คุณ Colette Kress ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Nvidia ได้ออกมาบอกว่า ในอนาคตถ้า AI จะรันโมเดลแบบคิดซับซ้อนยาวขึ้น จะต้องใช้ชิป Nvidia ถึง 100 เท่าของตอนนี้ในการประมวลผล
ส่วนคุณ Jensen Huang ซีอีโอของบริษัท ก็ได้ออกมาพูดคล้ายกันว่า AI ในยุคถัดไปจะต้องใช้พลังคำนวณเพิ่มอีก 100 เท่า จากโมเดลเก่า
ข้อความตรงนี้บอกอะไรกับเรา ?
ก็คงเป็นเรื่องที่ว่าต่อให้จะมี AI ที่ใช้ต้นทุนต่ำอย่างเช่น DeepSeek เกิดขึ้นมาอีก ก็จะยังต้องใช้พลังในการคำนวณเพิ่มอีก 100 เท่า เพื่อให้ทันการประมวลผลที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต
ซึ่งข้อความตรงนี้ ได้ออกมาพร้อมกับการประกาศงบประจำไตรมาส 4 ปี 2025 ของ Nvidia ผลก็คือ
รายได้ กำไร ในไตรมาส 4 ปี 2025 (ปิดงบ พ.ย. 2024 - ม.ค. 2025)
- รายได้ 1,332,000 ล้านบาท เติบโต 78%
- กำไร 748,000 ล้านบาท เติบโต 80%
รายได้ กำไร ทั้งปี 2025
- รายได้ 4,420,000 ล้านบาท เติบโต 114%
- กำไร 2,469,000 ล้านบาท เติบโต 145%
รายได้ กำไร ของบริษัทยังเติบโตดี จากยอดขายการ์ดจอประมวลผลใน Data Center ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
โดยชิปประมวลผลตัวก่อนหน้าอย่าง Hopper และ ชิปรุ่นใหม่อย่าง Blackwell ยังขายดีทั้งคู่ จนทำให้ตอนนี้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายการ์ดจอ 2 ตัวนี้มากถึง 91% ของรายได้ทั้งหมด
โดยเฉพาะชิป Blackwell ที่มียอดขายเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 28% ของรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2025
ส่วนประเด็นที่บริษัทบิ๊กเทคอย่างเช่น Amazon, Microsoft และ Google หันมาพัฒนาชิปประมวลผล AI กันเอง
คุณ Jensen Huang ได้ออกมาบอกว่า การที่ชิปถูกออกแบบขึ้นมาไม่ได้หมายความว่ามันจะถูกนำมาใช้
Nvidia ถือเป็นบริษัทที่มีรายได้ กำไร เติบโตในอัตราเร่ง โดยบริษัทมีรายได้เติบโตขึ้นถึง 7 เท่า และ กำไรเติบโตขึ้นถึง 16 เท่า ในระยะเวลาแค่ 5 ปีเท่านั้น
จนทำให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 100,000,000 ล้านบาท ขึ้นมา 21 เด้ง ใน 5 ปี จนกลายเป็นบริษัทที่มูลค่ามากสุดอันดับ 2 ของโลก ใหญ่กว่า Microsoft และ Google เลยทีเดียว..
ที่มา: CNBC, companiesmarketcap.com, nvidianews.nvidia.com, yahoo.finance.com