กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการสนับสนุนงบประมาณกลางของรัฐบาลที่สนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับ HIV และป้องกัน HIV
ฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ ชี้ว่า สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ตัดงบประมาณโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ HIV ของมหาวิทยาลัยหลายสิบแห่ง และสถาบันอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ
สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ชี้แจงกับ CNN ว่า การตัดงบประมาณครั้งนี้เป็นไปตาม บันทึกของประธานาธิบดีว่าด้วย ‘ความโปร่งใสสุดขั้วเกี่ยวกับการใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลือง’ ซึ่งเป็นคำสั่งพิเศษ ที่ระบุว่า รัฐบาลใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากไปกับ “โครงการ สัญญา และการให้ทุนที่ไม่ได้ส่งเสริมผลประโยชน์ของประชาชนอเมริกัน” และสั่งให้ทุกหน่วยงานเปิดเผยรายละเอียด “โครงการที่ต้องยุติ สัญญาที่ถูกยกเลิก ทุนที่ถูกตัดงบประมาณ หรือหรือภาระผูกพันทางการเงินของรัฐบาลกลางที่สิ้นสุดลง” ต่อสาธารณชน”
อ้างอิงจากข้อมูลของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในปัจจุบนมีผู้มีเชื้อ HIV ในสหรัฐฯ ถึง 1.2 ล้านคน และเป็นสาเหตุการตายในสหรัฐฯ มากกว่า 700,000 คนตั้งแต่ปี 1981 และสหรัฐฯ ใช้งบประมาณราวปีละ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อการดูแลสุขภาพและป้องกัน HIV
ประชากรราว 13 เปอร์เซ็นต์ในสหรัฐฯ ไม่รู้ว่าตนมีเชื้อ HIV เนื่องจากการตีตราที่มีต่อการมีเชื้อ HIV และโรคจาก HIV เพราะความกลัวว่าจะติดเชื้อและส่งผลกระทบต่อโอกาสในชีวิตและความสัมพันธ์กับคนรอบตัว
นอกจากนี้ในปี 2022 กลุ่มคนที่มีการติดเชื้อ HIV เพิ่มมากที่สุดคือกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (67% ของการติดเชื้อเพิ่มทั้งหมด) คนแอฟริกันอเมริกัน (35% ของการติดเชื้อเพิ่มในเพศชาย) คนฮิสแปนิก (37% ของการติดเชื้อเพิ่มในเพศชาย) นั่นทำให้การตัดงบประมาณอาจส่งผลต่อกลุ่มคนเหล่านี้มาก
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลว่า ทรัมป์จะตัดงบศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อมีงบประมาณในปี 2023 อยู่ที่ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ใช้ไปกับการป้องกันและควบคุม HIV ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค และโดยมากถูกจัดสรรให้แก่องค์กรภายนอกในระดับท้องถิ่น ชุมชน และห้องปฏิบัติการ
ดร. คอลลีน เคลลีย์ ประธานสมาคมเวชศาสตร์เอชไอวี ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า “นี่มันความโกลาหลกับความบ้าบอล้วนๆ เลย … เป็นงานนองเลือดครั้งใหญ่ ครั้งใหญ่มากๆ ” ดร. เคลลีย์ได้รับผลกระทบเนื่องจากโครงการเกี่ยวกับ HIV ที่เธอกำลังศึกษาถูกตัดงบประมาณไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
แน่นอนว่าการตัดงบประมาณครั้งนี้รวมงบประมาณของ USAID ที่เกี่ยวกับกับ HIV ในต่างประเทศด้วยเช่นกัน สหประชาชาติออกมาตอบโต้การตัดสินใจครั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กรรมการบริหาร UNAIDS วินนี่ บายันยิมา กล่าวว่าการตัดงบของสหรัฐฯ “เราจะเห็นโรคนี้กลับมาระบาดอย่างหนัก โรคนี้มันจะกลับมาอีก เราจะเห็นคนตายเหมือนในทศวรรษที่ 90 และ 2000 … เราคาดว่าจะมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอีกราว 8.7 ล้านเคส เมื่อเราตรวจสอบกันล่าสุดในปี 2023 มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านเคสทั่วโลก”