สำนักข่าว Aljazeera รายงานว่า กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวันอีดิ้ลฟิตรี ซึ่งเป็นวันแรกของการออกจากเทศกาลถือศีลอดเดือนรอมฎอน รวมถึงเป็นวันหยุดทางศาสนาของชาวมุสลิมในฉนวนกาซาด้วย แต่ในขณะที่พวกเขากำลังเฉลิมฉลองอยู่นั้น กองทัพอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศเข้าใส่เต๊นท์และบ้านเรือนของชาวปาเลสไตล์หลายครั้ง แหล่งข่าวทางการแพทย์เผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 35 รายแล้ว
สภากาชาดปาเลสไตน์ (PRCS) พบร่างผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทั้งหมด 15 รายในเมืองราฟาห์ ซึ่งถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนักเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (30 มี.ค. 68) ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมรายงานภาพถ่ายดาวเทียมพิเศษที่แสดงให้เห็นว่ารถกู้ภัยอย่างน้อย 5 คันถูกกองทัพอิสราเอลทำลายในการโจมตีครั้งนี้ อีกทั้งยังประณามว่า การที่กองทัพอิสราเอลโจมตีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขถือเป็นอาชญากรรมสงคราม
ฮินด์ คูดารี ผู้สื่อข่าวอัลจาซีรา รายงานจากเดียร์ อัล บาลาห์ ระบุว่า ชาวปาเลสไตน์ควรจะละศีลอดด้วยอาหารมื้อดี ๆ สำหรับวันอีด แต่ในวันนี้พวกเขากลับไม่สามารถหาอาหารได้แม้แต่มื้อเดียว สถานการณ์ในฉนวนกาซาเลวร้ายมาก อาหารในฉนวนกาซามีน้อยนิดและราคาแพงลิ่ว หลายคนบอกว่าการหาอาหารดี ๆ ให้ครอบครัวเป็นเรื่องที่เป็นไปแทบไม่ได้
ในขณะเดียวกัน โอกาสในการบรรลุข้อตกลงการเจรจาหยุดยิงยังดูเลือนลาง ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มฮามาสปลดอาวุธและให้ผู้นำกลุ่มออกจากฉนวนกาซา พร้อมประกาศกร้าวจะเพิ่มแรงกดดันไม่ว่าวิธีใดก็ตาม เพื่อให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันที่เหลือ 59 ชีวิต ซึ่งอิสราเอลคาดว่าในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 35 ราย
อิสราเอลยังคงยึดติดกับการขยายระยะเวลาข้อตกลงหยุดยิงฉบับบแรกออกไป จากคำแนะนำของรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะที่กลุ่มฮามาสต้องการเจรจาสันติภาพเช่นกัน แต่ยึดติดกับการเดินหน้าไปยังข้อตกลงหยุดยิงระยะที่สองที่เจรจากันไว้แต่แรก ซึ่งปลายทางจะทำให้อิสราเอลถอนกองทัพออกจากกาซาทั้งหมด เมื่อฮามาสปฏิเสธข้อเรียกร้องใหม่ อิสราเอลจึงกลับมาโจมตีฉนวนกาซาอีกครั้ง
นอกจากนี้ ผู้นำอิสราเอลประกาศจะดำเนินแผน “อพยพโดยสมัคร” ให้ผู้คนเดินทางออกจากฉนวนกาซา ตามคำแนะนำของรัฐบาลทรัมป์ และกล่าวนำว่า คณะรัฐมนตรีของเขาตกลงที่จะกดดันฮามาสต่อไป ขณะที่ฮามาสออกมาเคลื่อนไหว โดยแจ้งว่ากลุ่มฮามาสได้ตกลงตามข้อเสนอฉบับใหม่ซึ่งมีอียิปต์และกาตาร์เป็นตัวกลางเรียบร้อยแล้ว รวมถึงการปล่อยตัวนักโทษชาวอิสราเอล 5 รายต่อสัปดาห์ แต่อิสราเอลออกมาปฏิเสธว่ามีการเจรจา พร้อมเดินหน้าโจมตีต่อเนื่อง
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกำลังจะเดินทางไปเยือนประเทศฮังการี แม้ฝ่าฝืนหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ที่กล่าวหาว่าเขาก่ออาชญากรรมสงคราม ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ผู้คนในฉนวนกาซา ทั้งนี้ การเดินทางมีกำหนดขึ้นในวันพุธที่ 2 เมษายนที่จะถึงนี้ เพื่อเข้าพบกับนายวิกเตอร์ ออร์บัน นายกรัฐมนตรีฮังการี ซึ่งเป็นผู้ออกจดหมายเชิญในเดือนพฤศจิกายน ไม่นานหลังจากที่ศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับ
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้งหมด รวมทั้งฮังการี เป็นสมาชิกของ ICC ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องบังคับใช้หมายศาล ออร์บันซึ่งเป็นชาตินิยมขวาจัด มักมีความขัดแย้งกับสหภาพยุโรปเกี่ยวกับมาตรฐานประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในฮังการี
นี่จะเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งที่ 2 ของเนทันยาฮู นับตั้งแต่ ICC ออกหมายจับ โดยในครั้งแรก เขาเดินทางไปเยือนวอชิงตันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ด้านรัฐบาลอิสราเอลประณามการออกหมายจับเนทันยาฮูและอดีตรัฐมนตรีกลาโหม โยอัฟ กัลลันต์ โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็น "เท็จและไร้สาระ" นอกจากนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศยังได้ออกหมายจับผู้นำกลุ่มฮามาส อิบราฮิม อัล-มาสรี อีกด้วย