ผลกระทบจากวิกฤตโลกรวนไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทวีปเอเชียเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลก เพราะควมกว้างใหญ่ที่แผ่ขยายไปจนถึงอาร์กติก ยิ่งในปี 1991-2022 ที่ World Meteorological Organization ชี้ว่า เอเชียร้อนขึ้นกว่าช่วงปี 1961-1990 ถึงสองเท่า
ไม่เพียงเท่านี้ รายงานของ WMO ชี้ว่า ในปี 2022 ความสูญเสียที่ทวีปเอเชียต้องจ่ายให้สภาวะโลกรวนคิดมูลค่าความเสียหายออกมาได้เป็น 5,000 ชีวิตที่เสียจากวิกฤตสภาพอากาศ อีกกว่า 50 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจกว่า 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวการที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคืออุทกภัย พายุ และพายุฝุ่น
ผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศนี่เองที่เร่งเร้าให้เกิดความร่วมมือในหมู่ประเทศเอเชีย เพื่อเร่งหาวิธีลดผลกระทบจากปัญหาสภาพแวดล้อม และทบทวนวิธีดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่จะไม่ส่งผลเสียในระยะยาว หรือที่เรียกกันว่าดำเนินการได้อย่างยั่งยืน การดำเนินการเพื่อความยั่งยืนหลายครั้งต้องใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วย และข้อดีอย่างหนึ่งคือทวีปเอเชียเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่่แข็งแกร่งในสนามแข่งด้านนวัตกรรม
รายงาน Accelerating Innovation and Digitalization in Asia to Boost Productivity ชี้ว่า เอเชียมีการจดสิทธิบัตรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะสิทธิบัตรด้านดิจิทัลและคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่แข็งแกร่ง และสัดส่วนนักวิจัยในตลาดแรงงานที่สูง และหากอิงตาม Global Innovation Index 2024 ประเทศเอเชียอย่าง สิงคโปร์ จีน ตุรกี อินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ก็ถือเป็นประเทศที่เติบโตด้านนวัตกรรมมากที่สุด
งาน Sustainability Week Asia เป็นงานประจำปีที่ผู้นำด้านความยั่งยืนจากทั่วภูมิภาคมารวมตัวกัน จัดโดย Economist Impact ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2568 มีการพูดถึงนวัตกรรมความยั่งยืนจากผู้เข้าร่วมงาน เช่น นวัตกรรมเชื้อเพลิงเครื่องบินยั่งยืนจากของเสียอุตสาหกรรมโดย Boeing หรือโครงการความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับชุมชนเพื่อเรียนรู้ความยั่งยืนร่วมกันของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ หรือ ธนาคารกรุงเทพ ที่แบ่งปันแง่มุมด้านความยั่งยืนของธนาคาร
Sustainability Week คืองานเสวนาด้านความยั่งยืนที่มุ่งสร้างพื้นที่เจรจาถึงความคืบหน้าและความเป็นไปได้ในหัวข้อความยั่งยืน เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2015 ทำให้ 2025 เป็นปีที่ 10 ของงาน ส่วนในภูมิภาคเอเชีย 2025 ถือเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งล้วนจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร
ขอบเขตงานมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคเอเชีย เพราะเล็งเห็นถึงความสำคัญในฐานะผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพอากาศและการเป็นตัวแปรสำคัญด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน งานเน้นตั้งคำถามกับการดำเนินนโยบายในปัจจุบันและการกำหนดแผนในอนาคตที่เหมาะกับภูมิภาค ทั้งด้านภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม
ธีมในปี 2025 ของ Sustainability Week Asia คือ From Idealism to Pragmatism กับเป้าหมายทำให้ “แนวคิด” เรื่องความยั่งยืนกลายเป็น “การปฏิบัติได้จริง” หัวข้อเสวนาในงาน เช่น
อาร์-กยะ รอย ผู้เข้าร่วมงาน Sustainability Week Asia 2025 และ Regional Manager, Ecolab Pte Ltd ให้ความเห็นกับ Spotlight เกี่ยวกับความรู้สึกหลังร่วมงานในวันแรก “มันดีมากเลยที่เราได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้นจากผู้นำหลายอุตสาหกรรม” อาร์-กยะ รอยกล่าว “ผมคาดหวังว่าพองานดำเนินต่อไปอีก เราจะเข้าใจทิศทางได้ดีกว่านี้ อุตสาหกรรมต่างๆ กำลังมุ่งหน้าไปทางไหนเพื่อไปถึงเป้าหมายความยั่งยืน”
สุเจตา รามประภาศ ผู้เข้าร่วมงาน Sustainability Week Asia 2025 อีกท่านและหัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน East West Seed International ให้ความเห็นเพิ่มเติมกับ Spotlight ถึงความจำเป็นของการมีงานรวมตัวเรื่องความยั่งยืน “งานนี้จำเป็นแน่นอน อย่างน้อยคุณก็ได้เข้าใจหัวข้อสำคัญๆ เกี่ยวกับความยั่งยืน รู้ว่าผู้มีส่วนร่วมแต่ละฝ่ายมีบทบาทยังไง และเข้าใจความท้าทายของอุตสาหกรรมอื่นๆ ภาคส่วนอื่นๆ ด้วย”
นอกจากนี้ Sustainability Week Asia ยังมีหัวข้ออื่นๆ เช่น การพัฒนาการเดินทางทางอากาศ ความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอน และบทบาทของ CSO ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกและวิธีการแก้ไข อย่างไรก็ตาม งาน Sustainability Week Asia ที่มีระยะเวลาจัดงาน 2 วันก็ได้รับความเห็นว่าอาจไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบางหัวข้อที่มีความซับซ้อนมาก
“คงจะดีมากเลยถ้าขยายเวลาการเสวนาเพิ่มสักหน่อย เราจะได้เข้าใจมันมากกว่านี้” สุเจตากล่าว ขณะที่อาร์-กยะ รอย เน้นย้ำว่า แม้ระยะเวลาจะยังไม่มาก สิ่งหนึ่งที่งาน Sustainability Week Asia ช่วยสร้างแน่ๆ คือการสร้างความตระหนักรู้ อันเป็นก้าวแรกของความยั่งยืน
“ผมคิดว่างานนี้จะช่วยให้คนมาสนใจเรื่องความยั่งยืนได้มากขึ้นแน่นอน ตอนนี้ยังเป็นช่วงแรกๆ อยู่ ทั้งโลกเพิ่งเริ่มตระหนักว่าทำไมเรื่องนี้ [ความยั่งยืน] เป็นสิ่งจำเป็น แต่เราก็ยังถูกฉุดรั้งด้วยหลายปัจจัย ทั้งการเมือง สังคม ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ผมเชื่อว่าเรามีความตระหนักรู้แล้ว และผมว่างานนี้จะยิ่งเพิ่มความตระหนักรู้ด้วย” อาร์-กยะ รอย กล่าว