ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีมติเป็นเอกฉันท์ รับรองให้ถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการยุติความไม่แน่นอนและการโต้แย้งทางกฎหมายที่ดำเนินมาหลายเดือน หลังจากที่เขาประกาศกฎอัยการศึกในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และทำให้ประเทศเข้าสู่ความวุ่นวายทางการเมือง ทั้งนี้ การปลดยุน ซอกยอลออกจากตำแหน่งจะมีผลทันที และเขาต้องออกจากบ้านพักประธานาธิบดี
มุน ฮยองแบ รักษาการหัวหน้าผู้พิพากษาของศาล กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกของยุนนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีวิกฤตการณ์ระดับชาติที่ร้ายแรงเกิดขึ้น และเหตุผลที่เขาประกาศกฎนี้ ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ประธานาธิบดียังละเมิดกระบวนการอย่างเป็นทางการของการประกาศกฎอัยการศึก ละเมิดสิทธิของสมาชิกรัฐสภา และละเมิดหน้าที่ในฐานะหัวหน้ากองกำลังทหารด้วยการบังคับให้ทหารเผชิญหน้ากับประชาชน
ประธานาธิบดียุน ซอกยอล แห่งเกาหลีใต้ ประกาศกฎอัยการศึกและสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยแถลงผ่านทางสถานีโทรทัศน์ในช่วงเวลา 23.00 น. กลางดึกในเกาหลีใต้ โดยอ้างว่าพรรคฝ่ายค้านมีผลประโยชน์ร่วมกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายรัฐ ก่อนที่ในเวลาต่อมา รัฐสภาจะลงมติคว่ำประกาศกฎอัยการศึก พร้อมกับประชาชนเกาหลีใต้ที่ออกมาเดินขบวนต่อต้านการยึดอำนาจและมีการปะทะกับทหาร เกิดเป็นจลาจลกลางเมือง จนประธานาธิบดียุนต้องออกมาประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกเสียเอง
ประชาชนชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นคนรวมตัวกันที่ใจกลางกรุงโซล เพื่อรอคำตัดสินของศาลตั้งแต่เช้าวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 14,000 นายตรึงกำลังในเบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการสั่งปิดสถานีรถไฟใกล้เคียงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากผู้ชุมนุมมีทั้งฝั่งที่ออกมาสนับสนุนการถอดถอนตำแหน่ง และฝั่งผู้สนับสนุนนายยุน ซอกยอล จึงเกรงว่าอาจมีการปะทะกันระหว่างสองกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการตัดสินเผยแพร่ออกมาแล้ว จึงมีทั้งฝ่ายที่แสดงความยินดีและฝ่ายที่ผิดหวังจนถึงขั้นกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ตามรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ การเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่จะต้องจัดขึ้นภายใน 60 วัน หลังจากมีคำสั่งปลดคนปัจจุบันออกจากตำแหน่ง
หนึ่งในผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของประเทศคือ อี แจมยอง หัวหน้าฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นอดีตทนายความและสมาชิกรัฐสภาที่พ่ายแพ้ต่อยุนอย่างเฉียดฉิวในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2022
ในขณะเดียวกัน นายยุน ซอกยอลจะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอื่น ๆ ตามมาอีก รวมถึงการพิจารณาคดีก่อกบฏด้วย นี่เป็นหนึ่งในข้อกล่าวหาทางอาญาไม่กี่ข้อที่ประธานาธิบดีจะไม่ได้รับสิทธิคุ้มกันใด ๆ และอาจมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต แม้ว่าเกาหลีใต้จะไม่เคยประหารชีวิตใครเลยในรอบหลายทศวรรษก็ตาม
ในเอกสารฟ้องร้องยุน ซอกยอล ระบุไว้ว่า ระหว่างการประกาศกฎอัยการศึก ยุนได้สั่งการให้ทหารคุ้มกันรัฐสภาเอาไว้ และผู้บังคับบัญชาให้การว่าพวกเขาได้รับคำสั่งให้ "ลาก" สมาชิกรัฐสภาออกไป ถือเป็นความพยายามที่ผิดกฎหมายในการปิดรัฐสภาและจับกุมนักการเมืองและเจ้าหน้าที่
ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งในปี 2022 ยุน ซอกยอลทำงานสายกฎหมายมานานกว่า 20 ปีจนได้เป็นอัยการสูงสุดของเกาหลีใต้ และยังเป็นอัยการคนสำคัญที่สืบสวนกรณีอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พัค กึนฮเย ซึ่งถูกถอดถอนจากตำแหน่งในปี 2017 และถูกตัดสินจำคุกในข้อหาทุจริตและใช้อำนาจในทางมิชอบในปี 2018
ยุน ซอกยอลตัดสินใจลงสมัครชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ในนามพรรคพลังประชาชนเกาหลีใต้ (PPP) โดยชนะการเลือกตั้งเหนือพรรคคู่แข่งแบบฉิวเฉียดเท่านั้น และได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนไม่ถึง 50% แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ยุนได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเกาหลีใต้
ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นพันธมิตรที่สำคัญของโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบขาวในปี 2023 ยุนได้ขึ้นเป็นแขกผู้มีเกียรติและร้องเพลง “American Pie” ของดอน แมคลีนให้กับผู้ร่วมงาน การแสดงของยุนมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีของตัวเขากับรัฐบาลสหรัฐฯ
แต่เมื่อกลับมายังเกาหลีใต้ เขาเผชิญหน้าอย่างดุเดือดกับฝ่ายค้าน ซึ่งชนะการเลือกตั้งกลางเทอมอย่างท่วมท้น และใช้รัฐสภาในการถอดถอนสมาชิกคณะรัฐมนตรีคนสำคัญและขัดขวางการออกกฎหมาย ความขัดแย้งนี้เองที่ทำให้ยุน ซอกยอล ยอมทิ้งไพ่ใบสุดท้าย ประกาศกฎอัยการศึก จนกลายมาเป็นประธานาธิบดีคนล่าสุดที่ถูกศาลเกาหลีใต้พิพากษาให้ออกจากตำแหน่ง