Radio Free Asia รายงานอ้างชาวบ้านในเมียนมาว่า กองทัพอาระกัน (Arakan Army – AA) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ กำลังรุกคืบเข้าใกล้เมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมียนมามากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งยิงปืนใหญ่เข้าโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพรัฐบาลทหารที่ตั้งนอกตัวเมือง และเตรียมเปิดฉากบุกโจมตีเร็วๆนี้
ชาวบ้านเริ่มหลบหนีออกจากบริเวณชานเมืองซิตตเวตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถหลบหนีได้ เนื่องจากกองทัพรัฐบาลทหารปิดกั้นเส้นทางทั้งหมด เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านบรรเทาทุกข์ในเมืองดังกล่าวเล่าว่า การที่กองทัพรัฐบาลปิดกั้นเส้นทาง ทำให้เกิดการสู้รบขึ้น และมีการใช้อาวุธหนัก
กองทัพอาระกันประสบความสำเร็จสามารถยึดครองพื้นที่ได้เพิ่มขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และพยายามขับไล่กองทัพรัฐบาลทหารออกจากรัฐยะไข่ เพื่อเป้าหมายในการสร้างรัฐปกครองตนเองขึ้น โดยขณะนี้มี 14 จาก 17 ตำบลของรัฐยะไข่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกันแล้ว เหลือเพียง 3 ตำบลเท่านั้นที่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร
ซิตตเวถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลทหาร เนื่องจากเป็นแหล่งรายได้สำคัญและเป็นช่องทางการค้าพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ผ่านมหาสมุทรอินเดีย
หากซิตตเวตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอาระกัน จะนับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของรัฐบาลทหาร ซึ่งถูกกองกำลังชาติพันธุ์ต่าง ๆ และกองกำลังติดอาวุธของประชาชนที่รวมตัวกันจัดตั้งกองกำลังป้องกันประชาชน (Peoples Defense Forces – PDF) ตีโต้กลับในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ขณะที่กองทัพรัฐบาลทหารได้ตอบโต้ด้วยการยิงปืนใหญ่และโจมตีทางอากาศในพื้นที่เมืองซิตตเวและอีกสองเมืองใกล้เคียง ที่คาดว่าเป็นฐานที่มั่นของกองทัพอาระกัน และยังมีการปะทะกันของเรือทหารของทั้งสองฝ่ายด้วย
เมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาได้เสริมกำลังทหารในพื้นที่และรอบ ๆ เมืองซิตตเว พร้อมทั้งนำชาวโรฮิงญาหลายพันคนมาฝึกทางทหาร โดยชาวโรฮิงญา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไร้รัฐที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและอาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2017 พวกเขาโดนรัฐบาลทหารพม่าขับไล่ออกจากพื้นที่