Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"Dirty 15" ชาติเป้าสุดเสี่ยงโดนภาษีทรัมป์ถล่ม มี "ไทย" ติดโผ!
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

"Dirty 15" ชาติเป้าสุดเสี่ยงโดนภาษีทรัมป์ถล่ม มี "ไทย" ติดโผ!

2 เม.ย. 68
14:21 น.
แชร์

อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ก็จะได้รู้กันแล้วว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นจะตัดสินใจลงดาบ เก็บ “ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) กับแต่ละประเทศอย่างไรบ้าง หลังประกาศก่อนหน้านี้ว่าวันที่ 2 เมษายน หรือ 3 เมษายนไทย จะเป็นวันที่สหรัฐฯ ได้ “ปลดแอก” เป็นอิสระจากบรรดาคู่ค้าที่คอยเอาเปรียบสหรัฐฯ จนเกินดุลมหาศาล

โดยในวันดังกล่าว ทรัมป์เตรียมประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ ซึ่งแม้รายละเอียดหลายอย่างยังไม่ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ บางประเทศคู่ค้าจะได้รับผลกระทบหนักกว่าประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม “Dirty 15” ที่ ‘สก็อตต์ เบสเซนต์’ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ เคยประกาศว่าจะเจอมาตรการภาษีหนักกว่ากลุ่มอื่น และที่สำคัญคือเสี่ยงมี “ไทย” รวมอยู่ในนั้นด้วย

กลุ่ม “Dirty 15” คืออะไร? ทำไมจึงเป็นที่เพ่งเล็งของรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันนี้ SPOTLIGHT จะพาไปหาคำตอบ

กลุ่มประเทศ Dirty 15 คืออะไร? ทำไม “ไทย” มีเอี่ยว”?

กลุ่มประเทศ Dirty 15 เป็นคำที่ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ 'สก็อตต์ เบสเซนต์' ใช้พูดถึง 15% ของประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ซึ่งมีปริมาณการค้ากับสหรัฐฯ สูง แต่เก็บภาษีนำเข้า และตั้งมาตรการกีดกันการค้าอื่น ๆ กับสหรัฐฯ สูง ทำให้ประเทศกลุ่มนี้ จะเป็นประเทศที่ทรัมป์ และรัฐบาล จะออกภาษีโต้ตอบในระดับที่หนักที่สุด

หลังจากที่เบสเซนต์กล่าวถึง กลุ่มประเทศ Dirty 15 ก็กลายมาเป็นจุดสนใจของนักวิเคราะห์และสื่อทันที และทำให้เกิดคำถามที่ว่า “กลุ่มประเทศ Dirty 15 นี้มีประเทศไหนบ้าง?” เพราะแม้จะหมายหัวออกสื่อไว้แล้ว เบสเซนต์ก็ไม่เคยเปิดเผยรายชื่อที่แน่นอนเลยว่าประเทศที่เข้าข่าย Dirty 15 มีประเทศอะไรบ้าง

เมื่อไม่มีคำตอบแน่นอน นักวิเคราะห์และสื่อจึงคาดเดาว่า กลุ่ม Dirty 15 นี้หมายถึง “ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุด 15 อันดับแรก” โดยเฉพาะเมื่อในเวลาต่อมา ‘เควิน แฮสเซตต์’ (Kevin Hassett) ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของทรัมป์ ออกมากล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจับตาประเทศ 10 ถึง 15 ประเทศที่ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ารวมมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซึ่งถ้าหาก Dirty 15 ที่เบสเซนต์พูดถึง คือกลุ่มประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุดจริง ย่อมรวม “ไทย” เข้าไปด้วย เพราะไทยเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 10 ของโลก

ประเทศไหนบ้างเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุด 15 อันดับแรก?

ข้อมูลจาก Goldman Sachs และ Innovest X ในปี 2567 ระบุว่า ประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้ามากที่สุด 15 อันดับแรก ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป เม็กซิโก เวียดนาม ไต้หวัน แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ไทย สวิตเซอร์แลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ และตุรกี

จากข้อมูล แต่ละประเทศเกินดุลกับสหรัฐฯ เป็นมูลค่าดังนี้

1. จีน เกินดุล 2.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10 ล้านล้านบาท

2. สหภาพยุโรป เกินดุล 2.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8 ล้านล้านบาท

3. เม็กซิโก เกินดุล 1.82 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.2 ล้านล้านบาท

4. เวียดนาม เกินดุล 1.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.2 ล้านล้านบาท

5. ไต้หวัน เกินดุล 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.5 ล้านล้านบาท

6. แคนาดา เกินดุล 7.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.4 ล้านล้านบาท

7. ญี่ปุ่น เกินดุล 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.3 ล้านล้านบาท

8. เกาหลีใต้ เกินดุล 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.2 ล้านล้านบาท

9. อินเดีย เกินดุล 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 ล้านล้านบาท

10. ไทย เกินดุล 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.6 ล้านล้านบาท

11. สวิตเซอร์แลนด์ เกินดุล 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.3 ล้านล้านบาท

12. มาเลเซีย เกินดุล 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.5 แสนล้านบาท

13. อินโดนีเซีย เกินดุล 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6.1 แสนล้านบาท

14. แอฟริกาใต้ เกินดุล 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 แสนล้านบาท

15. ตุรกี เกินดุล 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.4 หมื่นล้านบาท

อีก 21 ประเทศก็ไม่รอด ทรัมป์ชี้จะ “ไม่มีข้อยกเว้น”

ทั้งนี้ นอกจาก “Dirty 15” แล้ว สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ยังเผยรายชื่อ 21 ประเทศที่สหรัฐฯ กำลังจับตาเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงหลายประเทศในกลุ่ม G20 ได้แก่:

อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, จีน, สหภาพยุโรป, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, มาเลเซีย, เม็กซิโก, รัสเซีย, ซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาใต้, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, ไทย, ตุรกี, สหราชอาณาจักร และเวียดนาม

แม้ขณะนี้หลายหน่วยงานและสื่อจะเน้นไปที่กลุ่ม Dirty 15 แต่คำพูดล่าสุดของทรัมป์ก็ส่งสัญญาณว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 เมษายนนี้ อาจขยายวงกว้างกว่าที่คาดไว้ โดยทรัมป์ระบุว่า “จะเริ่มจากทุกประเทศ” และ “ไม่มีเส้นตายหรือข้อยกเว้น” ให้แก่ประเทศใดประเทศหนึ่ง

ทรัมป์ชี้ว่า ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ “เอาเปรียบ” สหรัฐฯ ผ่านการขาดดุลการค้า แม้นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่าการขาดดุลการค้าไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เพียงสะท้อนถึงความต้องการภายในประเทศที่สูงสำหรับสินค้านำเข้าที่ราคาถูกกว่า

คาดว่าคราวนี้ “ทรัมป์” จะเก็บภาษีอะไรบ้าง?

แม้จะยังไม่มีใครทราบว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะออกมาตรการภาษี หรือมาตรการกีดกันการค้าใดออกมาบ้างในวันที่ 3 เมษายน นักวิเคราะห์และสื่อมองว่า มาตรการใหม่นี้จะต่อเนื่องจากภาษีรอบก่อนๆ ที่ทรัมป์เคยประกาศหลังเข้ารับตำแหน่ง เช่น  ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 10%, ภาษีครอบคลุม 25% ต่อสินค้าส่วนใหญ่จากแคนาดาและเม็กซิโกที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงการค้าไตรภาคี, ภาษี 25% สำหรับการนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม จากทั่วโลก และ ภาษี 25% สำหรับ รถยนต์ต่างประเทศ และชิ้นส่วนสำคัญ

โดยมาตรการใหม่นี้อาจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม (sectoral tariffs) และมีการปรับภาษีเฉพาะตามประเทศ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมี:

  • ภาษีนำเข้าครอบคลุม (blanket tariff) 20% กับเกือบทุกสินค้าที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ แล้ว
  • ภาษีใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยา และเซมิคอนดักเตอร์
  • การขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าและอะไหล่ มีผลวันที่ 4 เมษายน
  • การตั้งกำแพงภาษีต่อสินค้าจากประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง

ที่มา: The Independent, CNBC, Bloomberg


แชร์
"Dirty 15" ชาติเป้าสุดเสี่ยงโดนภาษีทรัมป์ถล่ม มี "ไทย" ติดโผ!