ครบ 1 สัปดาห์ที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวเมียนมาครั้งรุนแรงขนาด 7.7 จนถึงวันนี้ ทางการเมียนมารายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 3,145 รายแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4,589 คน และสูญหายอีก 221 คน ด้วยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เมืองสะกาย ใกล้เมืองหลวงเก่าอย่างมัณฑะเลย์ ทำให้อาคารถล่ม บ้านเรือนถูกทำลาย ระบบสาธารณูปโภคที่ต้องหยุดชะงัก แม้แต่โรงพยาบาล สนามบิน ศูนย์ราชการต่าง ๆ ก็ไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ อีกทั้งยังสร้างความเสียหายขยายวงกว้างไปหลายเมือง
แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่หลายชีวิตกำลังรอใครสักคนเข้ามาช่วยค้นหาคนที่รัก ซึ่งพวกเขาเชื่อว่ายังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่ถล่มลงมาเกือบทั้งเมือง แม้จะมีรายงานว่าทีมกู้ภัยชุดใหญ่จากหลายประเทศได้เดินทางมาถึงเมียนมาตั้งแต่วันเกิดเหตุแล้ว พร้อมกับงบสนับสนุน และสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ แต่ความช่วยเหลือก็นับว่ายังไปไม่ทั่วถึง เห็นได้จากภาพอาคารถล่มที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้แบบเดิม ส่วนกู้ภัยหรืออุปกรณ์หนักอย่างเครนหรือรถบรรทุกเข้าประจำการได้เพียงบางจุดเท่านั้น
ภาพจาก AFP ปรากฏให้เห็นผู้คนปูเสื่อนอนกลางแจ้ง บางจุดที่ดีหน่อยก็จะมีเต็นท์หรือมุ้งแบบง่าย ๆ ที่ผู้คนเอามาติดตั้งไว้กลางลานกว้าง หรือเรียงรายตามริมถนน ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาไม่มีบ้านให้พักอาศัยอีกต่อไปแล้ว ส่วนบ้านที่ยังไม่ถล่มลงมาก็มีรอยร้าวและอันตรายเกินกว่าจะสามารถกลับเข้าไปในบ้านได้
นอกจากนี้ AFP ยังเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ชาวเมียนมาในเมืองสะกายต่างวิ่งกรูเข้าหารถบรรทุกขององค์การสหประชาชาติ เพื่อรับสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ เนื่องจากพวกเขาขาดแคลนทั้งอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคอย่างหนัก ซ้ำร้าย ภาวะน้ำไม่ไหล-ไฟฟ้าดับต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องลงอาบน้ำในแม่น้ำอิรวดี แม้จะมีสะพานเชื่อมเมืองอังวะกับเมืองสะกาย ถล่มอยู่ไม่ไกล และดูเหมือนว่ายังไม่มีทีมกู้ภัยเข้าไปฟื้นฟูสะพานที่ถล่มนี้เลย
ในขณะที่ผู้บาดเจ็บมีเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่โรงพยาบาลที่ใช้รองรับเหยื่อแผ่นดินไหวผู้อิดโรยเหล่านี้ กลับขาดความพร้อมเป็นอย่างมาก เพราะอาคารของโรงพยาบาลก็ได้รับความเสียหายหนัก จนต้องทำการรักษาและปฐมพยาบาลชาวบ้านกันกลางแจ้ง ผู้ป่วยทั้งผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย ไปจนถึงทารก นอนเรียงรายบนเตียงสนามง่าย ๆ ภายใต้เต้นท์บังแดดที่ถูกติดตั้งขึ้นมาชั่วคราว
เหตุวัดเก่าแก่ในเมืองสะกายและเมืองมัณฑะเลย์ถล่มถูกรายงานบนหน้าสื่ออย่างต่อเนื่องทั้ง 7 วัน โดยเฉพาะวัดพระมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปเก่าแก่ และชาวเมียนมาให้ความเคารพนับถือว่าศักดิ์สิทธิที่สุดในแผ่นดิน แม้พระพุทธรูปเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่วัดแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สอบเปรียญธรรมของพระสงฆ์ 270 รูป ในวันเกิดเหตุแผ่นดินไหว หน่วยกู้ภัยยังระดมกำลังค้นหาร่างพระสงฆ์ราว 150 รูปใต้ซากปรักหักพัง และคาดว่ามรณภาพแล้วไม่ต่ำกว่า 80 ราย
BBC รายงานว่าเมืองมัณฑะเลย์เคยเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งทองคำ ด้วยสถูปและเจดีย์สีทองระยิบระยับเรียงราย แต่ในตอนนี้มีแต่กลิ่นศพลอยอบอวลไปทั่วอดีตเมืองหลวงของเมียนมาแห่งนี้ ศพจำนวนมากกองซ้อนทับกันนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว จนชาวบ้านบอกว่า ต้องทำการเผารวมกันเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของเชื้อโรค
รูอาเต้ ผู้อาศัยอยู่ในย่านปยีจีดะโกนทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ เปิดเผยกับ BBC กล่าวว่า "เราเห็นศพต่าง ๆ ถูกนำออกมาจากซากอาคารที่พังทลายแถวบ้านของเรามันเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักมาก เมียนมาได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมากมาย ทั้งภัยธรรมชาติและฝีมือมนุษย์ ทุกคนต่างเหนื่อยล้ากันมาก พวกเราเองก็รู้สึกสิ้นหวังและทำอะไรไม่ถูก"