ล่าสุด เช้านี้ (8 ก.ค.67) ราคาหุ้นได้ปรับลดลงทันที เมื่อเปิดตลาด ติดลบทันที -1.46% อยู่ที่ 13.50 บาท/หุ้น และเพียง 4 นาที ปรับลดลงไปถึง 5.11% มาอยู่ที่ 13.00 บาท/หุ้น จากกรณีที่บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าก่อนตลาดหุ้นไทยเปิดทำการ ถึงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ล่าสุด ราคาหุ้นปิดตลาด ณ 8 ก.ค.2567 : 13.20 บาท/หุ้น -0.50 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น -3.65%
โดยสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) ได้เปิดเผยข้อมูลการจำหน่ายหุ้นในบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) หรือ EA ของนายสมโภชน์ อาหุนัย ออกไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 จำนวน 14,690,000 หุ้น ที่ราคา 12.60 บาท ซึ่งข้อเท็จจริง ดังนี้
คงต้องยอมรับว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างของผู้ถือหุ้นในบริษัท เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นของ EA เพราะนั่นแสดงถึงทิศทาง วิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท นักลงทุนก็มีโอกาสที่จะ panic กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งการที่ EA ออกมาชี้แจงให้ข้อมูลข่าวสารกับนักลงทุนถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ราคาหุ้นก็ยังมีแรงซื้อขายในแดนลบ
แต่สำหรับในแง่ของการลงทุนนั้น เราคงจะไม่สามารถมองแค่เรื่องของผู้ถือหุ้นได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คงต้องมองถึงทิศทางของธุรกิจนั้นๆ จะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด มีโอกาสเติบโตมากน้อยแค่ไหน สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งหรือไม่?
SPOTLIGHT จะพามาส่องสถานะทางการเงินของ EA มีความแข็งแกร่งหรือไม่? อย่างไร? ยังเป็นโอกาสของนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนหรือไม่ อย่างไร? ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคอยจับตาคืออะไร?
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง เปิดเผยกับ SPOTLIGHT ว่า ขณะนี้หุ้น EA แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนไปก่อน เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ซึ่งอย่ระหว่างการปรับประมาณการตัวเลขผลประกอบการใหม่อยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลเรื่องของการที่หุ้น EA ถูก Force Sell และ EA จะต้องใส่เงินเพิ่มทุนในบริษัทลูกอย่าง NEX ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของ EA ถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง มีเงินเพียงพอในการชำระหุ้นกู้ 5,500 ล้านบาทได้
ด้าน EA ได้เปิดแผนธุรกิจของบริษัท เดินหน้าธุรกิจใหม่ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการสิ้นสุด Adder ในธุรกิจโรงไฟฟ้า EA ยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจใหม่ตามเมกะเทรนด์โลก ทั้งพลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และล่าสุด เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (SAF) โดยผู้บริหารยืนยันสถานะทางการเงินมั่นคง พร้อมแผนรับมือความเสี่ยงและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
ตลอด 20 ปี EA ไม่หยุดลงทุนในธุรกิจใหม่ตามเมกะเทรนด์โลก ทั้งพลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผู้บริหาร EA นายสมโภชน์ อาหุนัย และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล ยืนยันสถานะทางการเงินมั่นคง แม้ค่า Adder ของโรงไฟฟ้าจะลดลง แต่ก็เป็นไปตามแผนระยะยาว โดยโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บางส่วนจะทยอยสิ้นสุด Adder ตั้งแต่ปี 2566-2569 และโครงการพลังงานลมจะสิ้นสุดในปี 2570 และ 2572 ตามลำดับ โดยรายได้จากการขายไฟฟ้าฐานยังคงแข็งแกร่ง เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจและการชำระหนี้หุ้นกู้ตามกำหนดเวลา EA มั่นใจว่าสามารถชำระคืนหนี้ได้ครบถ้วน แม้ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
EA ตระหนักถึงราคาแบตเตอรี่ในตลาดโลกที่ลดลง จึงร่วมมือกับพันธมิตรปรับปรุงกระบวนการผลิตและเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนให้แข่งขันได้ พร้อมเดินหน้าลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น โรงไฟฟ้าขยะในจังหวัดภูเก็ตขนาด 9.9 เมกะวัตต์ และโครงการจัดการขยะบนเกาะล้าน นอกจากนี้ทาง EA ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศ เช่น เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF), รถไฟความเร็วสูง, ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบเร็วพิเศษ (Ultra-fast charge) ที่มีหัวชาร์จมากกว่า 2 พันหัวทั่วประเทศ
บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) และ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) จัดตั้งโรงงานผลิตน้ำมันอากาศยานชีวภาพ (SAF) จากน้ำมันพืชใช้แล้ว กำลังการผลิต 100,000 ลิตรต่อวัน คาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 3 ของปี 2567
ในส่วนของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท ไทยสมายบัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ EA ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้บริการ โดยมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 350,000 คนต่อวัน และคาดว่าจะสามารถบรรลุจุดคุ้มทุนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี สำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) (NEX) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดในประเทศไทย โดยได้รับความไว้วางใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน EA ได้เตรียมความพร้อมทางด้านเงินทุนเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของ NEX และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ในด้านการลงทุนต่างประเทศ EA ได้ร่วมทุนกับรัฐบาล สปป.ลาว จัดตั้งบริษัทซุปเปอร์โฮลดิ้ง เพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายไฟฟ้าจากเขื่อนใน สปป.ลาว โดยมีแผนการลงทุนรวม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเริ่มดำเนินการลงทุนในระยะแรกด้วยงบประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า นอกจากนี้ EA ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยได้ร่วมมือกับ CRRC Dalian ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูงของจีน ในการผลิตรถจักรไฟฟ้า และยังคงเป็นผู้นำในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในประเทศไทย โดยมีเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้ามากกว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตร Altra-fast Charge ในระดับโลก
นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวถึงแผนการลงทุนประจำปีของบริษัทฯ ว่ามุ่งเน้นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.6 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ EA ยังคงได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ จากทริสเรตติ้ง ซึ่งเป็นระดับ Investment Grade ที่บ่งชี้ถึงความมั่นคงทางการเงิน และยังคงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการสิ้นสุดของ Adder ในธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลให้กำไรของ EA ลดลงประมาณ 1.1 พันล้านบาทในปี 2567 และลดลงต่อเนื่องอีก 800-900 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2568-2569 เนื่องจากธุรกิจใหม่ยังไม่สามารถสร้างรายได้ทดแทนได้ในทันที
แม้เส้นทางข้างหน้าของ EA อาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งไปข้างหน้า การลงทุนในธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ และความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่ง EA จึงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและคว้าโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น เชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (SAF), รถไฟความเร็วสูง และโครงการพลังงานสะอาดใน สปป.ลาว
แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ EA ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีแห่งอนาคต แม้ว่าการสิ้นสุดของ Adder อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น แต่บริษัทได้เตรียมแผนรับมือและมั่นใจว่าจะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ มาทดแทนได้ในระยะยาว
ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง EA จึงเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการลงทุนระยะยาว