เตรียมยื่นภาษีปี 2565 ต้องรู้อะไร? คำแนะนำแรกของผมสำหรับสิ่งแรกที่ควรทำ คือ การวางแผนลดหย่อนภาษีให้เรียบร้อยก่อนครับ โดยเน้นไปที่ประเด็นสำคัญ 3 เรื่องนี้
เพื่อให้เห็นภาพ ผมลองตัวอย่างให้ดูดังนี้ครับ …
สมมติว่าในวันนี้เรามีอายุ 40 ปี และมีเป้าหมายการเงิน คือ การเก็บเงินไว้ให้กับลูกเมื่อเขาอายุ 20 ปี เพื่อให้เป็นเงินก้อนที่ใช้สำหรับตั้งต้นชีวิตของเขาในวัยเริ่มทำงาน ซึ่งในวันที่ลูกอายุ 20 ปี จะตรงกับช่วงอายุ 55 ปีของเราพอดี (อีก 15 ปีข้างหน้า)
สิ่งที่เราต้องทำ คือ วางแผน (จำนวนเงินที่ต้องการ) คาดหวังผลตอบแทน (เข้าใจสินทรัพย์และความเสี่ยงในการลงทุน) และหาคำตอบว่าเราต้องเก็บเงินปีละเท่าไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ
เมื่อได้คำตอบแล้ว เราจึงมาเลือกตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี อย่างกรณีนี้คำตอบที่เป็นตัวช่วยได้ก็คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพราะถ้าหากเราลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี และ เมื่อเราอายุ 55 ปีขึ้นไปก็สามารถขายกองทุนนี้ได้ และสินทรัพย์ที่เลือกลงทุนก็มีหลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่เราต้องการ ซึ่งจะเห็นว่าจะช่วยตอบโจทย์ทั้งการวางแผนการเงินและการลดหย่อนภาษีในปีไปพร้อมๆ กัน อีกทั้งยังสร้างวินัยให้กับเราเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากการลงทุนใน RMF กำหนดให้ต้องลงทุนติดต่อกันทุกปีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ซึ่งตัวอย่างที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในการวางแผนเป้าหมายการเงินและจัดการภาษีเท่านั้นครับ ดังนั้นถ้าหากเรามีหลากหลายเป้าหมาย ก็สามารถใช้ตัวช่วยที่มีอยู่มาเป็นทางเลือกได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (มนุษย์เงินเดือน) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) รวมถึงตัวอื่นๆที่ตอบโจทย์ในด้านการเงินของเราครับ โดยสิ่งที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น คือ เป้าหมายการเงินของเราอย่างทีว่าไปนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็น
มาถึงตรงนี้จะเห็นแล้วว่า ถ้าหากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน จำนวนเงินที่เพียงพอ และเลือกเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง การวางแผนภาษีอย่างถูกหลักก็ช่วยนำพาเราไปสู่เป้าหมายได้นั่นเองครับ
นอกจากการวางแผนลดหย่อนภาษีที่ว่ามาแล้ว ผมยังมีคำแนะนำเพิ่มในการจัดการส่วนของรายได้และค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเพื่อยื่นภาษีประจำปีเพิ่มเติมตามนี้ด้วยครับ
รายได้ : เช็คยอดรายได้ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีว่ามีเท่าไร และถ้าหากรายได้ที่เราได้รับนั้นถูกหักภาษี ณ ทีจ่ายไว้ ก็อย่าลืมขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้พร้อมไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีประจำปีครับ
ค่าใช้จ่าย : สำหรับคนที่มีรายได้ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายตามจริง (ตามจำเป็นและสมควร) ได้ ควรจะมีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายและเก็บหลักฐานการจ่ายไว้ให้ครบถ้วนด้วยครับ
หมายเหตุ : สำหรับหลักฐานทั้งหมดนี้ที่ผมแนะนำ แม้ว่าตอนยื่นภาษีจะไม่จำเป็นต้องส่งหลักฐานให้ทันที แต่เราจำเป็นต้องเก็บหลักฐานไว้เผื่อสรรพากรตรวจสอบหากมีการขอคืนภาษีหรือกรณีอื่น ๆ ครับ
สุดท้ายแล้ว การเตรียมตัวยื่นภาษีประจำปีนั้น ไม่ได้เป็นแค่การวางแผนเพื่อลดภาษีเพียงอย่างเดียว แต่มันคือสิ่งที่ทำให้เราย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เรามีการวางแผนจัดการการเงินอย่างไร และมีเป้าหมายชีวิตแบบไหน ? เพื่อให้ทุกอย่างสอดคล้องเป็นเรื่องเดียวกัน
และทั้งหมดนั้น เรากำลังเพื่อชีวิตการเงินที่ดีของเราครับ :)
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เจ้าของเพจ TAXBugnoms