Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
TESGX คืออะไร และ กองทุนลดหย่อนภาษี ปี 2568 มีอะไรบ้าง
โดย : ถนอม เกตุเอม

TESGX คืออะไร และ กองทุนลดหย่อนภาษี ปี 2568 มีอะไรบ้าง

6 เม.ย. 68
00:01 น.
แชร์

Highlight

ไฮไลต์

  • เงื่อนไขการลงทุนใน Thai ESG X กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ออกมาเพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา มีช่วงเวลาใช้สิทธิ์เฉพาะพฤษภาคม-มิถุนายน 2568

ในฐานะคนที่ทำงานในวงการการเงินการลงทุนมากว่า 10 ปี ต้องบอกว่าผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของกองทุนลดหย่อนภาษีมาหลายรูปแบบ และมักจะมีคำถามอยู่เสมอว่ากองทุนแต่ละรูปแบบแตกต่างกันอย่างไร  และในปี 2568 นี้ ก็ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการมาของกองทุน TESGX และสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน เรามาไล่เรียงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2568 กันดีกว่าครับ 

1. ยุติกองทุน SSF (Super Savings Fund) หรือ กองทุนรวมเพื่อการออม

สิ่งแรกที่ต้องทราบคือ กองทุน SSF ได้สิ้นสุดลงแล้ว (ไม่สามารถซื้อเพิ่มได้) เนื่องกองทุนนี้ออกมาในช่วงเวลาจำกัดเพียง 5 ปี (2563-2567) ซึ่งในปี 2568 ตั้งแต่ต้นปีมานี้ ไม่มีการพูดถึงการต่ออายุ SSF อีกต่อไป นั่นแปลว่าใครที่ซื้อ SSF ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราก็มีหน้าที่ถือต่อไปให้ครบกำหนดตามเงื่อนไขของกฎหมายครับ 

2. ทางเลือกที่เหลือสำหรับการลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้น

จากผลในข้อ 1 ทำให้เรามีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเดิมที่ยกมา คือ RMF (Retirement Mutual Fund) หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้่ยงชีพ ที่สามารถลงทุนตามเงื่อนไขดังนี้ครับ 

  • ลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ และ ประกันบำนาญ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
  • โดยเงื่อนไขในปัจจุบันต้องซื้อต่อเนื่องทุกปี และถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากซื้อครั้งแรก สามารถขายคืนได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

กับอีกกองทุนหนึ่ง คือ กองทุน Thai ESG หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน ที่ลงทุนในใน หุ้นไทยและตราสารหนี้ไทย ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน ตามหลักด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในประเทศไทย โดยมีการขยายสิทธิ์ลดหย่อนภาษีในปี 2567-2569 เป็นดังนี้

  • ลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท 
  • เมื่อลงทุนแล้วต้องถือครอง 5 ปีเต็ม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 มีมติ ครม. ออกมาเกี่ยวกับกองทุนใหม่ชื่อ "Thai ESG X" กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (โดย X ย่อมาจาก Extra) เพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา และในปัจจุบันมีกฎกระทรวงฉบับที่ 398 ออกมากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ 

  • ลงทุนในหุ้นที่มีคุณสมบัติด้าน ESG ไม่น้อยกว่า 65% ของพอร์ตการลงทุน
  • 80% ของพอร์ตต้องเป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน (รวมถึงตราสารหนี้)
  • ส่วนที่เหลือ 20% ของสินทรัพย์ในการลงทุน ก็สามารถลงทุนในสินทรัพย์อื่นได้

สิ่งที่กองทุน Thai ESG X แตกต่างประเภทการลงทุนในกองทุนรวมลดหย่อนภาษีประเภทอื่น มี 2 รูปแบบ

  • การซื้อใหม่ ลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
  • การโอนย้ายจาก LTF ไป Thai ESG X สำหรับผู้ที่มี LTF อยู่แล้วและยังไม่ขายทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป และใช้มูลค่าสับเปลี่ยนการลงทุน ณ วันทำการสับเปลี่ยนเป็นจำนวนเงินในการลดหย่อนภาษี (ราคา ณ วันใช้สิทธิ์) 

โดยสำหรับการโอนย้ายไป LTF นั้นจะมีสิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000 บาท โดยแบ่งเป็น

  • ลดหย่อนสูงสุดจำนวน 300,000 บาทในปี 2568
  • เฉลี่ยใน 4 ปีตั้งแต่ปี 2569-2572 สูงสุดปีละ 50,000 บาท

โดยทั้งสองกรณีนี้ มีช่วงเวลาใช้สิทธิ์: เฉพาะเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 (2 เดือนเท่านั้น) และต้องถือครอง 5 ปีเต็มนับจากวันที่ซื้อหรือใช้สิทธิ์

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะมีคำถามต่อว่า แล้วควรพิจารณาอย่างไรดี สำหรับกองทุนลดหย่อนภาษีทั้งหมดในปี 2568 นี้ ผมอยากแนะนำว่า การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ควรมองแค่ประโยชน์ด้านภาษีเท่านั้น ควรพิจารณาปัจจัยดังนี้

  1. ความเข้าใจในสินทรัพย์ที่ลงทุน กองทุนลดหย่อนภาษีแต่ละประเภทมีสินทรัพย์ที่ลงทุนต่างกัน ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการลงทุนได้อย่างเหมาะสม
  2. ระยะเวลาการถือครอง ทุกกองทุนมีเงื่อนไขการถือครองต่างกัน ดังนั้นเราต้องประเมินว่าสามารถผูกเงินไว้ในระยะเวลาดังกล่าวได้หรือไม่
  3. ความสอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุน พิจารณาว่าการลงทุนนี้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของเราหรือเปล่า

สุดท้ายนี้ ผมอยากย้ำว่า การลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวางแผนทางการเงิน ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินโดยรวม และความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วยนะครับ 

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นในเดือนเมษายน 2568 โปรดติดตามข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง 

ถนอม เกตุเอม

ถนอม เกตุเอม

ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี เจ้าของเพจ TAXBugnoms

แชร์
TESGX คืออะไร และ กองทุนลดหย่อนภาษี ปี 2568 มีอะไรบ้าง