไคเซกิและเทปันยากิหรูลำแรกของโลก ภายใต้โครงการ “AWC River Journey Project” เพื่อมอบประสบการณ์ห้องอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งบนสายน้ำเจ้าพระยา

กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล ยอดพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น 15%

  • กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของกลุ่มธุรกิจเติบโต 12%  (YoY) สร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงให้กับบริษัท
  • มียอดการปล่อยพื้นที่เช่าใหม่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามากกว่า 34,000 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 15%(YoY) ตอกย้ำศักยภาพการพัฒนาทรัพย์สินและกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ

 โดยบริษัทเดินหน้ายกระดับธุรกิจคอมเมอร์เชียลให้เป็นศูนย์กลางแห่งไลฟ์สไตล์และการทำงานที่ทันสมัย ตอบรับแนวโน้มการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของลูกค้าในยุคใหม่ ขยายพอร์ตโฟลิโอให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการยกระดับธุรกิจอาคารสำนักงานสู่แนวคิด “Lifestyle Workplace Destination” เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้เช่า ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอาคารให้เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น

  • อาคาร “เอ็มไพร์” เปิด Co-Living Collective: Empower Future ที่ The Empire Residence ประสบการณ์ครั้งแรกของโลกที่ผู้เช่าสำนักงานสามารถมีพื้นที่นั่งเล่น ล็อกเกอร์รูม ห้องอาบน้ำ เกมส์รูม คิดส์รูม เพ็ทรูม และห้องประชุมเสริม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์การเติบโตรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน
  • ‘EA’ Rooftop at The Empire รูฟทอปที่ใหญ่และสูงที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ เสริมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ส่วนธุรกิจศูนย์การค้ามีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศูนย์การค้าเพื่อการท่องเที่ยว และคอมมูนิตี้ช็อปปิ้งมอลล์ ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมุ่งเน้นการพัฒนา “Lifestyle Retail Destination” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่
  • โครงการฟีนิกซ์ ศูนย์กลางด้านอาหารครบวงจรระดับโลก ใจกลางเมืองย่านประตูน้ำ
  • Jurassic World: The Experience ด้วยประสบการณ์ความพิเศษแตกต่างจากสวนสนุกทั่วไป รวมความสุขและสนุกด้วยประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแฟรนไชส์ชื่อดัง ณ  โครงการเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ที่เตรียมพร้อมฉลองการเปิดตัวไปกับการเข้าฉายของภาพยนตร์ Jurassic World ภายในปี 2568
  • โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช
  • โครงการเอเชียทีค
  • โครงการอควาทีค ที่พัทยา
  • โครงการลานนาทีค เดสทิเนชั่น เฟส 1 ที่เชียงใหม่

เปิดแผน 5 ปีของ AWC ตั้งเป้า ขยายพอร์ตแตะ 300,000 ล้านบาท

AWC ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ภายในปี 2572 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวคิด “Building a Better Future” พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1) เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินดำเนินงาน 2 เท่า สู่ระดับ 300,000 ล้านบาท พร้อมขยายห้องพักรวมสู่ 12,000 ห้อง

2) สร้างผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 15% จากการเร่งผลักดันศักยภาพของทรัพย์สินที่อยู่ในช่วงดำเนินงานเริ่มต้น (Ramp Up) ให้เข้าสู่ระดับการดำเนินงานปกติ (BAU)

3) เดินหน้าการเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่มุ่งเน้นการสร้างจุดหมายปลายทางยั่งยืนระดับโลก ด้วยโครงการคุณภาพระดับแลนด์มาร์ก เสริมศักยภาพความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก และยกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สู่ระดับสากล

AWC ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก พร้อมคว้าหลายรางวัลอันทรงเกียรติ

AWC ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Better Planet) สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม (Better People) สร้างการเติบโตควบคู่การยกระดับคุณค่าของบุคลากรและชุมชน และด้านเศรษฐกิจ (Better Prosperity) สร้างการเติบโตเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

ในปี 2567 บริษัทได้รับคะแนนด้านความยั่งยืนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญ จากการประเมินของ S&P Global และบริษัทยังได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนระดับสากล ได้แก่การได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ หรือ Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และการได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของ FTSE4Good Index Series โดย FTSE Russell ครอบคลุมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และด้านธรรมาภิบาล รวมทั้งได้รับการประเมินอยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2567 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ “AA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ในด้านการสร้างแบรนด์องค์กร AWC ได้รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2024 ในหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตอกย้ำการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดของประเทศไทย 


แชร์
AWC 5 ปี 5 นิวไฮ ปี67 กวาดกำไร5,850ล้านบาท ปี68 จ่อลงทุน22,000ล้านบาท